เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน แถลงในระหว่างการประชุมด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า อัตราเงินเฟ้อลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 8.8 ณ เดือนกรกฎาคม 2568 และคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 6-7 ภายในสิ้นปีนี้ อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งรัฐบาลเริ่มกระบวนการร่างงบประมาณปี 2569 – 2571 โดยเน้นการใช้งบประมาณเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การพัฒนาภาคสังคม โดยนำปัจจัยเรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมาพิจารณา โดยเฉพาะการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ คาดว่ารัฐบาลและธนาคารกลางรัสเซียจะสามารถรักษาเสถียรภาพของการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับการคงอัตราการว่างงานในระดับต่ำ ซึ่งธนาคารกลางรัสเซียจะลดอัตราดอกเบี้ยจากร้อยละ 20-21 เหลือร้อยละ 18 เพื่อให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 4 ตามเป้าหมายของปี 2569
การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
ด้านพลังงาน
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 สหภาพยุโรป (EU) ซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมูลค่า 408 ล้านยูโร และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มูลค่า 703 ล้านยูโร โดยประเทศผู้นําเข้า 3 ลำดับแรก คือ ฝรั่งเศส สเปน และเบลเยี่ยม (ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2568 การนําเข้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 65,000 ล้านยูโร) และล่าสุด เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2568 อินเดียยังคงนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินเดียระบุว่า การขึ้นภาษีร้อยละ 25 ต่อสินค้าจากอินเดียของสหรัฐอเมริกาไม่ใช่ปัจจัยที่กระทบต่อการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย
ด้านการคมนาคม
กระทรวงคมนาคมรัสเซีย แถลงว่า สายการบิน Nordwind มีกําหนดทําการบินเส้นทางบินตรงมอสโก-เปียงยาง ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2568 เดือนละ 1 เที่ยวบิน เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปูตินกล่าวในพิธีเปิดถนนเส้นทาง M-12 ว่า รัสเซียอยู่ระหว่างพิจารณาโครงการสร้างถนนเชื่อมโยงไซบีเรียและตะวันออกไกล (คาซัคสถาน มองโกเลีย จีน และเกาหลีเหนือ) เพื่อบูรณาการเครือข่ายการคมนาคม และเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาค
ด้านการเกษตร
รัสเซียมีแผนเพิ่มส่วนแบ่งปุ๋ยในตลาดโลกจากร้อยละ 18-20 เป็นร้อยละ 25 ภายในปี 2573 โดยปัจจุบัน รัสเซียเป็นผู้ส่งออกปุ๋ยรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก (รองจากจีน) และคาดว่าในปีนี้จะสามารถเพิ่มการผลิตจาก 63 ล้านเมตริกตัน เป็น 65 ล้านเมตริกตัน
ด้านการลงทุน
นาย Alexey Chekunkov รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาตะวันออกไกลและอาร์กติกให้สัมภาษณ์ว่า มูลค่าการลงทุนรวมในตะวันออกไกลในปี 2568 คาดว่าจะสูงถึง 20,000 ล้านรูเบิล (255.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายใต้ New International Advanced Special Economic Zones โดยมี 10 โครงการที่อยู่ในบัญชีรายชื่อ และจะมีการหารือทิศทางความร่วมมือในเขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวในช่วงการประชุม Eastern Economic Forum โดยเฉพาะการสร้างกลไกที่ส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนสําหรับนักลงทุนจากกลุ่มประเทศที่เป็นมิตร รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งนี้ นาง Valentina Matviyenko ประธานวุฒิสภารัสเซียกล่าวในช่วง World Conference of Parliament Speakers ครั้งที่ 6 ที่นครเจนีวาว่า การเป็นประเทศหุ้นส่วน BRICS ของมาเลเซีย เป็นการเปิดโอกาสสําหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับทุกประเทศสมาชิก ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือพหุภาคี และผลประโยชน์ของทุกประเทศสมาชิกที่ต้องการส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติด้านเศรษฐกิจด้วยการเคารพซึ่งกันและกัน
ข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก
เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

