แม่น้ำฮวงโห (Yellow River) มีความยาวรวมกว่า 5,464 กิโลเมตร นับเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของจีนและอันดับ 6 ของโลก ไหลผ่าน 9 มณฑลและเขตปกครองตนเองได้แก่ ชิงไห่ เสฉวน กานซู่ เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ซานซี ส่านซี เหอหนาน และซานตง สายน้ำแห่งนี้ไม่เพียงเป็น “แม่น้ำแม่ของจีน” หากยังเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมจีนยุคแรกและรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ในปัจจุบัน การขยายตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ทำให้ลุ่มแม่น้ำฮวงโหเผชิญแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยมีความท้าทายสำคัญใน 3 มิติ ได้แก่ (1) วิกฤตความมั่นคงด้านปริมาณน้ำ (2) ปัญหามลพิษทางน้ำและความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ และ (3) ปัญหาดินตะกอนและการพังทลายของหน้าดิน
เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว รัฐบาลจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ยกระดับการฟื้นฟูลุ่มแม่น้ำฮวงโห ภายใต้แผน “การคุ้มครองระบบนิเวศและการพัฒนาคุณภาพของลุ่มแม่น้ำฮวงโห”โดยมีกรอบการดำเนินการระหว่างปี 2564-2573 สาระสำคัญของยุทธศาสตร์ดังกล่าวคือ การเปลี่ยนแนวคิดจาก “การควบคุมหรือเอาชนะธรรมชาติ” ไปสู่ “การปรับตัวและอยู่อย่างสมดุล” ผ่านการบริหารจัดการลุ่มน้ำแบบบูรณาการ
โดยนครหยินชวน เมืองเอกของเขตการปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย เป็นกรณีศึกษาสำคัญของจีนในการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ การจัดการทรัพยากรน้ำ และการฟื้นฟูระบบนิเวศ หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นคือ การฟื้นฟูพื้นที่ไป๋จีทาน ซึ่งอดีตเคยเป็นพื้นที่ที่เผชิญพายุทรายรุนแรงและขาดความอุดมสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็น “ปอดสีเขียว” ของนครหยินชวน
ภายใต้การนำของ “นายหวัง โหย่วเต๋อ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมทะเลทรายของจีนพื้นที่ดังกล่าวได้พัฒนาเทคนิคควบคุมทรายและฟื้นฟูป่าอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้ “ตารางฟางข้าว” เพื่อยึดทรายระบบชลประทานน้ำหยด และการปลูกป่าแบบหลายฤดูกาล จนสามารถพลิกฟื้นพื้นที่ชายขอบทะเลทรายเหมาอูซู่ให้กลับมาเขียวชอุ่มได้สำเร็จและที่สำคัญ แนวทางของนครหยินชวนไม่ได้มุ่งเพียง “ปลูกป่า” แต่ยังพยายามสร้างสมดุลระหว่างระบบนิเวศกับเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านแนวคิด “การควบคุมทะเลทรายควบคู่เศรษฐกิจสีเขียว” เช่น การเลี้ยงปศุสัตว์ ปลูกผลไม้ เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ในภาคเกษตรกรรม นครหยินชวนยังดำเนินมาตรการ “สามห้าม สามลด” เพื่อควบคุมการใช้ปุ๋ยเคมี สารกำจัดศัตรูพืช และสารกำจัดวัชพืช เพื่อลดการปนเปื้อนของไนโตรเจนและฟอสฟอรัสลงสู่แหล่งน้ำตั้งแต่ต้นทางนอกจากนี้ ยังมี “โครงการเชื่อมต่อระบบพื้นที่ชุ่มน้ำริมแม่น้ำ” ซึ่งใช้พื้นที่ชุ่มน้ำเทียมและพืชน้ำในการดูดซับสิ่งปนเปื้อนก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำฮวงโห แนวทางดังกล่าวถือเป็นตัวอย่างของการใช้ “Nature-based Solutions” หรือ “โครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติ” เพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาเมือง
ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน
เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์












