Friday, March 6, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทวีปเอเชีย

เวียดนามเดินหน้าจัดตั้ง ‘ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ’ ตอนที่ 1

02/09/2025
in ทวีปเอเชีย, ทันโลก, อาเซียน, เศรษฐกิจ, เอเชีย
0
เวียดนามเดินหน้าจัดตั้ง ‘ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ’ ตอนที่ 1
0
SHARES
76
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568  นาย Pham Minh Chinh นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้เยือนนครโฮจิมินห์ เพื่อเป็นประธานเปิดพิธีประกาศการดำเนินการตามข้อมติที่ 222/2025/QH15 ของสภาแห่งชาติเวียดนามเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ (International Financial Center: IFC) ในนครโฮจิมินห์และนครดานัง

โดยข้อมติที่ 222/2025/QH15 ของสภาแห่งชาติเวียดนามว่าด้วยการจัดตั้ง IFC ในเวียดนาม (มีผลบังคับใช้วันที่ 1 กันยายน 2568) ประกอบด้วย 6 บท 35 มาตรา โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้

(1) ภาพรวม IFC จะตั้งอยู่ใน (1) นครโฮจิมินห์ ครอบคลุมพื้นที่แขวง Sai Gon รวม 793 เฮกตาร์ และ (2) นครดานัง ครอบคลุมพื้นที่แขวง Hai Chau และแขวง An Hai รวม 6.17 เฮกตาร์ โดยจะเป็นศูนย์รวมหน่วยงานและสถาบันด้านการเงินระดับสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมบทบาทของเวียดนามในฐานะศูนย์กลางที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายการเงินระดับโลก

(2) องค์ประกอบของศูนย์ฯ ได้แก่ (1) ธนาคารพาณิชย์ สาขาธนาคารต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันภัย (2) กองทุนลงทุนและองค์กรจัดการสินทรัพย์ (3) องค์กรโครงสร้างพื้นฐานตลาดการเงิน (4) องค์กร fintech และสินทรัพย์ดิจิทัล (5) องค์กรให้คำปรึกษาและสนับสนุนต่าง ๆ (6) องค์กรที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน และ (7) หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(3) เป้าหมายการพัฒนา IFC ได้แก่ (1) การพัฒนาแบบคู่ขนานในทั้งสองนครโดยใช้แนวทางบริหารจัดการแบบบูรณาการ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับจุดแข็งของแต่ละพื้นที่ พร้อมรักษาความสมดุลและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินชั้นนำในภูมิภาคและระดับโลก (2) การส่งเสริมการเงินที่ยั่งยืนผ่านการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ทางการเงินสีเขียวและการระดมทุนเพื่อโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (3) การดำเนินงานตามมาตรฐานสากล เชื่อมโยงกับตลาดการเงินโลกและสนับสนุนการเชื่อมโยงตลาดหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมบริการทางการเงินที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (4) การดึงดูดและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คุณภาพสูง ทั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการเงินในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานและการใช้ชีวิตของผู้เชี่ยวชาญและนักธุรกิจต่างชาติ และ (5) การรักษาความสมดุลของผลประโยชน์ระหว่างภาครัฐ นักลงทุน และประชาชน คงไว้ซึ่งความมั่นคงทางการเงิน เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม

ทั้งนี้ นครโฮจิมินห์จะมุ่งเน้นการพัฒนาตลาดทุน ธนาคาร สกุลเงินดิจิทัล fintech พื้นที่ Sandbox สำหรับเทคโนโลยีการเงิน และแพลตฟอร์มการค้าเฉพาะทางสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่นครดานังจะให้ความสำคัญกับการเงินสีเขียว (Green Finance) fintech และการเงินเพื่อการค้า (Trade Finance) เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก 

(4) โครงสร้างของศูนย์ฯ ประกอบด้วยหน่วยงานบริหาร หน่วยงานกำกับ ศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ และศาลเฉพาะกิจ เพื่อรองรับกระบวนการพิจารณาและตัดสินข้อพิพาททางการเงินในระดับนานาชาติอย่างเป็นระบบ

(5) แหล่งเงินทุน ประกอบด้วยงบประมาณภาครัฐ (ทั้งจากหน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่น) เงินช่วยเหลือจากความร่วมมือระหว่างประเทศ (Official Development Assistance: ODA) การลงทุนโดยภาคเอกชนและต่างชาติ (FDI และการลงทุนในรูปแบบการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP)) รวมถึงกองทุนและแหล่งทุนอื่น ๆ 

(6) ภาษาทางการที่ใช้ในการดำเนินธุรกรรมและกิจกรรมภายใน IFC รวมถึงข้อกำหนด กฎระเบียบ เอกสารทางสถิติ การเงิน เทคนิค และเอกสารอื่น ๆ รวมถึงการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างสมาชิก คือ ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษร่วมกับฉบับแปลภาษาเวียดนาม เพื่อรองรับผู้ใช้งานจากนานาประเทศ และส่งเสริมการเข้าถึงของนักลงทุนสากล

ภาพจาก Unsplash , Nielssteeman.

(7) นโยบายส่งเสริมการลงทุนของ IFC ประกอบด้วยกลไกและนโยบายพิเศษ 15 ประการ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่น่าดึงดูดและมีความสามารถในการแข่งขันสูง โดยมุ่งดึงดูดบริษัทการเงิน fintech และนักลงทุนเชิงกลยุทธ์จากทั่วโลกมาลงทุนที่เวียดนาม

(7.1) นโยบายภาษีใน IFC 

          –    ภาษีเงินได้นิติบุคคล แบ่งเป็น 

  (1) โครงการลงทุนใหม่ภายใน IFC ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมหรือสาขาที่ได้รับการส่งเสริมจะได้รับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลพิเศษร้อยละ 10 เป็นระยะเวลา 30 ปี รวมทั้งได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดไม่เกิน 4 ปี และลดหย่อนอัตราภาษีลงร้อยละ 50 สูงสุดไม่เกิน 9 ปีถัดไป

  (2) โครงการที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริม จะได้รับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 15 เป็นระยะเวลา 15 ปี รวมทั้งได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดไม่เกิน 2 ปี และลดหย่อนอัตราภาษีลงร้อยละ 50 สูงสุดไม่เกิน 4 ปีถัดไป

  ทั้งนี้ หากโครงการลงทุนมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหลายแบบ ผู้ประกอบการสามารถเลือกรับสิทธิประโยชน์ที่เป็นประโยชน์มากที่สุด

          –    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์ และผู้ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางซึ่งทำงานใน IFC (ทั้งชาวเวียดนามและชาวต่างชาติ) รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มีรายได้จากการโอนหุ้น การโอนเงินลงทุน หรือสิทธิในการลงทุนในสมาชิกของ IFC จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจนถึงสิ้นปี 2573

          –    ภาษีศุลกากร สินค้าหรือบริหารที่ส่งออกจาก IFC ไปต่างประเทศ หรือนำเข้าจากต่างประเทศสู่ IFC จะได้รับอัตราภาษีและขั้นตอนศุลกากรพิเศษ ตามความตกลงระหว่างประเทศที่เวียดนามเป็นภาคี และกฎหมายภาษีศุลกากรนำเข้า-ส่งออก

(7.2) นโยบายด้านอัตราแลกเปลี่ยนและเงินตราต่างประเทศ

          –    สมาชิกและนักลงทุนต่างชาติของ IFC ได้รับอนุญาตให้ใช้เงินตราต่างประเทศอย่างเสรีในการทำธุรกรรม บริการ การกู้ยืมเงิน และกิจกรรมทางธุรกิจ อย่างไรก็ดี การทำธุรกรรมกับผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายการใช้เงินตราต่างประเทศของเวียดนาม 

           –    นักลงทุนต่างชาติสามารถโอนเงินลงทุน กำไร หรือรายได้ที่ถูกต้องตามกฎหมายเข้าและออกนอกประเทศผ่านบัญชีเงินตราต่างประเทศที่เปิดไว้กับสถาบันการเงิน/ธนาคารต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตทำงานใน IFC ขณะที่สมาชิก/นิติบุคคลของ IFC หากต้องการนำเงินไปลงทุนหรือให้กู้นอกเวียดนามจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน ยกเว้นกรณีของบริษัทที่ถือหุ้นโดยนักลงทุนต่างชาติร้อยละ 100 

(7.3) นโยบายการดำเนินงานด้านธนาคาร

          สมาชิกที่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินงานใน IFC สามารถดำเนินกิจกรรมทางธนาคารบางส่วนหรือทั้งหมด ภายใต้รูปแบบดังต่อไปนี้ (1) ธนาคารพาณิชย์จำกัด (มหาชน) แบบบริษัทเดี่ยว หรือ (2) สาขาธนาคารต่างประเทศ โดยธนาคารต่างประเทศสามารถใช้มาตรฐานบัญชี/ความเสี่ยงตามธนาคารแม่ (หากใช้มาตรฐาน IAS/IFRS) มิฉะนั้นต้องใช้มาตรฐานเวียดนาม ขณะที่ธนาคารเวียดนามต้องทำตามกฎหมายภายในประเทศทั้งหมด

(7.4) นโยบายการเงินและการพัฒนาตลาดทุน การเงินแบบทดลองภายใต้การควบคุม สำหรับบริการ fintech และนวัตกรรม และสิทธิประโยชน์ตามสาขา

         –    IFC มีมาตรการสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการระดมทุนให้กับองค์กรภายใน IFC โดย startup ด้านนวัตกรรมสามารถระดมทุนจากคนทั่วไป (crowdfunding) หรือเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจง (private placement) ผ่านแพลตฟอร์มระดมทุนที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานบริหาร โดยผู้ลงทุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศสามารถเข้าร่วมลงทุนและได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อาทิ สิทธิประโยชน์ทางภาษี นอกจากนี้ สินค้าทางการเงินที่ได้รับการรับรอง “การเงินสีเขียว” สามารถเปิดซื้อขายได้ใน IFC โดยองค์กรที่ออกผลิตภัณฑ์การเงินสีเขียวและนักลงทุนที่ลงทุนในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

         –    สมาชิกยังสามารถพัฒนาตลาดประกัน/ประกันภัยต่อด้วยขั้นตอนที่สะดวกมากขึ้น รวมถึงรัฐบาลจะปรับปรุงระบบข้อมูลตลาดที่โปร่งใส และปรับปรุงโครงสร้างและกฎเกณฑ์ด้านการจัดการความเสี่ยง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน อาทิ การจัดการความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ การตลาด และสินเชื่อให้เทียบเท่าระดับสากล

          –    กำหนดให้มีนโยบายการเงินแบบทดลองสำหรับบริการทาง fintech และ startup ด้านนวัตกรรมในรูปแบบการอนุญาตชั่วคราว โดยได้รับอนุญาตให้ไม่ต้องปฏิบัติตามบางข้อกำหนดของกฎหมาย ได้รับการยกเว้นความรับผิดทางปกครองหากเกิดความเสียหายแก่รัฐในระหว่างการทดลองด้วยเหตุสุดวิสัย นอกจากนี้ startup ด้านนวัตกรรมจะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษตามกลไกของศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติ (NIC) หรือสิทธิประโยชน์ที่สูงกว่าตามที่รัฐบาลกำหนด รวมทั้งอาจได้รับการสนับสนุนงบประมาณแบบให้เปล่าจากงบประมาณท้องถิ่น ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละท้องถิ่น

          –    หน่วยงานบริหาร IFC สามารถออกนโยบาย สิทธิประโยชน์ และมาตรการสนับสนุนเพื่อส่งเสริมสาขาสำคัญ ได้แก่ การเงินสีเขียว สินทรัพย์ดิจิทัล และ fintech ตลอดจนตลาดแลกเปลี่ยนสินค้า commodities และ derivatives

(7.5) นโยบายด้านแรงงาน การจ้างงาน และสวัสดิการสังคม และนโยบายด้านการเข้า-ออกประเทศ การพำนัก และการทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร และนักลงทุน

          –    สมาชิกของ IFC มีสิทธิ์จ้างแรงงาน รวมถึงแรงงานต่างชาติได้อย่างเสรีตามความต้องการ โดยไม่ถูกจำกัดสัดส่วนแรงงานต่างชาติ หรือต้องประกาศรับสมัครแรงงานเวียดนามก่อนจ้างแรงงานต่างชาติตามกฎหมายแรงงานเวียดนาม โดยมีขั้นตอนและกระบวนการที่สะดวกขึ้น ขณะที่หน่วยงานบริหารและหน่วยงานกำกับได้รับอนุญาตให้จัดการบุคลากรและงบประมาณบริหาร รวมถึงสามารถทำสัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ โดยผู้บริหาร นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ จะได้รับการอำนวยความสะดวกด้านที่พักของทางราชการหรือเงินสนับสนุนค่าเช่าบ้านระหว่างปฏิบัติงาน

                        –    รัฐบาลและคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์และนครดานังจะดำเนินโครงการฝึกอบรมและพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อสนับสนุน IFC โดยธุรกิจใน IFC จะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมแรงงานเวียดนามที่ทำงานในโครงการลงทุนใหม่ ขณะที่งบประมาณท้องถิ่นจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมบุคลากรในระดับมหาวิทยาลัยขึ้นไป เพื่อรองรับความต้องการของ IFC เป็นเวลา 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2569

          –    สวัสดิการสังคม (1) แรงงานต่างชาติที่ทำงานใน IFC สามารถเลือกเข้าร่วมระบบประกันสังคม และประกันการว่างงานได้ (2) แรงงานเวียดนามและแรงงานต่างชาติที่ทำงานใน IFC สามารถเข้าร่วมโครงการประกันสังคม ประกันสุขภาพ และประกันการว่างงาน โดยแรงงานต่างชาติที่เข้าร่วมโครงการประกันสังคมหรือสวัสดิการที่เทียบเท่าในประเทศหรือต่างประเทศอื่น ๆ แล้ว จะได้รับการยกเว้นการจ่ายเงินประกันสังคมภาคบังคับของเวียดนามบางส่วน

           –    นครโฮจิมินห์และนครดานัง จะจัดสรรที่ดินและงบประมาณ เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับแรงงานใกล้เขต IFC

           –    วีซ่าและการพำนักในประเทศ รัฐบาลเวียดนามจะออกวีซ่าและบัตรพำนักชั่วคราวที่มีอายุสูงสุดถึง 10 ปี ให้แก่ชาวต่างชาติที่เป็นนักลงทุนสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร และแรงงานที่มีทักษะสูง นอกจากนี้ ผู้ที่ทำงานระยะยาวจะได้รับการพิจารณาออกบัตรพำนักถาวร และได้รับการยกเว้นการขอใบอนุญาตทำงาน นอกจากนี้ จะร่วมกับกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ และกระทรวงการต่างประเทศจัดตั้ง one-stop service เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเข้า-ออกประเทศ รวมถึงจัดตั้งช่องทางตรวจคนเข้าเมืองพิเศษในท่าอากาศยานนานาชาติที่นครโฮจิมินห์และนครดานัง

(7.6) นโยบายด้านที่ดิน

                       –    โครงการลงทุนภายใน IFC ที่อยู่ในกลุ่มสาขา/อุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมพิเศษ หรือมีขนาดใหญ่จะได้รับการจัดสรรหรือให้เช่าที่ดินสูงสุด 70 ปี และ 50 ปี สำหรับโครงการอื่น ๆ

                       –    สิทธิการใช้ที่ดินและทรัพย์สินที่ติดกับที่ดิน องค์กร/บริษัทที่มีทุนต่างชาติใน IFC สามารถนำสิทธิการใช้ที่ดิน รวมทั้งทรัพย์สินที่ติดกับที่ดินไปจำนองกับสถาบันการเงินต่างประเทศเพื่อกู้เงินลงทุนได้

(7.7) นโยบายส่งเสริมการใช้ที่ดินเพื่อดึงดูดนักลงทุนเชิงกลยุทธ์

          –    นักลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investor) จะได้รับสิทธิพิเศษ ประกอบด้วย (1) การได้รับเลือกเป็นนักลงทุนในโครงการลงทุนที่สำคัญเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสนับสนุนของ IFC ทั้งนี้ ในกรณีมีนักลงทุนตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปสนใจโครงการเดียวกัน นักลงทุนเชิงกลยุทธ์จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ (2) สิทธิการเช่าที่ดินจากรัฐ โดยไม่ต้องผ่านการประมูลหรือการประกวดราคาคัดเลือกนักลงทุน ในกรณีที่ดำเนินโครงการในสาขาที่ IFC ให้ความสำคัญ (3) สิทธิในการลงทุน-พัฒนา-บริหารจัดการ-ดำเนินงาน-โอนสิทธิโครงการลงทุน (4) ได้รับอนุญาตให้จัดหาบริการสนับสนุนการลงทุนและบริการเวนคืนที่ดินให้แก่นักลงทุนรายอื่นใน IFC และ (5) ได้มีส่วนร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลในการจัดทำและปรับปรุงแผนพัฒนา IFC

        –    นักลงทุนเชิงกลยุทธ์จะต้อง (1) มีศักยภาพทางการเงินและประสบการณ์ พร้อมคำมั่นในการลงทุนระยะยาว และสนับสนุนการพัฒนา IFC (2) ในกรณีที่ได้รับเลือกให้ดำเนินโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี และห้ามโอนโครงการดังกล่าวในระยะเวลา 10 ปี (3) สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ IFC ในเวทีนานาชาติ และร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อดึงดูดนักลงทุน/สถาบันการเงินข้ามชาติเข้ามาลงทุน และ (4) จัดหาบริการที่จำเป็นแก่นักลงทุนรายรอง ตามที่ได้ให้คำมั่นไว้

(7.8) นโยบายส่งเสริมอื่น ๆ 

         อาทิ นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการก่อสร้าง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิคและสังคม ระบบสาธารณูปโภค และบริการต่าง ๆ การส่งออก-นำเข้า และการจัดจำหน่ายสินค้าและบริการ ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมถึงกลไลการแก้ไขข้อพิพาทในการดำเนินกิจการลงทุนและธุรกิจ (เปิดโอกาสให้สามารถเลือกอนุญาโตตุลาการทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ) เพื่อเร่งให้ IFC ของเวียดนามสามารถเริ่มต้นดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์

เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

Tags: #globthailand#globทันโลก#ข่าวต่างประเทศslideshowเวียดนามเศรษฐกิจ/ธุรกิจ/การค้า
Previous Post

Loblaw เปิดตัวสัญลักษณ์ “T” สินค้านำเข้าสหรัฐฯ ดัน No Frills โตแรงในปี 2568

Next Post

มณฑลส่านซี พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ ยอดส่งออก EV พุ่ง 105%

Globthailand

Globthailand

Next Post
มณฑลส่านซี พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ ยอดส่งออก EV พุ่ง 105%

มณฑลส่านซี พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ ยอดส่งออก EV พุ่ง 105%

Post Views: 427

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X