นครโฮจิมินห์ได้กำหนดวิสัยทัศน์ระยะยาวในการผลักดัน “อุตสาหกรรมวัฒนธรรม” ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจหลักของเมือง โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากอุตสาหกรรมวัฒนธรรมให้มากกว่าร้อยละ 7.2 ภายในปี 2573 นโยบายดังกล่าวไม่ได้มองว่าวัฒนธรรมเป็นเพียงมิติทางสังคมหรือการอนุรักษ์มรดกเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญในฐานะ “พลังทางเศรษฐกิจ” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม การจ้างงาน และความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาคและนานาชาติ
เมืองได้เดินหน้าผลักดันกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรม ควบคู่กับการจัดตั้งศูนย์สนับสนุนเฉพาะด้าน เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการบูรณาการนโยบาย การส่งเสริมผู้ประกอบการ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง นครโฮจิมินห์ยังใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของการเป็นมหานครอัจฉริยะ และการได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “นครสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์” ของ UNESCO มาต่อยอดสู่การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล การผลิตคอนเทนต์ และการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะการแสดง และสื่อสร้างสรรค์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน เมืองให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ โดยมุ่งผสานการอนุรักษ์เข้ากับการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจอย่างสมดุล ผ่านมาตรการสนับสนุนด้านภาษี การเงิน การพัฒนาบุคลากร และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาคและนานาชาติ เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน และยกระดับบทบาทของนครโฮจิมินห์ให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาสร้างสรรค์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในอีกด้านหนึ่ง นครดานังได้เร่งผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมเช่นกัน โดยตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญของประเทศเวียดนาม ภายหลังการควบรวมพื้นที่กับจังหวัดกว๋างนาม ทำให้เมืองมีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการผสาน “มรดกทางวัฒนธรรม” เข้ากับ “โครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี” เมืองเก่าฮอยอันทำหน้าที่เป็นพื้นที่มรดกวัฒนธรรมแบบครบวงจรที่สามารถพัฒนาเชิงประสบการณ์ได้หลากหลายรูปแบบ ขณะที่ใจกลางนครดานังทำหน้าที่เป็นฐานกิจกรรมสร้างสรรค์ ดิจิทัล และสตาร์ทอัพด้านคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญได้เสนอแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมของนครดานัง อาทิ การวางผังพื้นที่สร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและดิจิทัล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี VR/AR และสื่อศิลปะร่วมสมัย ตลอดจนการพัฒนากิจกรรมการแสดงยามค่ำคืนและเทศกาลทางวัฒนธรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลและภูเขา เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงประสบการณ์และดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ
นครดานังตั้งเป้าให้อุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างรายได้มากกว่าร้อยละ 13 ของ GRDP ภายในปี 2573 และพร้อมทำหน้าที่เป็นแกนนำของระบบนิเวศอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค แนวทางของทั้งสองเมืองสะท้อนภาพการพัฒนาเมืองยุคใหม่ของเวียดนาม ที่ให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในฐานะทุนทางเศรษฐกิจ หากสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างต่อเนื่องและบูรณาการทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ อุตสาหกรรมวัฒนธรรมจะไม่เพียงเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนและการยกระดับสถานะของเมืองบนเวทีภูมิภาคในระยะยาว
ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์
เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

