สมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตอาหารทะเลเวียดนาม (Vietnam Association of Seafood Exporters and Producers: VASEP) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เวียดนามส่งออกอาหารทะเลคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การขยายตัวดังกล่าวสะท้อนถึงการฟื้นตัวของความต้องการในตลาดโลก ตลอดจนความสำเร็จในการกระจายตลาดส่งออกและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค นอกจากนี้ เวียดนามยังมีความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิต ศักยภาพของอุตสาหกรรมแปรรูป และทำเลที่ตั้งซึ่งเอื้อต่อการขนส่งไปยังตลาดสำคัญในภูมิภาค
กุ้งยังคงเป็นสินค้าอาหารทะเลส่งออกอันดับหนึ่งของเวียดนาม โดยมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.6 และคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 40 ของมูลค่าการส่งออกอาหารทะเลทั้งหมด ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในตลาดจีนและฮ่องกง โดยเฉพาะกุ้งกุลาดำ กุ้งมังกร และกุ้งแช่แข็ง
ในส่วนของปลาสวายเป็นสินค้าส่งออกอันดับสอง มีมูลค่ากว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.1 ขณะที่การส่งออกปลาทะเล ปลาหมึก ปลาหมึกยักษ์ ปู และหอยชนิดต่าง ๆ ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การส่งออกปลาทูน่าลดลงร้อยละ 2 เนื่องจากผลประกอบการในช่วงต้นปีชะลอตัว
จีนและฮ่องกงยังคงเป็นตลาดส่งออกอาหารทะเลที่ขยายตัวสูงที่สุดของเวียดนาม โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.9 และคิดเป็นเกือบร้อยละ 26 ของมูลค่าการส่งออกอาหารทะเลทั้งหมด สำหรับตลาดญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป การส่งออกขยายตัวเพียงเล็กน้อย เนื่องจากกำลังซื้อที่ชะลอลง รวมถึงข้อกำหนดด้านการตรวจสอบย้อนกลับ มาตรการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ IUU ของสหภาพยุโรป ตลอดจนข้อจำกัดด้านภาษีและมาตรการทางเทคนิคในตลาดสำคัญบางแห่ง ขณะเดียวกัน ตลาดเกาหลีใต้ อาเซียน และตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ ยังคงรักษาอัตราการเติบโตในระดับที่น่าพอใจ สะท้อนถึงความพยายามของผู้ประกอบการเวียดนามในการลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งและขยายฐานลูกค้าไปยังภูมิภาคใหม่ ๆ
แม้ภาพรวมการส่งออกจะขยายตัวในทิศทางที่ดี แต่ VASEP ประเมินว่า ต้นทุนด้านโลจิสติกส์จะยังคงเป็นความท้าทายสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะค่าระวางเรือ ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง ค่าเบี้ยประกันภัย และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูงและอาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกเวียดนามในตลาดโลก
ที่มา: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์
เรียบเรียงโดย : ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์












