Thursday, April 23, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ประชาสัมพันธ์ News

ทำธุรกิจกับสหภาพยุโรปในยุคหลังโควิด: ผู้ประกอบการไทยควรปรับตัวอย่างไร

15/06/2020
in News, ทวีปยุโรป
0
ทำธุรกิจกับสหภาพยุโรปในยุคหลังโควิด: ผู้ประกอบการไทยควรปรับตัวอย่างไร
12
SHARES
190
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

สหภาพยุโรปเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยคณะกรรมาธิการยุโรปคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของภูมิภาคจะหดตัวกว่า 7.4% ในปี 2563 และกลับมาขยายตัว 6.1% ในปี 2564 นอกจากนี้ อัตราการว่างงานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และตัวเลขการขาดดุลงบประมาณและหนี้สาธารณะก็จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดสืบเนื่องจากมาตรการการเงินการคลังที่รัฐบาลจำเป็นต้องนำออกมาใช้เพื่อพยุงเศรษฐกิจ สำหรับตัวเลขการค้า คณะกรรมาธิการยุโรปคาดว่า ในปี2563 การส่งออกของอียูจะหดตัว 9-15% (คิดเป็น 282-470 พันล้านยูโร) และการนำเข้าจะลดลง 11-14% (คิดเป็น 313-398 พันล้านยูโร) โดยภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องจักรและยานยนต์ได้รับผลกระทบมากสุด

[su_spacer]

นาย Paolo Gentiloni กรรมาธิการยุโรปด้านเศรษฐกิจให้สัมภาษณ์เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2563 ว่า ประเทศในยุโรปได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่เท่ากัน และความสามารถในการฟื้นฟูเศรษฐกิจก็จะเร็วช้าต่างกันด้วย ขึ้นอยู่ว่าแต่ละประเทศจะออกจากมาตรการล็อกดาวน์ได้เมื่อไหร่ การพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวมีมากน้อยเพียงใดและสถานะทางการเงินก่อนวิกฤตเป็นอย่างไร ซึ่งความไม่เท่าเทียมกันนี้อาจส่งผลกระทบต่อระบบตลาดเดียวของอียูและยูโรโซนเป็นอย่างมาก เว้นแต่ประเทศสมาชิกจะหันหน้าเข้าหากันและหาทางออกร่วมกันในระดับอียูนอกจากนี้ นาย Gentiloni มองว่า วิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้รุนแรงกว่าวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปเมื่อปี 2552 (ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจหดตัว 4.5%) โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักสุด ได้แก่ กรีซ อิตาลี สเปน โครเอเชีย (และ
ฝรั่งเศสในระดับรองลงมา)

[su_spacer]

น่าจะเป็นข่าวดีที่ในขณะนี้ ยอดผู้ติดเชื้อในยุโรปลดลงอย่างต่อเนื่องและรัฐบาลได้ทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม โดยร้านอาหารซึ่งเป็นกิจการกลุ่มแรกที่ถูกสั่งปิดชั่วคราวและกลุ่มสุดท้ายที่รอคำอนุญาตให้เปิดบริการอีกครั้ง เริ่มได้รับอนุญาตให้กลับมาดำเนินกิจการแล้วในหลายประเทศ และในวันที่ 15 มิถุนายน 2563 ประชาชนจะสามารถเดินทางในยุโรปเพื่อการท่องเที่ยวได้อีกครั้ง ซึ่งหลายประเทศในยุโรปใต้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดมากกว่ายุโรปส่วนอื่นต่างมีความคาดหวังที่จะได้รายได้จากการท่องเที่ยวในฤดูร้อนนี้มาช่วยพยุงวิกฤตทางเศรษฐกิจ

[su_spacer]

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา อียูและรัฐบาลประเทศสมาชิกได้ออกมาตรการการเงินการคลังเพื่อฝ่าวิกฤตโควิดแล้วหลายชุด ทั้งเงินช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับประชาชน ลูกจ้าง บริษัท SME และประเทศสมาชิก โดยในขณะนี้ประเทศสมาชิกอียูอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนองบประมาณการฟื้นฟูเศรษฐกิจของคณะกรรมาธิการยุโรปซึ่งมีวงเงินสูงถึง 1.85 ล้านล้านยูโร อันประกอบด้วย 1) กองทุนฟื้นฟู “Next Generation EU” จำนวน 7.5 แสนล้านยูโร โดยแบ่งเป็นเงินให้เปล่า 5 แสนล้านยูโร และเงินกู้ 2.5 แสนล้านยูโร และ 2) กรอบงบประมาณ Multiannual Financial Framework (MFF) จ านวน 1.1 ล้านล้านยูโร สำหรับช่วง 7 ปีข้างหน้า (ค.ศ.2021-2027) โดยคาดว่าน่าจะบรรลุข้อตกลงกันได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ แผนงบประมาณดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบเป็น
เอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอียูทั้ง 27 ประเทศ และจะมีส่วนสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจอียูทั้งระบบให้สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าและกลับเข้าสู่ภาวะการเติบโตได้อีกครั้ง รวมถึงเป็นบทพิสูจน์ความเป็นเอกภาพของอียูที่มักถูกวิจารณ์ว่าเริ่มอ่อนแอลงนับจากเหตุการณ์ Brexit

[su_spacer]

แนวทางการปรับตัวเข้าสู่บรรทัดฐานใหม่ทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทย

[su_spacer]

แม้ว่าเศรษฐกิจของอียูมีแนวโน้มที่จะต้องเผชิญความท้าทายอยู่มาก แต่อียูก็ยังเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทยเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเตรียมความพร้อมในการปรับตัวเข้าสู่การดำเนินธุรกิจยุคหลังโควิดซึ่งมาพร้อมกับโอกาสและความท้าทาย ทีมงาน Thaieurope ได้สรุปแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจไว้ ดังนี้

[su_spacer]

1) การกระจายห่วงโซ่อุปทาน (supply chain diversification)

[su_spacer]

ที่ผ่านมาในยุคโลกาภิวัฒน์ ภาคการผลิตโดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติต่างๆ เน้นการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและต้นทุนต่ำสุด ท าให้เกิดห่วงโซ่อุปทานที่ส่วนใหญ่จะพึ่งพาวัตถุดิบจากจีน อย่างไรก็ดีในช่วงวิกฤตโควิด จีนไม่สามารถส่งออกสินค้าได้เหมือนปกติ ประกอบกับหลายประเทศได้ออกมาตรการห้ามหรือจำกัดการส่งออกสินค้าส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานโลกหยุดชะงัก ทำให้หลายชาติเช่น ประเทศสมาชิกอียู ญี่ปุ่น และสหรัฐ ต้องทบทวนกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของตนเองใหม่ โดยเปลี่ยนจากการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานเดียว (single-line supply chain) มาสู่การกระจายห่วงโซ่อุปทาน (supply chain diversification) ในหลายประเทศและหลายทวีปมากขึ้น รวมทั้งย้ายฐานการผลิตบางส่วนกลับมาในประเทศตนเอง (reshoring) โดยเฉพาะส าหรับสินค้าจำเป็นเช่น เครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์อาหาร รวมทั้งวัตถุดิบส าคัญในอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก อลูมิเนียม และแร่ธาตุต่าง ๆ (โคบอลท์ ลิเธียม ทองแดง) ทั้งนี้ หน่วยงานส่งเสริมการค้าการลงทุนของเขตฟลานเดอร์ประเทศเบลเยียม (Flanders Investment & Trade) มองว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้ธุรกิจเบลเยียมเริ่มตระหนักว่าไม่ควรพึ่งพาประเทศหนึ่งประเทศใดจนเกินไป และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเชื่อมโยงกับคู่ค้าต่างประเทศหลายรายขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมหลายภูมิภาคเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดกับสายการผลิต ในขณะที่สมาพันธ์ภาคธุรกิจของยุโรป (BusinessEurope) ออกมาเตือนว่านโยบายสนับสนุนการย้ายฐานการผลิตกลับภูมิภาคยุโรป(reshoring) เปรียบเสมือนดาบสองคม เพราะจะส่งผลให้สินค้าในประเทศมีปริมาณมากเกินความต้องการ นอกจากนั้น การปกป้องทางการค้าไม่ใช่ทางออก และอียูต้องยอมรับว่าการเคลื่อนย้ายห่วงโซ่อุปทานไปยังนอกภูมิภาคยุโรปของภาคธุรกิจ เป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันได้ และการแสวงหาตลาดผู้บริโภคที่เกิดใหม่ พร้อมย้ำว่าการค้าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยให้เศรษฐกิจอียูฟื้นตัว โดยอียูควรเร่งทำความตกลงทางการค้ากับคู่ค้าต่างๆเพื่อขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ

[su_spacer]

2) การให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์

[su_spacer]

เครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ โดยเฉพาะยารักษาโรค เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตในครั้งนี้ เนื่องจากอียูต้องพึ่งพาการนำเข้าส่วนผสมยาจากต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะจากจีน และ อินเดีย คิดเป็นสัดส่วนถึง 80% ของปริมาณความต้องการภายในประเทศ ดังนั้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากปัญหาดังกล่าวในอนาคต อียูจึงต้องการผลักดันการจัดทำความตกลงระหว่างประเทศเพื่อยกเว้นอากรสำหรับเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุทานเหมือนในช่วงโควิดอีก รวมถึงการผลักดันให้ประเทศอื่นปรับมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยของยาให้สอดคล้องกัน ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการเข้าเป็นห่วงโซ่อุปทานสินค้าประเภทนี้ให้กับอียูเพราะอียูก็ยอมรับว่าแม้มีความต้องการกระจายห่วงโซ่อุปทาน แต่ก็คงไม่สามารถเคลื่อนย้ายฐานการผลิตกลับมายังอียูได้ทั้งหมด

[su_spacer]

3) การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน

[su_spacer]

วิกฤตในครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำให้ประเด็นเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แรงงาน สิทธิมนุษยชน รวมถึงสุขอนามัยและความปลอดภัย มีความสำคัญมากขึ้นทุกขณะ โดยนาง Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป นำเสนอแนวทางขับเคลื่อนโลกหลังโควิดในการประชุม High-Level Event on Financing for Development in the Era of Covid-19 and Beyond ของ UN โดยมุ่งเน้นการร่วมมือกันเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมโลกบนพื้นฐานของเศรษฐกิจสีเขียว ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อน และสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนั้น อียูยังเตรียมประกาศจะเสนอร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อบังคับให้ภาคเอกชนอียูตรวจสอบ supply chain ของสินค้าเพื่อแสดงว่าไม่
ได้มาจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและทำลายสิ่งแวดล้อม โดยกฎหมายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ European Green Deal และจากข้อร้องเรียนที่ว่าความต้องการสินค้าด้านการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงการระบาดของโควิดนั้นอาจมาจากการผลิตที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านแรงงาน ดังนั้น ในการด าเนินการค้ากับอียู ผู้ประกอบการไทยจึงต้องให้ความส าคัญเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องมาตรฐานทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม แรงงาน สิทธิมนุษยชน สุขภาพและความปลอดภัย โดยอียูมีแนวโน้มจะเพิ่มระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนทั้งกับตัวสินค้าและกระบวนการผลิตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

[su_spacer]

4) การสู้โรคระบาดด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบสามมิติ (3D printing)

[su_spacer]

การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดท าให้หลายโรงงานต้องปิดกิจการชั่วคราว และเทคโนโลยี 3D Printing ได้เข้ามามีบทบาทส าคัญในการช่วยให้การผลิตสินค้าจำเป็นโดยเฉพาะอุปกรณ์การแพทย์ เช่น หน้ากากป้องกันการติดเชื้อและเครื่องช่วยหายใจยังสามารถด าเนินต่อได้ แม้ว่าในปัจจุบันการผลิตด้วย 3D Printing จะยังมีต้นทุนสูงและผลิตได้น้อยชิ้น แต่ 3D Printing เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์เรื่องการสร้างความยืดหยุ่นให้กับสายการผลิต
และการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตในอนาคต ดังนั้น จึงน่าจะมีการพัฒนา hardware และ software เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ 3D Printing ให้ผลิตชิ้นงานได้ในจำนวนมากขึ้นและต้นทุนต่ำลง อันจะทำให้ 3D Printing เป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันทั้งสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสตาร์ทอัพและเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม

[su_spacer]

5) การใช้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

[su_spacer]
เป็นที่ทราบกันดีว่า สถานการณ์โควิดส่งผลต่อการปรับตัวเข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างก้าวกระโดด จากผลพวงของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมาเป็นการทำงานจากที่บ้าน ผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์หรือแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการสื่อสารมากขึ้น ตลอดจนทำให้เกิดการเรียนการสอน หรือการพบแพทย์ในรูปแบบออนไลน์รวมถึงนำเทคโนโลยีเสมือนจริงมาผนวกกับการเดินทางท่องเที่ยว และการเปลี่ยนจากการใช้เงินสดมาเป็นระบบ e-payment ที่ทันสมัย ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่สั่งซื้ออาหาร หรือสิ่งของอุปโภคบริโภคอื่นๆ หลังจากสถานการณ์ของการระบาดของไวรัส อาจจะทำให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป และเทคโนโลยีจะช่วยให้การเชื่อมโยงทางธุรกิจทำได้ง่ายขึ้น ดังนั้น การพัฒนา hardware และ software เพื่อรองรับการทำงาน การประชุมและการหารือทางธุรกิจออนไลน์ รวมทั้งการพัฒนาระบบ e-commerce และ e-payment จะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำการค้าของผู้ประกอบการไทยในอนาคตและการเติบโตของเศรษฐกิจไทยกล่าวโดยสรุป คือ ผู้ประกอบการควรต้องปรับตัวเพื่อเตรียมเข้าสู่บรรทัดฐานใหม่ทางธุรกิจในยุคหลังโควิด โดย
ควรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ ตลอดจนเพื่อขยายช่องทางการตลาดและเพิ่มฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น นอกจากนั้น ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่คำนึงถึงประเด็นด้านสังคม สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน รวมถึงสุขอนามัยและความปลอดภัยโดยเข้ามาบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองต่อความต้องการและความคาดหวังของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะตลาดสหภาพยุโรปที่มุ่งเน้นการก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัลอีกด้วย

[su_spacer]

โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ / คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป

Tags: ธุรกิจอุตสาหกรรมเบลเยียม
Previous Post

รัฐอาบูดาบีเพิ่มการส่งเสริมธุรกิจด้านการเกษตรขนาดเล็ก หวังกระตุ้นภาคการเกษตรในประเทศ

Next Post

เมียนมาเร่งพัฒนาถนนทางด่วนเส้นทางย่างกุ้ง – มัณฑะเลย์

Tanakorn

Tanakorn

Glob Thailand Administrator

Next Post
เมียนมาเร่งพัฒนาถนนทางด่วนเส้นทางย่างกุ้ง – มัณฑะเลย์

เมียนมาเร่งพัฒนาถนนทางด่วนเส้นทางย่างกุ้ง - มัณฑะเลย์

Post Views: 1,182

IIA InternationalInvestment Agreement

RECENTNEWS

ยูนนานขึ้นแท่นนำเข้าทุเรียนอันดับ 1 ของจีน โตพุ่งกว่า 350%

ยูนนานขึ้นแท่นนำเข้าทุเรียนอันดับ 1 ของจีน โตพุ่งกว่า 350%

18/04/2026
ยูนนานเร่งพัฒนา “อาณาจักรสมุนไพร” สู่ศูนย์กลางระดับโลก

ยูนนานเร่งพัฒนา “อาณาจักรสมุนไพร” สู่ศูนย์กลางระดับโลก

17/04/2026
ยูนนานเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน ควบความร่วมมือความมั่นคง

ยูนนานเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน ควบความร่วมมือความมั่นคง

16/04/2026
แคนาดาผลักดันพลังงานครบวงจร พร้อมยกระดับค่าแรงและเร่งลงทุน

แคนาดาผลักดันพลังงานครบวงจร พร้อมยกระดับค่าแรงและเร่งลงทุน

11/04/2026
เวียดนามเดินเกมรุกการค้าโลก ตั้งเป้าส่งออกโต–คุมเงินเฟ้ออย่างสมดุล

เวียดนามเดินเกมรุกการค้าโลก ตั้งเป้าส่งออกโต–คุมเงินเฟ้ออย่างสมดุล

10/04/2026
ชวนส่องกฎระเบียบหลังสหภาพยุโรปบังคับใช้มาตรการคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) แล้วอย่างเป็นทางการ 

ชวนส่องกฎระเบียบหลังสหภาพยุโรปบังคับใช้มาตรการคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) แล้วอย่างเป็นทางการ 

09/04/2026
INTER ECON 22
Inter Econ

INTER ECON 22

27/06/2025
INTER ECON 21
Inter Econ

INTER ECON 21

04/09/2024
INTER ECON 20
Inter Econ

INTER ECON 20

02/02/2024
INTER ECON 19
Inter Econ

INTER ECON 19

09/08/2023
INTER ECON 18
Inter Econ

INTER ECON 18

16/02/2023

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X