กระทรวงการค้าอินโดนีเซีย ได้ออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับสินค้าที่ห้ามนำเข้าซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่
1 ม.ค. 2569 เพื่อรวบรวมและปรับปรุงบัญชีรายการสินค้าที่ถูกห้ามนำเข้าให้ทันสมัยขึ้นแทนกฎเก่าที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงทางการค้า สภาพเศรษฐกิจ และกรอบการกำกับดูแลในปัจจุบัน ซึ่งมีการเพิ่มกลุ่มสินค้าในรายการที่ห้ามนำเข้า ได้แก่ กลุ่มสินค้า/อุปกรณ์ระบบระบายความร้อนอื่น ๆ และกลุ่มผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ระบบความร้อน ที่ครอบคลุมสินค้าเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำความเย็นประเภทที่ใช้ระบบระบายความร้อนเป็นกลไกหลักในการควบคุมอุณหภูมิการทำงาน (cooling system-based electronic products) รวมถึงประเภทที่ใช้สารไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน 123 (HCFC-123)
รายการสินค้า 12 กลุ่มที่ถูกห้ามนำเข้า ได้แก่
1. น้ำตาล (ครอบคลุมน้ำตาลดิบ น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ และน้ำตาลทรายขาวสำหรับอุตสาหกรรม)
2. ข้าวบางประเภท (รวมถึงข้าวหอมมะลิที่มีอัตราข้าวหักเกินร้อยละ 5)
3. สารทำลายชั้นโอโซน
4. ถุง กระสอบ และเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว
5. สินค้า/อุปกรณ์ระบบระบายความร้อนสำหรับดับเพลิง
6. สินค้าอุปกรณ์ระบบระบายความร้อนอื่น ๆ
7. ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ระบบระบายความร้อน
8. วัตถุหรือสารด้านนเภสัชกรรมและอาหารบางประเภท
9. วัตถุอันตรายและวัตถุมีพิษ (วัตถุอันตราย B3)
10. ของเสีย อันตราย ของเสียมีพิษ และของเสียที่ไม่เป็นอันตรายซึ่งขึ้นทะเบียนแล้ว
11. เครื่องมือ/อุปกรณ์การเกษตรดั้งเดิม (finished hand tools)
12. เครื่องมือแพทย์ที่มีสารปรอทเป็นส่วนประกอบ
โดยกลุ่มสินค้าดังกล่าวข้างต้นจะไม่สามารถนำเข้าได้ ทั้งการนำเข้าแบบปกติและรวมถึงการนำเข้าไปยังเขตปลอดอากร/เขตการค้าเสรี/เขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ไม่บังคับใช้กับการนำสินค้าเดิมกลับเข้ามายังประเทศ (re-importation) โดยที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซียได้ดำเนินนโยบายปกป้องตลาดภายในประเทศมาอย่างต่อเนื่อง แม้สินค้าบางประเภทจะไม่อยู่ในบัญชีสินค้าห้ามนำเข้าที่ชัดเจน เช่น สินค้าเกษตรบางประเภท แต่ทางการ อินโดนีเซียจะใช้วิธีไม่ออกใบอนุญาตนำเข้าแทน อีกทั้ง การที่รัฐบาลออกกฎกระทรวงฯ ครั้งนี้เป็นการรวบรวมและปรับปรุงบัญชีรายการสินค้าห้ามนำเข้าที่ครอบคลุมเป็นฉบับเดียว เพื่อให้เกิดความชัดเจน ป้องกันการสับสนและการตีความคลาดเคลื่อนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และเพื่อป้องกันการลักลอบการนำเข้าสินค้า ตลอดจนแก้ไขและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีของประชาชนในประเทศ
ผลกระทบต่อสินค้าไทยนั้นมีกลุ่มสินค้าหลัก 2 ประเภท ได้แก่
(1) กลุ่มน้ำตาล: ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกไปยังอินโดนีเซียจะได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากไทยส่งออกน้ำตาลเป็นวัตถุดิบสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของอินโดนีเซีย รวมทั้งการนำไปแปรรูปเป็นน้ำตาลทรายขาว โดยในปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.) ที่ผ่านมาไทยมีมูลค่าการส่งออกน้ำตาลไปยังอินโดนีเซีย 725 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดี บริษัท มิตรผล อินโดนีเซีย รายงานว่า บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากการที่ไม่สามารถดำเนินการนำเข้าสินค้าที่ขนส่งทางเรือได้ เนื่องจากฝ่ายอินโดนีเซียไม่ออกใบอนุญาตนำเข้า ทำให้บริษัทอยู่ในระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทางบริษัทฯ เห็นว่ากำลังการผลิตน้ำตาลดิบในประเทศอินโดนีเซียนั้น ไม่เพียงพอที่จะรองรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของอินโดนีเซีย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำเข้าน้ำตาลบางส่วน ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลอินโดนีเซียอาจพิจารณาออกใบอนุญาตนำเข้าให้แก่บริษัทฯได้
(2) กลุ่มข้าว: ตามนโยบายเดิมของรัฐบาลอินโดนีเซียในปี 2568 ซึ่งประสบความสำเร็จในการเพิ่มกำลังการผลิตข้าวจนเพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ ส่งผลให้อินโดนีเซียไม่มีความจำเป็นต้องนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ในปี 2569
โดยสามารถศึกษาเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มรายการสินค้าที่ห้ามนำเข้าได้ที่ Link ด้านล่างนี้
https://drive.google.com/file/d/1jXsVlh6m2f4NO8ePjdGesI_dpzaFYHL7/view?usp=drive_link
ข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา
เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์


