เศรษฐกิจแอฟริกาใต้ยังคงเผชิญภาวะ “ชะงักงันเชิงโครงสร้าง” อย่างต่อเนื่อง โดย OECD ประเมินว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้เพียงประมาณร้อยละ 1.3 ต่ำกว่าศักยภาพของประเทศอย่างมาก แม้ GDP ตามราคาตลาดจะมีมูลค่าราว 426 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีขนาดใหญ่เมื่อวัดตามกำลังซื้อ (PPP) แต่การเติบโตในระดับนี้ไม่เพียงพอที่จะรองรับปัญหาการว่างงานที่อยู่ในระดับสูงกว่า 32% โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่ว่างงานมากกว่า 40% สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านรายได้ต่อหัวที่แท้จริงซึ่งลดลงต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้มาตรฐานการครองชีพของประชาชนแทบไม่ปรับดีขึ้น แม้เศรษฐกิจจะมีการฟื้นตัวเป็นระยะ
ข้อจำกัดสำคัญมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ ทั้งผลิตภาพแรงงานที่ซบเซา การลงทุนภาคเอกชนที่ต่ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมถอย ขณะเดียวกัน ภาระหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูงถึงประมาณ 75–80% ของ GDP และภาระดอกเบี้ยกินสัดส่วนมากถึงราว 20% ของงบประมาณ ทำให้รัฐบาลมีพื้นที่ดำเนินนโยบายทางการคลังอย่างจำกัด การที่แอฟริกาใต้ยังถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับต่ำกว่าการลงทุน ยิ่งเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมและบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาโลจิสติกส์และพลังงานยังคงเป็นคอขวดสำคัญ ระบบท่าเรือและรางของรัฐวิสาหกิจ Transnet มีประสิทธิภาพต่ำ ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งสูงกว่ามาตรฐานสากล ขณะที่ระบบไฟฟ้าของ Eskom ซึ่งพึ่งพาถ่านหินเป็นหลัก ยังเผชิญความไม่เสถียรและการหยุดจ่ายไฟเป็นระยะ นอกจากนี้ วิกฤตการจัดการน้ำกำลังกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างใหม่ จากโครงสร้างพื้นฐานที่เก่า การรั่วไหลสูง และการจัดการน้ำเสียที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและเหมืองแร่ในระยะยาว แต่ยังเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนในเขตเมืองด้วย
แรงกดดันจากปัจจัยภายนอกยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ เมื่อสหรัฐฯ เตรียมเก็บภาษีนำเข้าสินค้าหลักจากแอฟริกาใต้ และสิทธิพิเศษทางการค้าภายใต้ AGOA กำลังจะสิ้นสุด ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์ เหมืองแร่ และเกษตรกรรม เผชิญความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มชะลอการลงทุนหรือพิจารณาย้ายฐานการผลิต รัฐบาลแอฟริกาใต้จึงจำเป็นต้องเร่งกระจายความเสี่ยงทางการค้า หันไปหาตลาดใหม่ในแอฟริกา เอเชีย และกรอบความร่วมมืออย่าง AfCFTA และ BRICS+ ควบคู่กับการเร่งปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและปลดล็อกศักยภาพการเติบโตในระยะกลางถึงยาว
ข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย

