Saturday, March 7, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก

เนื้อเน้น ๆ จับเทรนด์การบริโภคเนื้อวัวในตลาดจีน ตอนที่ 1 โคเนื้อมีชีวิต

05/07/2024
in ทันโลก, อาหาร I การเกษตร
0
เนื้อเน้น ๆ จับเทรนด์การบริโภคเนื้อวัวในตลาดจีน ตอนที่ 1 โคเนื้อมีชีวิต
5
SHARES
484
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

หนึ่งในเรื่องที่คนไทยยังเข้าใจคนจีนผิดอยู่ คือ “คนจีนไม่ทานเนื้อ(วัว) เพราะนับถือเจ้าแม่กวนอิม” ความเป็นจริงคือ ถ้าได้มาท่องเที่ยวหรือลองใช้ชีวิตในเมืองจีนแล้ว จะพบว่าชาวจีนชอบทานเนื้อ(วัว)มาก โดยประเทศจีนเป็นผู้ผลิตเนื้อวัว อันดับ 4 ของโลก (รองจากสหรัฐอเมริกา บราซิล และสหภาพยุโรป) และจีนยังเป็นประเทศ ‘นักกิน’ เนื้อวัวอันดับ 2 ของโลกอีกด้วย (รองจากสหรัฐอเมริกา) โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน ระบุว่า ปี 2566 จีนมีกำลังการผลิตเนื้อวัว 7.53 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 ขณะที่กำลังการบริโภคมีสูงถึง 10.27 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ซึ่งการผลิต(เนื้อ)วัวในจีนยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการบริโภคได้เพียงพอ และต้องพึ่งพาการนำเข้าโคมีชีวิต (เพื่อชำแหละและเพื่อปรับปรุงพันธุ์) และการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อวัวชำแหละและตัดแต่ง

บทความเรื่อง เนื้อเน้น ๆ จับเทรนด์การบริโภคเนื้อวัวในตลาดจีน จะแบ่งเล่าเป็น 2 ตอน โดยตอนที่ 1 เป็นเรื่อง “โคเนื้อมีชีวิต” และตอนที่ 2 เกี่ยวกับ “เนื้อวัว” ในตลาดจีน

ปี 2566 จีนมีการเลี้ยงโคเนื้ออยู่ราว 50.23 ล้านตัว เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 3.8 โดยพื้นที่เลี้ยงโคเนื้อในจีนอยู่ทางตอนเหนือของประเทศที่สภาพภูมิอากาศเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตและมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่อุดมสมบูรณ์ โดยส่วนใหญ่โคเนื้อในจีนเป็นโคเนื้อลูกผสมสายพันธุ์ต่างประเทศ เป็นสัดส่วนเกือบร้อยละ 80 ของโคเนื้อทั้งหมดในจีน อย่างไรก็ดี การเลี้ยงโคเนื้อในจีนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย ทำให้กำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการตลาด ส่งผลให้จีนต้องนำเข้าโคเนื้อมีชีวิตทั้งเพื่อชำแหละและเพื่อปรับปรุงพันธุ์ให้ได้โคเนื้อคุณภาพ อย่างวัวฮวาซี (华西牛)

ปี 2566 จีนนำเข้าโคมีชีวิต (วัตถุประสงค์เพื่อการชำแหละและเพื่อใช้ปรับปรุงพันธุ์) รวม 147,661 ตัว (42,041 ตัน) คิดเป็นมูลค่ารวม 2,218.06 ล้านหยวน เป็นการนำเข้าของ 8 มณฑล จาก 5 ประเทศทั่วโลก จากการดำเนินนโยบายระงับการส่งออกปศุสัตว์มีชีวิตของรัฐบาลนิวซีแลนด์ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2566 ทำให้เนื้อวัวออสเตรเลียได้ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ในจีนด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงถึงร้อยละ 60 ของปริมาณนำเข้ารวม ขณะที่นิวซีแลนด์ตกมาอยู่อันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 29 ตามด้วยอุรุกวัย (ร้อยละ 6) ชิลี (ร้อยละ 5) และ สปป.ลาว (ร้อยละ 0.02) โดยผู้นำเข้ารายใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง มีการนำเข้าโคมีชีวิตมากที่สุดในจีน 52,211 ตัว ตามด้วยนครเทียนจิน (27,170 ตัว) มณฑลเหอเป่ย (23,796 ตัว) 

สำหรับมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Sanitary and Phytosanitary Measures-SPS) จีนก็มีมาตรฐานที่เข้มงวดไม่น้อยกว่าฝั่งตะวันตก โดยเงื่อนไขพื้นฐานของการนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ (สัตว์มีชีวิตและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่เกี่ยวข้อง) ของจีน มีดังนี้

  1. การนำเข้าต้องผ่าน “ด่านนำเข้าโคมีชีวิต” ที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน หรือ GACC (General Administration of Customs of the People’s Republic of China) เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีสำนักงานศุลกากรระดับมณฑลที่ดูแลกำกับการนำเข้าโคมีชีวิต (พิกัด 0102 สัตว์จำพวกโคกระบือ มีชีวิต) จำนวน 12 แห่งใน 11 มณฑลทั่วจีน

ปัจจุบัน เขตฯ กว่างซีจ้วงมีด่านที่ได้รับอนุมัติการนำเข้าโคมีชีวิต 2 แห่ง คือ ด่านท่าเรือชินโจว (ท่าเรือชินโจว ท่าเรือสินค้าทัณฑ์บนชินโจว) และด่านท่าเรือฝางเฉิงก่าง (ด่านท่าอากาศยานนานาชาติอู๋ซวีนครหนานหนิง ได้รับอนุมัตินำเข้าสุกรมีชีวิต) และปี 2566 ทีผ่านมา กว่างซีนำเข้าโคมีชีวิตจาก 2 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย (11,969 ตัว) และนิวซีแลนด์ (6,986 ตัว) 

  1. แหล่งกำเนิดสินค้าต้องไม่อยู่ใน “บัญชีรายชื่อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ห้ามนำเข้าจากประเทศ/ดินแดนที่มีโรคระบาดในสัตว์” ตามประกาศของกรมกักกันพืชและสัตว์ สำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (บัญชีรายชื่อฯ จะมีการอัปเดตเป็นระยะ) ซึ่งในอุษาคเนย์ มีเพียง สปป.ลาว กับเมียนมาที่ได้รับอนุญาตให้สามารถส่งออกโคมีชีวิตไปจีน ภายใต้เงื่อนไข/ข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและการกักกันโรคสำหรับโคเนื้อที่จีนกำหนด อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ สปป.ลาว เป็นชาติสมาชิกอาเซียนเพียงชาติเดียวที่ส่งออกโคมีชีวิตไปจีนได้จริง โดยลาวได้รับโควตาส่งออกโคและกระบือไปจีนปีละ 500,000 ตัว การส่งออกแต่ละครั้งจะมีโควตาเฉพาะ ในขณะที่เมียนมายังไม่มีการส่งออกไปจีนในทางปฏิบัติ เนื่องจากยังไม่พบรายงานการตรวจรับสินค้าจากจีน จากสถานตรวจสอบและกักกันโรคในการส่งออกสัตว์ในพื้นที่กงข่า ที่เริ่มการก่อสร้างไปเมื่อปลายปี 2564 

ความท้าทายของประเทศไทยคือยังอยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ห้ามนำเข้าจากประเทศ/ดินแดนที่มีโรคระบาดในสัตว์ เพราะเป็นพื้นที่ระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย ทำให้“โคมีชีวิตและผลิตภัณฑ์เนื้อวัว” ไม่สามารถส่งออกไปประเทศจีนได้โดยตรง แต่ใช้วิธีการส่งออกไปพักเลี้ยงในเขตปลอดโรคของ สปป.ลาว เป็นเวลา 45 วัน จึงจะสามารถส่งออกไปจีนผ่านทางมณฑลยูนนาน และหลังจากเข้าไปยังจีนแล้ว ยังต้องกักกันโรคที่ชายแดนลาว-จีน อีกอย่างน้อย 30 วัน จึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการผลิตที่จีนได้ ซึ่งวิธีการดังกล่าวยังคงมีอุปสรรคทางธุรกิจที่ต้องร่วมกันเจรจาแก้ไข

ดังนั้น เกษตรกรไทยผู้เลี้ยงโคต้องเฝ้าระวังและยกระดับระบบการเลี้ยงสัตว์และการป้องกันโรคที่ดีตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (Good Agricultural Practice : GAP) และเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (Good Farming Management : GFM) รวมถึงการรับวัคซีนป้องกันโรคระบาด เพื่อกำจัดโรคปากและเท้าเปื่อยและโรคลัมปิสกินให้หมดไปจากประเทศไทย

ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอยู่ระหวา่งการเจรจากับจีนเรื่องการเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์ โดยเฉพาะโคและสุกรมีชีวิตให้สามารถส่งออกไปจีนได้โดยตรง เพื่อลดการแบกรับต้นทุนของเกษตรกร การพัฒนาเขตปลอดโรคระบาดเพื่อเป็นสถานที่เลี้ยงสัตว์พร้อมกักกันโรคก่อนส่งออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแนวทางและมาตรฐานการป้องกันโรคระบาดของไทยให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติสากล พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีนสามารถเข้ามาตรวจสอบสถานกักกันหรือฟาร์มเลี้ยงปศุสัตว์ของไทย เพื่อเปิดทางให้ “โคไทย” ก้าวไกลสู่ตลาดจีนได้อย่างราบรื่นโดยเร็ว

ข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง

แหล่งที่มา

เนื้อเน้น ๆ จับเทรนด์การบริโภคเนื้อวัวในตลาดจีน ตอนที่ 1 โคเนื้อมีชีวิต
Tags: #china#globthailand#globทันโลก#newsfeed#ข่าวต่างประเทศ#ข่าวรอบโลก#จีน#รอบโลก#เนื้อ#เนื้อวัว#เศรษฐกิจ#เศรษฐกิจระหว่างประเทศ#โคเนื้อ20242567slideshow
Previous Post

Qatar Medicare 2024

Next Post

เวียดนามส่งเสริมนโยบายสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า

Globthailand

Globthailand

Next Post
เวียดนามส่งเสริมนโยบายสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า

เวียดนามส่งเสริมนโยบายสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า

Post Views: 2,541

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X