เศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในเดือนกรกฎาคม 2569 ยังคงขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากภาคพลังงานไฟฟ้า การท่องเที่ยว การค้าชายแดน และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ขณะที่การส่งออกพลังงานไฟฟ้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านยังคงเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ
ภาคการท่องเที่ยวยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ สปป.ลาว ช่วยสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศและกระจายเม็ดเงินไปยังภาคบริการและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การค้าชายแดนและการลงทุนจากต่างประเทศยังเป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการขยายโอกาสทางธุรกิจ
อย่างไรก็ดี การเติบโตของเศรษฐกิจ สปป.ลาว ยังคงเผชิญปัจจัยท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและการขนส่งเพิ่มขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อระดับราคาสินค้าและเงินเฟ้อภายในประเทศ ขณะเดียวกัน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ยังต้องเผชิญกับภาระต้นทุนและข้อจำกัดด้านสภาพคล่องทางการเงิน นอกจากนี้ ภาระการชำระหนี้ต่างประเทศ
และข้อจำกัดทางการคลังยังส่งผลต่อขีดความสามารถของภาครัฐในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยกระดับศักยภาพและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับด้านการลงทุน ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของ สปป.ลาว ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569 มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการลงทุนรวมทั้งสิ้น 3,379.29 พันล้านกีบ คิดเป็น ร้อยละ 40.70 ของเป้าหมายทั้งปี ขณะที่การลงทุนภายใต้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance: ODA) มีมูลค่ารวม 3,369.77 พันล้านกีบ หรือคิดเป็น ร้อยละ 24.40 ของเป้าหมายทั้งปี สะท้อนถึงบทบาทของเงินทุนและความช่วยเหลือจากต่างประเทศที่ยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
ทั้งนี้ สปป.ลาว เริ่มเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศตั้งแต่ปี 2532 และจนถึงปัจจุบันมีการอนุมัติโครงการลงทุนรวมทั้งสิ้น 5,394 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 65.50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจีนมีโครงการลงทุนจำนวน 970 โครงการ เวียดนาม 441 โครงการ ขณะที่ไทยเป็นนักลงทุนอันดับ 3 มีจำนวน 686 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 6.90 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงบทบาทที่สำคัญและต่อเนื่องของภาคธุรกิจไทยในเศรษฐกิจและการลงทุนของ สปป.ลาว
ด้านการบริโภคภายในประเทศ ดัชนีราคาสินค้าและบริการสำคัญของ สปป.ลาว ยังคงปรับตัวสูงขึ้นในหลายหมวด โดยที่พักอาศัย น้ำประปา ไฟฟ้า และเชื้อเพลิงหุงต้ม เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.60 จากเดือนก่อน และร้อยละ 25.70 จากปีก่อน ขณะที่ การรักษาสุขภาพและยา เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.30 และ 12.70 ตามลำดับ จากราคายา อุปกรณ์การแพทย์ และค่าบริการโรงพยาบาลที่สูงขึ้น
สำหรับ อาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.00 จากเดือนก่อน และร้อยละ 4.10 จากปีก่อน ส่วน สุราและยาสูบ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.50 และ 10.10 ขณะที่ ของใช้ในครัวเรือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.40 และ 4.70 ตามลำดับ ในด้านสินค้าและบริการอื่น ๆ ลดลงร้อยละ 1.40 จากเดือนก่อน แต่ยังเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.90 จากปีก่อน โดยมีความผันผวนจากราคาทองคำ ค่าประกันภัยรถยนต์ และสินค้าอุปโภคบางประเภท
จากภาพรวมเศรษฐกิจของ สปป.ลาว ในปี 2569 สะท้อนถึงการขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีภาคพลังงานไฟฟ้า การท่องเที่ยว การค้าชายแดน และการลงทุนจากต่างประเทศเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ ขณะเดียวกัน การลงทุนจากภาครัฐและความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการยังมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
ในด้านปัจจัยด้านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ภาระหนี้ต่างประเทศ และข้อจำกัดทางการคลังของภาครัฐ ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องติดตาม การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจควบคู่กับการส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเสริมสร้างขีดความสามารถของภาคธุรกิจ จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจ สปป.ลาว ในระยะต่อไป
ที่มา: สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์
เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์












