สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยังคงเดินหน้าส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจและสนับสนุนภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในหลายด้าน ล่าสุด ท่าอากาศยานชาร์จาห์ (Sharjah Airport Authority) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกับ Federal Authority for Identity, Citizenship, Customs and Port Security เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการเดินทางและการขนส่งระหว่างประเทศ โดยท่าอากาศยานชาร์จาห์ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินสำคัญของประเทศ และเป็นฐานปฏิบัติการหลักของสายการบินต้นทุนต่ำ Air Arabia ซึ่งให้บริการเที่ยวบินเชื่อมต่อกับประเทศไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ กระบี่ และภูเก็ต
ขณะเดียวกัน หอการค้าและอุตสาหกรรมรัฐชาร์จาห์ (SCCI) ได้จับมือกับ DHL Express เพื่อพัฒนาโซลูชันโลจิสติกส์ที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถเข้าถึงบริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศภายใต้เงื่อนไขพิเศษ ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ นอกจากนี้ Dubai SME ภายใต้ Dubai Department of Economy and Tourism ยังได้ร่วมมือกับ Noon Food แพลตฟอร์มส่งอาหารชั้นนำของประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและได้รับอัตราค่าคอมมิชชั่นพิเศษเป็นระยะเวลานานถึง 5 ปี
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือความร่วมมือระหว่าง Dubai South เมืองเศรษฐกิจใหม่ที่มุ่งเน้นด้านการบิน โลจิสติกส์ และอสังหาริมทรัพย์ กับ Emirates NBD ธนาคารชั้นนำของภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และตุรกี (MENAT) เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ SMEs ภายในพื้นที่ โดยจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีธนาคารนิติบุคคลให้รวดเร็วขึ้น พร้อมนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจยุคใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางของ UAE ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจแบบครบวงจร ทั้งด้านการคมนาคม โลจิสติกส์ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และบริการทางการเงิน เพื่อผลักดันให้ภาคเอกชนและผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในระดับสากลอย่างยั่งยืน
ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์












