เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ณ นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เกิดความสำเร็จครั้งสำคัญด้านการแพทย์ระหว่างประเทศไทยและจีน ภายใน “ศูนย์ควบคุมการผ่าตัดหุ่นยนต์ทางไกล” ของ West China Hospital หรือโรงพยาบาลหัวซี มหาวิทยาลัยเสฉวน ซึ่งเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านศัลยกรรมหุ่นยนต์ของจีน โดยแพทย์ได้ทำการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยที่อยู่ในประเทศไทยผ่านระบบหุ่นยนต์ทางไกลแบบเรียลไทม์ ถือเป็นการผ่าตัดหุ่นยนต์ทางไกลรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดีครั้งแรกระหว่างไทย-จีน และเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านสาธารณสุขสู่ยุค “การแพทย์ไร้พรมแดน”
การดำเนินการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขไทย โดยกรมการแพทย์และโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กับ West China Hospital มหาวิทยาลัยเสฉวน โดยแพทย์ผู้ควบคุมการผ่าตัดคือ พญ. ภัทราภรณ์ เพชรโพธิ์ศรี ซึ่งผ่านการฝึกอบรมด้านระบบผ่าตัดหุ่นยนต์และเทคนิคการผ่าตัดทางไกลจาก West China Hospital จนได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลให้สามารถปฏิบัติการผ่าตัดทางไกลได้อย่างเป็นทางการ
ผู้ป่วยในการผ่าตัดครั้งนี้เป็นหญิงชาวไทยอายุ 51 ปี ป่วยด้วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี มีอาการปวดบริเวณช่องท้องด้านขวาบน และมีโรคประจำตัว ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง หลังจากทีมแพทย์ไทยและจีนร่วมกันประเมินอาการ จึงตัดสินใจใช้การผ่าตัดถุงน้ำดีด้วยหุ่นยนต์ (Robotic-Assisted Cholecystectomy) ผ่านระบบผ่าตัดทางไกล
ระหว่างการผ่าตัด ศัลยแพทย์ที่ West China Hospital ในนครเฉิงตู ทำหน้าที่ควบคุมระบบหุ่นยนต์ ขณะที่ทีมแพทย์ไทยประจำอยู่ที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานีเพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด คำสั่งควบคุมถูกส่งผ่านเครือข่ายความเร็วสูงแบบเรียลไทม์ในระดับมิลลิวินาที ทำให้แขนกลหุ่นยนต์สามารถเคลื่อนไหว ตัด และห้ามเลือดได้อย่างแม่นยำ ภาพการผ่าตัดมีความคมชัดต่อเนื่องโดยไม่มีการหน่วง ผู้ป่วยมีสัญญาณชีพคงที่ตลอดกระบวนการ และการผ่าตัดสำเร็จอย่างปลอดภัย
กระทรวงสาธารณสุขไทยระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยในการนำเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Robotic Surgery และระบบสื่อสารทางไกล มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ลดระยะเวลารอคอย และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดมีการเตรียมความพร้อมอย่างรัดกุม ทั้งด้านการทดสอบระบบ การจัดทีมศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และแผนรองรับกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
นอกจากนี้ ความสำเร็จของการผ่าตัดครั้งนี้ยังช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งผู้ป่วยสามารถรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติได้โดยไม่ต้องเดินทางข้ามประเทศ ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี Telesurgery และความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศในอนาคต
ในระยะยาว ความร่วมมือระหว่างไทยและจีนครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านการแพทย์ของไทย ทั้งในด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากโรงพยาบาลชั้นนำของจีน อีกทั้งยังช่วยเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์ไทยได้พัฒนาทักษะด้าน Robotic Surgery และ Telesurgery ผ่านการปฏิบัติงานจริงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการรักษาของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ หากประเทศไทยสามารถต่อยอดระบบการผ่าตัดทางไกลดังกล่าวไปยังโรงพยาบาลในภูมิภาคและพื้นที่ห่างไกลได้สำเร็จ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสร้างโอกาสด้านการวิจัย การพัฒนาบุคลากร การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทางการแพทย์ และเสริมบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางความร่วมมือด้านการแพทย์ทางไกลในภูมิภาคเอเชียในอนาคต
ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู
เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์












