อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรของแคนาดากำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหม่จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมผู้บริโภค ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ยังคงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารทั่วโลก ล่าสุด องค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่า ภายในต้นปี ค.ศ. 2030 ประเทศและเขตปกครองเกือบ 70 แห่งทั่วโลกจะเข้าสู่ภาวะประชากรลดลง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความต้องการบริโภคอาหารและทิศทางการเติบโตของธุรกิจอาหารในระยะยาว
ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอาหารเติบโตควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร แต่แนวโน้มดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลง เมื่อจำนวนประชากรลดลง ความต้องการสินค้าอาหารก็ชะลอตัวลงตาม ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่ภาคการผลิต การแปรรูป การค้าปลีก ไปจนถึงธุรกิจร้านอาหาร ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้นและผู้บริโภคมีจำนวนลดลง
สำหรับแคนาดา แม้ในอดีตจะมีการขยายตัวของประชากรจากการย้ายถิ่นฐานของแรงงานและนักศึกษาต่างชาติ แต่ปัจจุบันการเติบโตของประชากรได้ชะลอลงอย่างมาก โดยเฉพาะรัฐควิเบกซึ่งมีจำนวนประชากรลดลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ เนื่องจากจำนวนผู้อยู่อาศัยชั่วคราวลดลง ขณะเดียวกันยังเผชิญกับสังคมผู้สูงอายุที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าการเกิด ส่งผลให้โครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และกระทบต่อแนวโน้มอุปสงค์สินค้าอาหารในอนาคต
อีกปัจจัยสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหาร คือ การใช้ยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 เช่น Ozempic, Wegovy และ Mounjaro ที่แพร่หลายมากขึ้น ผู้บริโภคมีแนวโน้มรับประทานอาหารในปริมาณน้อยลง ลดการบริโภคของว่างและการซื้ออาหารตามอารมณ์ พร้อมหันมาเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและตอบโจทย์สุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตอาหารต้องพัฒนาสินค้าที่เน้นคุณภาพ คุณค่าทางโภชนาการ และนวัตกรรม มากกว่าการแข่งขันด้านปริมาณเพียงอย่างเดียว
ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย Dalhousie ของแคนาดา ระบุว่า อุตสาหกรรมอาหารจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวคิดจากการเติบโตที่อาศัยปริมาณการจำหน่าย ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ (Value-driven Growth) โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความสะดวกในการบริโภค การตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และคุณประโยชน์ด้านสุขภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดในระยะยาว
สำหรับประเทศไทย แม้การแข่งขันในตลาดอาหารแคนาดาจะมีความเข้มข้นมากขึ้น แต่สถานการณ์ดังกล่าวกลับเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดสินค้ามูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารฟังก์ชัน ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และอาหารสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคของผู้บริโภคแคนาดา หากไทยสามารถพัฒนานวัตกรรม ยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างแบรนด์ที่มีความแตกต่าง ก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและขยายการส่งออกไปยังตลาดแคนาดาและประเทศพัฒนาแล้วได้ แม้ตลาดเหล่านี้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่จำนวนประชากรและอุปสงค์โดยรวมมีแนวโน้มลดลง
ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์
เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์












