ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเวียดนาม ระบุว่า เวียดนาม มีศักยภาพการผลิตผักและผลไม้สูง โดยมีผลผลิตรวมประมาณ 12–14 ล้านตันต่อปี บนพื้นที่เพาะปลูกกว่า 11,000 ตารางกิโลเมตร ในปี 2568 เวียดนามมีมูลค่าการส่งออกผักและผลไม้กว่า 8,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมตั้งเป้าหมายในปี 2569 ให้มูลค่าการส่งออกทะลุ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จีนยังคงเป็นตลาดส่งออกหลักของเวียดนามต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี โดยมีสัดส่วนร้อยละ 50–60 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 เวียดนามส่งออกผักและผลไม้ไปยังจีนมูลค่าประมาณ 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 และคิดเป็นร้อยละ 64 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ขณะเดียวกัน การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีมูลค่าส่งออก 547 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 50 นอกจากนี้ ตลาดอื่น เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เนเธอร์แลนด์ และ ออสเตรเลีย ยังคงมีบทบาทสำคัญ สะท้อนการกระจายตลาดที่หลากหลายมากขึ้น
ในด้านสินค้า ทุเรียนยังคงเป็นสินค้าส่งออกหลัก โดยข้อมูลจาก Vinafruit ระบุว่า ในปี 2568 เวียดนามส่งออกทุเรียนมูลค่ากว่า 3.86 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) และคิดเป็นกว่าร้อยละ 40 ของมูลค่าการส่งออกผักและผลไม้ทั้งหมด โดยเวียดนามแซงไทยขึ้นเป็นผู้ส่งออกทุเรียนไปยังจีนรายใหญ่ที่สุดในเชิงปริมาณที่ประมาณ 940,000 ตัน ขณะที่ไทยมีปริมาณ 859,000 ตัน แต่ไทยยังมีมูลค่าการส่งออกสูงกว่าที่ 4.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะเดียวกัน เวียดนามมีการนำเข้าผักและผลไม้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีมูลค่าการนำเข้าประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุด (ประมาณ 1.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) รองลงมาคือสหรัฐอเมริกา (ประมาณ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เชอร์รี่ แอปเปิล องุ่น และส้ม สำหรับช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 การส่งออกยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยมีมูลค่า 1.48 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่การนำเข้าอยู่ที่ 761.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ในด้านแหล่งผลิต ผักและผลไม้ของเวียดนามส่วนใหญ่กระจุกตัวในภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 60–70 ของผลผลิตทั้งหมด รองลงมาคือที่ราบสูงตอนกลาง ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง และพื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือ โดยแต่ละพื้นที่มีจุดเด่นด้านพืชเศรษฐกิจแตกต่างกัน ดังนี้
(1) ภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม มีชื่อเสียงด้านการปลูกผลไม้เพื่อการส่งออก อาทิ แก้วมังกร มะม่วง ขนุน ทุเรียน ส้มโอ เงาะ และแตงโม
(2) ที่ราบสูงตอนกลาง มีจุดเด่นด้านผักเมืองหนาวและไม้ปลยืนต้น โดยเฉพาะผลไม้ที่มีมูลค่าสูง เช่น ทุเรียน อะโวคาโด กาแฟ และเสาวรส
(3) ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแหล่งปลูกผลไม้สำคัญเพื่อการส่งออกที่ขึ้นชื่อ เช่น กล้วย แก้วมังกร และส้มโอ
(4) ภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง เป็นพื้นที่ปลูกผักและผลไม้เพื่อบริโภคภายในประเทศและส่งออก โดยมีผลผลิตสำคัญ ได้แก่ ลิ้นจี่ ผักเมืองหนาว และผักใบเขียวต่างๆ
(5) ภูมิภาคที่รายสูงและเทือกเขาตอนเหนือ ขึ้นชื่อเรื่องมะม่วง กล้วย ลำไย และผักพื้นเมืองต่างๆ
ข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย
เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์












