Saturday, March 7, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทวีปเอเชีย

ยุทธศาสตร์ไฮโดรเจนแห่งชาติและแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายใน ค.ศ. 2050 ของสิงคโปร์

10/11/2022
in ทวีปเอเชีย, ทันโลก, ธุรกิจ I การค้า I การลงทุน, พลังงาน I สิ่งแวดล้อม I ความยั่งยืน
0
ยุทธศาสตร์ไฮโดรเจนแห่งชาติและแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายใน ค.ศ. 2050 ของสิงคโปร์
15
SHARES
429
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 นาย Lawrence Wong นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้กล่าวเปิดงานสัปดาห์พลังงาน ค.ศ. 2022 โดยกล่าวถึงแผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 พร้อมกับประกาศยุทธศาสตร์แห่งชาติ (National Hydrogen Strategy) 

แผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050

ในปี 2565 สิงคโปร์สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 32% หรือ 2 เท่าจากปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อปี 2552 ทำให้สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่อหน่วย GDP ต่ำที่สุด ซึ่งปัจจุบันสิงคโปร์จะเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เร็วขึ้นจากที่ตั้งเป้าไว้สูงที่สุดในปี ค.ศ. 2030 ที่ 65 ล้านตันต่อปี เปลี่ยนเป็นเหลือ 60 ล้านตันต่อปีก่อน ค.ศ. 2030 โดยมุ่งเน้นที่การลดการปล่อยก๊าซจากการคมนาคมและการขนส่ง ซึ่งแผนใหม่นี้จะทำให้สิงคโปร์บรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายใน ค.ศ. 2050 โดยนโยบายที่สิงคโปร์จะขับเคลื่อน ได้แก่

  1. การจัดเก็บภาษีคาร์บอน ปัจจุบันสิงคโปร์เก็บภาษีคาร์บอนประมาณ 80% ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมด โดยรัฐบาลวางแผนปรับอัตราภาษีคาร์บอนจาก 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่อตัน ขึ้นเป็น 50-80 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตันภายในปี 2573
  2. การลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยในการลดการปล่อยคาร์บอนโดยการเน้นที่ภาคการผลิตกำลังไฟฟ้า เนื่องจากมีสัดส่วนปล่อยคาร์บอนสูงถึง 40 % ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมด
  3. การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานไฮโดรเจน โดยตั้งเป้าการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ที่ 2 กิกะวัตต์ภายใน 2573 ซึ่งจะเพียงพอต่อ 350,000 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มีการเริ่มนำเข้าพลังงานไฟฟ้าสะอาดภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่าง ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์อีกด้วย

ยุทธศาสตร์ไฮโดรเจนแห่งชาติ (National Hydrogen Strategy)

สิงคโปร์เห็นว่าพลังงานจากไฮโดรเจนเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนเมื่อมีการเผ้าไหม้ จึงมีศักยภาพที่จะเป็นพลังงานแห่งอนาคต อีกทั้งหลายประเทศทั่วโลกเริ่มลงทุนในการพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนมากขึ้น โดยยุทธศาสตร์ไฮโดรเจนแห่งชาติมีสาระสำคัญ 5 ประการ

  1. ศึกษาความเป็นไปได้ที่จะใช้พลังงานจากไฮโดรเจนในวงกว้างเช่นแอมโมเนียที่เป็นพาหะพลังงานของไฮโดรเจน สามารถนำมาใช้เป็นแหล่งเชื้อเพลิงให้กับการผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรมทางทะเล
  2. เพิ่มการลงทุน 2 เท่าในโครงการวิจัยและพัฒนาไฮโดรเจน ได้แก่ โครงการวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ โดยจะลงทุนเพิ่ม 129 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์  จากเดิม 55 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์  เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในการนำเข้า การจัดการ และการใช้ไฮโดรเจนอย่างปลอดภัย
  3. การสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับต่างประเทศที่มีเป้าหมายใกล้เคียงกัน เช่น สร้างเครือข่ายห่วงโซ่อุปทาน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและความหลากหลายในการนำเข้าไฮโดรเจน
  4. ศึกษาเงื่อนไขของพื้นที่และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฮโดรเจนใหม่ในสิงคโปร์ เนื่องจากสิงคโปร์มีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น รวมถึงคุณสมบัติเคมีของไฮโดรเจนที่แตกต่างจากก๊าซธรรมชาติอื่น ๆ ทำให้ต้องมีการศึกษาอย่างจริงจังหากจะขยายการใช้ไฮโดรเจนไปทั่วเมือง
  5. พัฒนาภาคอุตสาหกรรมและแรงงานให้พร้อมต่อการใช้ระบบไฮโดรเจนขนาดใหญ่ซึ่งจะมีงานประเภทใหม่ ๆ เช่น การซื้อ ขาย และจัดเก็บไฮโดรเจน และการตรวจสอบและรับรองการปล่อยก๊าซคาร์บอน เป็นต้น

อีกทั้ง สิงคโปร์ยังมีแผนการที่จะขยายแผนการเงินสีเขียว (green finance) และเขตพลังงาน เนื่องจากแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะต้องเสียเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวรวมหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนร่วมกัน สิงคโปร์จึงมีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางการเงินสีเขียว เพื่อเป็นแหล่งระดมทุนในการพัฒนาสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเน้นการร่วมมือ 3 ประการ ได้แก่ 1. ข้อมูลที่ดีขึ้น (Data) 2. การเปิดเผยข้อมูลที่มากขึ้น (Disclosure) 3. การให้คำจำกัดความที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเงินสีเขียว (Definition)

นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังมีแผนด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ เช่น แผนการเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะพลังงานสะอาดทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2040 แผนการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมความยั่งยืนที่ Jurong Island และแผนการท่องเที่ยวยั่งยืนที่ Sentosa Island

สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์

Previous Post

ไทย – ออสเตรีย เดินหน้า MOU สร้างความร่วมมือที่น่าสนใจใน 7 สาขา!

Next Post

จับตาทิศทางเศรษฐกิจอังกฤษหลังการเข้ารับตำแหน่งใหม่ของ Rishi Sunak

Globthailand

Globthailand

Next Post
จับตาทิศทางเศรษฐกิจอังกฤษหลังการเข้ารับตำแหน่งใหม่ของ Rishi Sunak

จับตาทิศทางเศรษฐกิจอังกฤษหลังการเข้ารับตำแหน่งใหม่ของ Rishi Sunak

Post Views: 1,285

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X