วลีของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่ว่า “ชามข้าวแห่งพลังงานต้องอยู่ในมือของเราเอง” ได้กลายเป็นหลักคิดสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนานโยบายพลังงานของจีนในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกและแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม จีนเดินหน้าขยายกำลังการผลิตพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนา พลังงานนิวเคลียร์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการบรรลุเป้าหมาย “คาร์บอนคู่” (Carbon Peak และ Carbon Neutrality) และการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดของโลก
“เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หลิงหลงหมายเลข 1” (Linglong One) หรือ ACP100 ซึ่งเป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor: SMR) เชิงพาณิชย์ที่ตั้งบนบกรุ่นแรกของโลก เทคโนโลยีดังกล่าวถูกจับตามองในฐานะตัวเปลี่ยนเกมของอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์โลกและเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยผลักดันจีนสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี SMR ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์พลังงานสะอาดของประเทศ และยังมีศักยภาพสูงในการพั+ฒนาไปสู่ตลาดส่งออกในอนาคต
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายกาจฐิติ วิวัธวานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว พร้อมด้วยกงสุลฝ่ายเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางเยือน โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ชางเจียง มณฑลไห่หนาน โดยได้เยี่ยมชมพื้นที่โครงการก่อสร้างระยะที่ 2 ณ ฐานเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หลิงหลงหมายเลข 1 (Linglong One) เพื่อรับทราบความคืบหน้าการก่อสร้าง ศักยภาพด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า รวมถึงศึกษาระบบความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก
โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ชางเจียง (Hainan Changjiang Nuclear Power Plant: Hainan Changjiang NPP) เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แห่งเดียวบนเกาะไห่หนาน และถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญของมณฑล โดยมีแผนก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์รวม 5 เครื่อง ประกอบด้วยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดใหญ่ 4 เครื่อง และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) 1 เครื่อง แบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 ระยะ
- โครงการระยะที่ 1 (เปิดใช้งานแล้ว) ประกอบด้วยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาด 650 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง ได้แก่ Changjiang 1 และ Changjiang 2 ซึ่งเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2558 และ 2559 ตามลำดับ
- โครงการระยะที่ 2 (อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ประกอบด้วยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาด 1.2 กิกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง คือ Hualong One (Changjiang 3 และ Changjiang 4) ซึ่งมีกำหนดเริ่มผลิตไฟฟ้าในปี 2570 รวมถึงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก Linglong One กำลังการผลิต 125 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุนประมาณ 5 ล้านหยวน (ราว 702 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2569
โดย Linglong One เป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้มีความปลอดภัยสูง ใช้พื้นที่ก่อสร้างน้อย ติดตั้งได้รวดเร็ว และเหมาะสมกับการรองรับความต้องการพลังงานสะอาดในพื้นที่เฉพาะ เช่น เขตอุตสาหกรรม พื้นที่เกาะ หรือพื้นที่ห่างไกลที่ไม่เหมาะกับการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ในด้านความยืดหยุ่นในการใช้งาน Linglong One เป็นเครื่องปฏิกรณ์แบบน้ำแรงดัน (Pressurized Water Reactor) มีกำลังผลิตติดตั้ง 125 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอสำหรับประมาณ 526,000 ครัวเรือน นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ผลิตไอน้ำ ความร้อน และสนับสนุนกระบวนการแยกเกลือออกจากน้ำทะเลได้อีกด้วย เครื่องปฏิกรณ์ดังกล่าวมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 60 ปี และสามารถเดินเครื่องต่อเนื่องได้นาน 24 เดือน โดยไม่ต้องเปลี่ยนเชื้อเพลิง
ด้านความปลอดภัย Linglong One ใช้เทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจาก ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) พร้อมระบบความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety) ที่สามารถหยุดการทำงานได้เองในภาวะฉุกเฉิน และหากเกิดอุบัติเหตุ รัศมีผลกระทบจะจำกัดอยู่เพียง 1 กิโลเมตร เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่มีรัศมีผลกระทบประมาณ 16 กิโลเมตร และด้านสิ่งแวดล้อม Linglong One สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 880,000 ตันต่อปี สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนของจีนในระยะยาว
พลังงานสะอาดคืออนาคตของโลก และพลังงานนิวเคลียร์ถือเป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือกที่มีศักยภาพสูงที่สุด ท่ามกลางข้อถกเถียงและการแข่งขันด้านเทคโนโลยี SMR ในปัจจุบัน จีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย และสามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้จริง ซึ่งอาจกลายเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนสำหรับหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยในอนาคต
ปัจจุบัน จีนมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่เปิดใช้งานแล้ว 18 แห่ง และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 6 แห่ง มีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่อยู่ระหว่างการใช้งานรวม 58 เครื่อง มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา โดยยังมีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 27 เครื่อง และที่ได้รับอนุมัติแล้วอีก 10 เครื่อง ทั้งนี้ พลังงานนิวเคลียร์คิดเป็นร้อยละ 4.5 ของปริมาณไฟฟ้าทั้งหมดของจีน และช่วยลดการใช้ถ่านหินได้ถึง 140 ล้านตัน พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนประมาณ 370 ล้านตัน
มณฑลกวางตุ้งเป็นพื้นที่ที่มีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มากที่สุดในจีน โดยมีโรงไฟฟ้าที่เปิดใช้งานแล้ว 5 แห่ง รวมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 14 เครื่อง และยังมีโครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 2 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ผิงหลิ่ง เมืองฮุ่ยโจว และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลู่เฟิง เมืองซ่านเหว่ย สะท้อนบทบาทของกวางตุ้งในฐานะศูนย์กลางพลังงานนิวเคลียร์ของจีน
ทั้งนี้ การเปิดตัวเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก Linglong One จึงไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของจีนในการพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน แต่ยังอาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกเชิงนโยบายด้านเทคโนโลยี SMR ที่ประเทศไทยสามารถศึกษาและนำมาปรับใช้ในอนาคตได้
ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว

