บังกลาเทศเดินหน้าดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศภายใต้แนวทางของรัฐบาลชุดใหม่ โดยมุ่งสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับไทยในหลากหลายสาขาที่มีศักยภาพ ทั้งด้านพลังงาน เกษตรกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การแพทย์ และอุตสาหกรรมการผลิต เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นาย Shams Mahmud ประธาน Bangladesh-Thai Chamber of Commerce & Industry (BTCCI) และนาย Mohammad Nazmul Hossen เลขานุการ ขอเข้าพบเอกอัครราชทูตเพื่อหารือถึงการลงทุนของไทยในบังกลาเทศภายใต้นายกรัฐมนตรีคนใหม่มีนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยมีการนำเสนอฝ่ายไทยในด้านต่างๆดังนี้
1. พลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน รัฐบาลบังกลาเทศมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยมีพื้นที่จำนวนมากที่สามารถพัฒนาเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ได้ จึงนับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในการขยายการลงทุนสู่ตลาดบังกลาเทศ
2. การค้าพลังงานและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แม้บังกลาเทศจะค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบแห่งใหม่ในภูมิภาค Sylhet แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้พลังงานในระยะยาว ส่งผลให้ประเทศยังมีความจำเป็นต้องนำเข้า LNG อย่างต่อเนื่อง โดยบังกลาเทศมีความสนใจหาคู่ค้าจากไทยเพื่อกระจายแหล่งนำเข้าและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
3. เกษตรอัจฉริยะและอุตสาหกรรมอาหาร บังกลาเทศต้องการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับไทยในด้านการเกษตรสมัยใหม่ การแปรรูปอาหาร และเทคโนโลยีการผลิตสินค้าเกษตร พร้อมให้ความสนใจความร่วมมือด้านการส่งออกสินค้าเกษตร รวมถึงการผลิตอาหารสัตว์อินทรีย์และผลิตภัณฑ์ประมง
4. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคม รัฐบาลบังกลาเทศให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานผ่านรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) และความร่วมมือระหว่างรัฐบาล (G2G) โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ อาทิ การก่อสร้างทางรถไฟ การผลิตหมอนรองรางรถไฟ และงานซ่อมบำรุงระบบราง
5. ธุรกิจโรงพยาบาลและบริการทางการแพทย์ ประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับสากลด้านการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ขณะที่บังกลาเทศเป็นหนึ่งในตลาดผู้ป่วยต่างชาติสำคัญของไทย ปัจจุบันกรุงธากามีหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับการพัฒนาโรงพยาบาลและศูนย์บริการสุขภาพ เช่น Uttara, Tejgaon, Mohakhali และ Mirpur ซึ่งเปิดโอกาสให้โรงพยาบาลเอกชนไทยและผู้ประกอบการด้านสุขภาพขยายการลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ เช่น ศูนย์ฟอกไต และศูนย์ดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัด
6. อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า บังกลาเทศยังเชิญชวนผู้ประกอบการไทยร่วมลงทุนกับบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของประเทศ เช่น Walton เพื่อพัฒนาฐานการผลิตและต่อยอดการส่งออกสินค้าไปยังตลาดไทยและภูมิภาคอาเซียน
นอกจากนี้ BTCCI มีกำหนดนำคณะนักธุรกิจบังกลาเทศเดินทางเยือนไทยในเดือนกันยายน 2569 โดยมีนาย Mahdi Amin ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและโฆษกรัฐบาลบังกลาเทศเป็นหัวหน้าคณะ ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญของการเยือนครั้งนี้คือการผลักดันความร่วมมือด้านแรงงาน โดยเฉพาะการส่งแรงงานบังกลาเทศเข้าสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างของไทย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามของบังกลาเทศในการดึงดูดการลงทุนจากไทย พร้อมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย ซึ่งอาจเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ภาคธุรกิจไทยในการขยายตลาดสู่หนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียใต้
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงธากา
เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์












