Sunday, March 8, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก

การจัดสรรงบประมาณ และแผนผลักดันการท่องเที่ยวของอินโดนีเซียในปี 2565

18/10/2021
in ทันโลก, เอเชีย
0
การจัดสรรงบประมาณ และแผนผลักดันการท่องเที่ยวของอินโดนีเซียในปี 2565
1
SHARES
415
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

การจัดสรรงบประมาณของอินโดนีเซียในปี 2565 

.

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 สภาผู้แทนราษฎรอินโดนีเซียได้อนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณประจำปี 2565 (2022  State Budget Bill) ซึ่งอนุมัติงบประมาณประจำปี 2565 เป็นจำนวน 2,714.2 ล้านล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย หรือประมาณ 189.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดหวังว่าการใช้งบประมาณจำนวนดังกล่าวจะทำให้ (1) เศรษฐกิจอินโดนีเซียในปี 2565 เติบโตร้อยละ 5.2 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายปี 2564 ที่ระบุให้เศรษฐกิจต้องเติบโตร้อยละ 5 (2) การขาดดุลงบประมาณไม่เกินร้อยละ 4.85 ของ GDP ซึ่งปี 2565 เป็นปีสุดท้ายที่อินโดนีเซียจะสามารถขาดดุลงบประมาณเกินร้อยละ 3 ตามที่กฎหมายกำหนดเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 (3) อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นไม่เกินร้อยละ 3 ซึ่งเท่ากับเป้าหมายของปี 2564 และ (4) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 14,350 รูเปียห์อินโดนีเซีย ซึ่งเป้าหมายของปี 2564 อยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 14,600 รูเปียห์อินโดนีเซีย

.

สำหรับเป้าหมายรายรับของภาครัฐ (state revenue target) ในปี 2565 อยู่ที่ 1,846.13 ล้านล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย (125 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยแบ่งออกเป็นรายได้จากภาษี 1,510 ล้านล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย (105 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และรายได้ที่ไม่ใช่ภาษี 335.6 ล้านล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย (23.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) นอกจากนี้ สภายังเห็นชอบเป้าหมายการพัฒนาอื่น ๆ ได้แก่ (1) การทำให้อัตราการว่างงานอยู่ที่ไม่เกินร้อยละ 5.5 – 6.3 (2) การทำให้อัตราความยากจนอยู่ที่ไม่เกินร้อยละ 8.5 – 9 (3) ดัชนีความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ (Gini ratio) ไม่เกิน 0.376 – 0.378 (4) ดัชนีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Development Index) ระหว่าง 73.41 – 73.46 (5) การผลิตก๊าซธรรมชาติ 1.036 ล้านบาร์เรล/วัน และ (6) การขุดน้ำมันดิบ 703,000 บาร์เรล/วัน บาร์เรลละ 63 ดอลลาร์สหรัฐ 

.

แผนผลักดันการท่องเที่ยวของรัฐบาลอินโดนีเซีย

.

รัฐบาลอินโดนีเซียมีแผนผลักดันการท่องเที่ยวของอินโดนีเซียที่ชัดเจนมากขึ้น หลังจากสถานการณ์  COVID-19 ที่ทำให้การดำเนินการต่าง ๆ หยุดชะงักลง โดยมีเป้าหมายหลักคือการ “rebrand” การท่องเที่ยวอินโดนีเซียให้คำนึงถึงการเพิ่มคุณภาพนักท่องเที่ยว และมุ่งเน้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดเงินได้สูง มากกว่าปริมาณนักท่องเที่ยว การเพิ่มมาตรการด้านสาธารณสุข และการทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เน้นพัฒนาบุคลากร และใช้เทคโนโลยีมากขึ้น โดยมีพัฒนาการที่น่าสนใจ ดังนี้ 

.

1. การพิจารณาเปิดรับนักท่องเที่ยวจากบางประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อต่ำ เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์  ในช่วงเดือนตุลาคม 2564 และการสานต่อโครงการ Travel Bubble กับ สิงคโปร์ หลังจากหยุดดำเนินการไปในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564  โดยอินโดนีเซียเลือกพื้นที่เมือง Lagoi ในเขต Bintan (หมู่เกาะเรียว) เป็นพื้นที่เริ่มโครงการ Travel Bubble กับ สิงคโปร์ (ห่างจากสิงคโปร์ทางเรือประมาณ 1 ชั่วโมง และประชาชนมีการเดินทางไปมาระหว่างทั้ง 2 พื้นที่ในช่วงเวลาปกติ) โดยคาดว่าจะทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ในเดือนตุลาคม 2564 นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังได้บริจาควัคซีน AstraZeneca ให้แก่เมือง Batam ในอินโดนีเซียเป็นจำนวน 122,400 โดสอีกด้วย 

.

2. การตั้งงบประมาณสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในโครงการ National  

Economic Recovery (PEN) ปี 2565 เป็นเงิน 9.2 ล้านล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย (ประมาณ 640 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ) โดยดำเนินการในหลายโครงการ เช่น โครงการภูมิใจท่องเที่ยวในอินโดนีเซีย และ Proudly Made in Indonesia โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวที่อินโดนีเซียกำหนดให้เป็น “10 New Balis” และ “5 Super Priority Tourism Destinations” และจะกำหนดให้ผู้ที่ลงทุนโครงการขนาดใหญ่ใน “10 New Balis” ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการลงทุนและภาษีสูงสุด 10 ปี ตามประเภทธุรกิจ 

.

3. การจัดตั้งคณะกรรมการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Indonesia Health Tourism Board – IHTB) 

และการปรับกฎระเบียบด้านการประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพในอินโดนีเซีย โดยการสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบสาธารณสุขอินโดนีเซีย และการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติในอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่รัฐบาลเปิดให้ต่างชาติลงทุนผ่าน New Investment List โดยปัจจุบันประเทศที่ลงทุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของอินโดนีเซียมากที่สุด คือ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และจีน 

.

4. การกำหนดสาขาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของอินโดนีเซีย แบ่งออกเป็น 4 สาขาสำคัญ ได้แก่  

(1) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในสาขาการรักษาบำบัดที่มีมูลค่าสูง (2) สปา ฟิตเนส herbal tourism และ traditional and herbal health services (3) การท่องเที่ยวด้านสุขภาพและกีฬา ซึ่งจะอิงกับ การจัดการแข่งขันกีฬา และ (4) การท่องเที่ยวด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์ (scientific tourism) ซึ่งจะอิงกับธุรกิจ MICE 

.

5. การพัฒนาการท่องเที่ยวฮาลาล (Halal Tourism) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในและนอกประเทศ เนื่องจากมีชาวอินโดนีเซียจำนวนมากที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวเชิงศาสนา ในต่างประเทศ โดยปัจจุบัน มีจังหวัดที่มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านศาสนาหลายแหล่งในอินโดนีเซีย เช่น จังหวัดสุมาตราตะวันตก จังหวัดอาเจะห์ จังหวัดชวาตะวันตก และ จังหวัดนุสาเตงการาตะวันตก โดยล่าสุด จังหวัดกาลิมันตันใต้ และ จังหวัดโกโรนตาโล ได้เร่งผลักดันการพัฒนาการท่องเที่ยวด้านศาสนา และฮาลาลอีกด้วย 

.

อินโดนีเซียนับเป็นประเทศที่มีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจอย่างมากมาโดยตลอด เนื่องจากมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ และมีจำนวนประชากรมากถึง 273.5 ล้านคน ซึ่งแผนผลักดันการท่องเที่ยวของอินโดนีเซีย ภายหลังการเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้นมีส่วนที่ตรงกับจุดแข็งของไทย เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธุรกิจสปา และบริการด้านสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ดังนั้น นี่จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการริเริ่ม หรือจับมือทำธุรกิจด้านนี้กับผู้ประกอบการชาวอินโดนีเซีย โดยเฉพาะการส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานในระดับโลกของไทยเพื่อตีตตลาดอินโดนีเซีย ท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตของโครงการประกันสุขภาพแห่งชาติของอินโดนีเซีย หรือ Jaminan Kesehatan Nasional (JKN) ที่ส่งผลให้มีเกิดความต้องการด้านห่วงโซ่อุปทานเครื่้องมือทางการแพทย์ที่มากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยควรศึกษาขั้นตอนการลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ภายใต้ ASEAN Common Submission Dossier Template และการขอใบอนุญาตจัดจำหน่าย เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ถูกต้องด้านการนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ของอินโดนีเซีย

.

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา

Previous Post

การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของมณฑลฝูเจี้ยน

Next Post

สถานการณ์ธุรกิจ การค้า และการลงทุนของจีนในช่วงเดือนกันยายน 2564

Tanakorn

Tanakorn

Glob Thailand Administrator

Next Post
สถานการณ์ธุรกิจ การค้า และการลงทุนของจีนในช่วงเดือนกันยายน 2564

สถานการณ์ธุรกิจ การค้า และการลงทุนของจีนในช่วงเดือนกันยายน 2564

Post Views: 3,405

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X