สำนักงานบริหารจัดการหนี้สินสาธารณะของเนปาล (Public Debt Management Office) เผยแพร่รายงานสถานะหนี้สาธารณะของเนปาลประจำปีงบประมาณ 2025-2026 ซึ่งครอบคลุมระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม 2025 – 16 กรกฎาคม 2026 โดย ณ วันที่ 16 กรกฎาคม 2026 เนปาลมีหนี้สาธารณะรวม 2,975 พันล้านรูปีเนปาล หรือประมาณ 19.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปีงบประมาณที่มีหนี้อยู่ที่ 2,674 พันล้านรูปีเนปาล หรือประมาณ 17.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นจำนวน 300.85 พันล้านรูปี หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.25 ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อยู่ที่ร้อยละ 45.07
หนี้สาธารณะดังกล่าวแบ่งเป็นหนี้ภายในประเทศ 1,375 พันล้านรูปี หรือร้อยละ 46.23 และหนี้ต่างประเทศ 1,599 พันล้านรูปี หรือร้อยละ 53.77 โดยประเด็นสำคัญคือ การเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะในช่วงดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการกู้ยืมใหม่ทั้งหมด เนื่องจากประมาณร้อยละ 55.51 ของหนี้ที่เพิ่มขึ้น หรือคิดเป็น 167 พันล้านรูปี เกิดจากผลของการอ่อนค่าของเงินรูปีเนปาลเมื่อเทียบกับเงินตราต่างประเทศ ขณะที่การกู้ยืมเงินจริงเพิ่มขึ้น 133.85 พันล้านรูปี หรือคิดเป็นร้อยละ 44.49 ของหนี้ที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนมีส่วนสำคัญต่อภาระหนี้สาธารณะของเนปาล โดยเฉพาะหนี้ที่อยู่ในรูปเงินตราต่างประเทศ
นาย Swarnim Wagle รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเนปาล ยอมรับว่า การเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะส่วนหนึ่งเป็นผลจากรัฐบาลมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ทำให้จำเป็นต้องก่อหนี้เพิ่มขึ้น โดยในปีงบประมาณ 2026-2027 รัฐบาลเนปาลคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 1,405.31 พันล้านรูปี และได้รับเงินบริจาคจากต่างประเทศอีก 61.74 พันล้านรูปี แต่ยังคงมีช่องว่างทางงบประมาณจำนวน 657.29 พันล้านรูปี รัฐบาลจึงมีแผนกู้เงินจากต่างประเทศ 247.28 พันล้านรูปี และกู้เงินภายในประเทศอีก 410 พันล้านรูปี ทั้งนี้ รัฐบาลมองว่าระดับหนี้สาธารณะในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เนปาลมองว่า ภาระหนี้สาธารณะของประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเศรษฐกิจเนปาลชะลอตัว ขณะที่เงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาจากต่างประเทศและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศลดลง ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการใช้เงินกู้ให้เกิดประสิทธิภาพและสร้างผลตอบแทนสูง เพื่อช่วยลดภาระหนี้ในระยะต่อไป โดยเฉพาะหนี้ต่างประเทศซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่าครึ่งหนึ่งของหนี้สาธารณะทั้งหมด และส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่นำมาใช้สำหรับโครงการพัฒนาประเทศ
อีกปัจจัยที่มีความสำคัญคือความสัมพันธ์ระหว่างเงินรูปีเนปาลกับเงินรูปีอินเดีย เนื่องจากรัฐบาลเนปาลผูกค่าเงินรูปีเนปาลไว้กับค่าเงินรูปีอินเดีย ซึ่งในอดีตช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าระหว่างสองประเทศและช่วยรักษาเสถียรภาพของเงินรูปีเนปาล อย่างไรก็ตาม เมื่อเงินรูปีอินเดียอ่อนค่าลง เงินรูปีเนปาลก็ได้รับผลกระทบและอ่อนค่าตาม ส่งผลให้มูลค่าภาระหนี้ต่างประเทศของเนปาลเพิ่มขึ้น แม้ประเทศจะมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศในระดับสูงก็ตาม
ในระยะต่อไป รัฐบาลเนปาลจึงอาจพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการกู้เงินภายในประเทศเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และช่วยดูดซับปริมาณเงินที่อยู่ในระบบธนาคารของประเทศ ขณะเดียวกัน เงินกู้จากต่างประเทศยังคงมีความสำคัญ เนื่องจากส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ซึ่งผู้ประกอบการภายในประเทศยังมีขีดความสามารถไม่เพียงพอที่จะดำเนินการเอง ดังนั้น การบริหารหนี้ของเนปาลในระยะต่อไปจึงจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างการกู้เงินภายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงพิจารณาความคุ้มค่าของเงินกู้ควบคู่กับความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
ข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ
เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์












