การฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรมบันเทิงของประเทศไทยให้กลับมาขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้ Soft Power เพื่อสร้างกระแสความนิยมไทย ส่งเสริมภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศไทยในเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง โดยในช่วงที่ผ่านมา ภาพยนตร์และซีรีส์ของไทยได้รับความนิยมในหมู่ชาวเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งเปิดรับสื่อแขนงใหม่ ๆ จากประเทศไทย เช่น เพลง วงดนตรี T-Pop รวมถึงซีรีส์ Boys’ Love (BL) และ Girls’ Love (GL) เห็นได้จากการจัดคอนเสิร์ต กิจกรรมพบปะแฟนคลับ (fanmeet) และกระแสความนิยมในโลกออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ในอนาคต
LINGORM 1ST FANMEETING IN HONGKONG
ที่มา: TH TICKETING
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง
(1) นโยบายของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดย Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) ได้ดำเนินกิจกรรม “ตลาดภาพยนตร์และโทรทัศน์นานาชาติเขตบริหารพิเศษฮ่องกง” หรือ FILMART เป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสถานะการเป็นศูนย์กลางการผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิกของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และเป็นเวทีให้นักลงทุนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมบันเทิงได้พบปะและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน โดยงาน FILMART เป็นงานซื้อขายคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและ 1 ใน 3 ของโลก ทั้งยังสามารถดึงดูดนักลงทุนและผู้ประกอบการจากหลายประเทศ เช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และประเทศในอาเซียน รวมถึงประเทศไทย โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน 30 บริษัท นอกจากนี้ ภาพยนตร์จากประเทศไทยยังได้รับการเสนอชื่อให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในหลายโอกาส
(2) โอกาสทางธุรกิจจากแพลตฟอร์มดิจิทัล เขตบริหารพิเศษฮ่องกงมีสถานะเป็นเขตบริหารพิเศษของจีนภายใต้หลักการ 1 ประเทศ 2 ระบบ ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงสามารถเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ในจีนแผ่นดินใหญ่ เช่น Facebook, Instagram, YouTube และ Netflix ส่งผลให้กระแสความนิยมภาพยนตร์และซีรีส์ไทยสามารถเข้าถึงตลาดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงได้ง่าย ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้าง branding ของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เพื่อต่อยอดไปยังตลาดอื่น ๆ ที่มีศักยภาพเติบโตสูงต่อไป
(3) พฤติกรรมการบริโภคสื่อของคนรุ่นใหม่ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง คนรุ่นใหม่ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเปิดรับสื่อบันเทิงรูปแบบใหม่ ๆ มากขึ้น มีความคิดก้าวหน้า และมองว่าอุตสาหกรรมบันเทิงของไทยสามารถนำเสนอ content ใหม่ ๆ ที่หาไม่ได้ในอุตสาหกรรมบันเทิงของจีนหรือท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปรากฏการณ์ความนิยมซีรีส์วาย ซึ่งเป็นกระแสในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ไทยในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา และได้พัฒนาจากกระแสที่มีความนิยมเฉพาะกลุ่มไปสู่ตลาดหลัก ทำให้เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจที่เรียกว่า ‘Y Economy’ ซึ่งสร้างรายได้ให้ประเทศไทยจำนวนมาก โดยมีเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและจีนเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ ทั้งนี้ ภายในงาน FILMART ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ภาพยนตร์และซีรีส์วายเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในส่วนของ Thai Pavillion สร้างรายได้ประมาณ 1.5 พันล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมดังกล่าวของไทยในตลาดที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูงอย่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกง
Hong Kong International Film and TV Market (FILMART)
ที่มา: Hong Kong Trade Development Council
ความสำเร็จและความท้าทายของคอนเทนต์วายไทยในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง
เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2568 ภาพยนตร์ เรื่อง “ซองแดงแต่งผี” นำแสดงโดยบิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และพีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Hong Kong International Film Festival ครั้งที่ 49 ซึ่งมีผู้ชมให้ความสนใจอย่างมาก บัตรจำหน่ายหมดทุกรอบ ทั้งนี้ บิวกิ้นและพีพีเป็นหนึ่งในดารานักแสดงไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเมื่อปี 2566 ได้มีการจัดกิจกรรมแฟนมีตของบิวกิ้นและพีพีในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ภายใต้ชื่อ “BILLKIN & PP KRIT ASIA FAN MEETING 2023 in HONG KONG” ที่ Kowloon Bay International Trade and Exhibition Centre ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีมากจากกลุ่มแฟนคลับในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและจีน
ซองแดงแต่งผีเข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Hong Kong International Film Festival ครั้งที่ 49
ที่มา: GDH
นอกจากนี้ ภาพยนตร์ไทยเรื่องอื่น ๆ ยังสามารถสร้างรายได้และประสบความสำเร็จในตลาดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในช่วงที่ผ่านมา เช่น ภาพยนตร์เรื่อง “หลานม่า” ซึ่งสามารถทำรายได้ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงกว่า 25 ล้านบาท ภาพยนตร์เรื่อง “ฉลาดเกมส์โกง” ซึ่งสามารถทำรายได้ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงกว่า 50 ล้านบาท และภาพยนตร์เรื่อง “Friend Zone” ซึ่งสามารถทำรายได้ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับธุรกิจการจัดงานอีเวนต์ เช่น แฟนมีตติ้ง คอนเสิร์ต และเทศกาลบันเทิงต่าง ๆ รวมถึงเปิดโอกาสทางธุรกิจในการขายของสะสมสำหรับแฟนคลับ ธุรกิจแฟชั่น และเสื้อผ้าชั้นนำของไทย รวมถึงโอกาสในการส่งเสริมการท่องเที่ยว อาทิ ปรากฏการณ์ ‘ตามรอยเต๋-โอ้เอ๋ว’ จากภาพยนตร์เรื่อง “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” ซึ่งสร้างกระแสความนิยมการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต
แปลรักฉันด้วยใจเธอ PHOTOBOOK BOXSET PREVIEW
ที่มา: Nadao Content
ทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง คือ สภาพเศรษฐกิจท้องถิ่นของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งแม้เศรษฐกิจมหภาคจะมีอัตราการเติบโตและศักยภาพในการแข่งขันสูง แต่เศรษฐกิจจุลภาคกลับมีการเติบโตไม่มากนัก ผู้คนในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เนื่องจากค่าครองชีพสูง รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง อีกทั้งกระแสความนิยมของแฟนคลับในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงยังเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก ส่งผลให้อุตสาหกรรมบันเทิงไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างกระแสความนิยมและผลงานที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอ ทั้งยังจะต้องพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่ยืดหยุ่น และเท่าทันกระแสความเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมบันเทิงไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง
เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

