มณฑลหูหนานเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมชาน้ำมันหรือคามีเลีย (Camellia Oleifera) อย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานป่าไม้และทุ่งหญ้ามณฑลหูหนานเปิดเผยว่า ในปี 2568 อุตสาหกรรมดังกล่าวมีมูลค่าการผลิตรวมสูงถึง 101,000 ล้านหยวน นับเป็นครั้งแรกที่ทะลุหลักแสนล้านหยวน สะท้อนศักยภาพของหูหนานในฐานะแหล่งผลิตสำคัญของประเทศ
ปัจจุบัน หูหนานมีพื้นที่เพาะปลูกคามีเลีย 23.5 ล้านหมู่ (ประมาณ 9.8 ล้านไร่) และมีผลผลิตน้ำมันจากเมล็ดคามีเลีย 470,000 ตัน ซึ่งอยู่ในระดับแนวหน้าของจีน โดยมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงด้านอาหารและน้ำมันพืชของประเทศ จากความได้เปรียบด้านทรัพยากรและประสบการณ์การเพาะปลูกที่ยาวนาน มณฑลหูหนานจึงได้เร่งยกระดับอุตสาหกรรมผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การพัฒนาทรัพยากร การสร้างแบรนด์ การส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยี และการบูรณาการอุตสาหกรรม
ในด้านโครงสร้างอุตสาหกรรม หูหนานได้จัดตั้งคลัสเตอร์คามีเลียแล้ว 7 แห่ง โดยมี 5 เมือง ได้แก่ เหิงหยาง จูโจว หย่งโจว เส้าหยาง และหวยฮั่ว ได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่สาธิต ส่งผลให้การผลิตมีเสถียรภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน การสร้างแบรนด์ก็มีความก้าวหน้า โดยมีบริษัทในมณฑลถึง 16 แห่งติดอันดับ “บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมคามีเลีย 100 อันดับแรกของจีน”
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมคามีเลียของหูหนานยังมีการปรับตัวจากการจำหน่ายวัตถุดิบไปสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบบครบวงจร โดยได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยระดับชาติในนครฉางซาในการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และสินค้าอุปโภคบริโภค อีกทั้งยังมีการบูรณาการเข้ากับภาคการท่องเที่ยว จนเกิดรูปแบบ “การเพาะปลูก+การแปรรูป+วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรกว่า 1.11 ล้านครัวเรือน
ในระยะต่อไป ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2569–2573) มณฑลหูหนานมีแผนยกระดับอุตสาหกรรมคามีเลียสู่การพัฒนาคุณภาพสูง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ เทคโนโลยี และเครื่องจักรทางการเกษตร พร้อมทั้งผลักดันให้หูหนานเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรม การสร้างแบรนด์ และการบูรณาการอุตสาหกรรมคามีเลียระดับประเทศในอนาคต
ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง
เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์












