The Northern Metropolis เป็นโครงการพัฒนาที่สําคัญของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นในปี 2564 บนพื้นที่ประมาณ 30,000 เฮกตาร์ ในเขต Yuen Long และเขต North ของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยเขตดังกล่าวมีพื้นที่รวมเกือบ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และเป็นโครงการพัฒนาระดับ Flagship ของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ทั้งนี้ รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงตั้งเป้าหมายให้โครงการดังกล่าวเป็นโครงการระยะยาวสําหรับอนาคตในระยะ 20 – 30 ปี ข้างหน้า
โครงการดังกล่าวได้ใช้แนวทางการพัฒนาที่เน้นอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมควบคู่ไปกับการส่งเสริมการพัฒนา ผ่านกลยุทธ์เครื่องยนต์คู่ใต้ – เหนือ (South – North Dual Engine) ที่ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในการเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคและโลก และจุดแข็งของมณฑลกวางตุ้ง โดยเฉพาะเมืองเซินเจิ้นที่มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเมืองแห่งนวัตกรรมที่มีความโดดเด่นระดับนานาชาติควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรม วัฒนธรรม และพัฒนาเมืองอย่างครบวงจร ให้สามารถรองรับประชากรประมาณ 2.5 ล้านคน ผ่านการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยจํานวน 350,000 ยูนิต และการสร้างงานกว่า 650,000 ตําแหน่ง
นายพอล ชาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงกล่าวแนะนำโครงการ Northern Metropolis
ที่มา: สำนักข่าว SING PAO DAILY NEWS
พื้นที่โครงการ Northern Metropolis จะถูกแบ่งออกเป็น 4 เขตตามจุดแข็งของแต่ละพื้นที่ ดังนี้
- ศูนย์กลางการบริการมืออาชีพระดับสูงและโลจิสติกส์ (High-end Professional Services and Logistics Hub): มุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือกับเซินเจิ้น เมืองเฉียนไห่ (Qianhai) และเมืองหนานซาน (Nanshan) ในด้านการเงิน บริการระดับสูง และโลจิสติกส์
- เขตนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Innovation and Technology Zone): จัดสรรที่ดินสําหรับสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มุ่งเน้นการวิจัย และส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการและอุตสาหกรรม
- เขตการค้าและอุตสาหกรรมชายแดน (Boundary Commerce and Industry Zone): สนับสนุนการค้าข้ามพรมแดน โลจิสติกส์ การดูแลสุขภาพ การก่อสร้าง และการเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
- เขตการนันทนาการและการท่องเที่ยวสีฟ้าและสีเขียว (Blue and Green Recreation, Tourism and Conservation Circle): ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และวัฒนธรรม อาทิ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในบริเวณ Sha Tau Kok
การบูรณาการกับเมืองเซินเจิ้น
แนวคิด 2 อ่าว 1 แม่น้ํา
2 อ่าว 1 แม่น้ํา คือ แนวคิดเชิงพื้นที่ที่เน้นการสอดประสานการทํางานร่วมกันระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและเซินเจิ้น โดยใช้ประโยชน์จากจุดควบคุมชายแดนทางบกจํานวน 7 แห่ง และโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการคมนาคมของประชาชน สินค้า และบริการข้ามแดน ทั้งนี้ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงมุ่งพัฒนาพื้นที่ในตอนเหนือของเขต New Territories เพื่อให้สอดรับกับการพัฒนาเมืองเซินเจิ้นที่มีศูนย์กลางอยู่ติดกับพรมแดนจีน – เขตบริหารพิเศษฮ่องกง และเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแลกเปลี่ยนแรงงานคุณภาพสูง ความร่วมมือทางธุรกิจ นวัตกรรมและเทคโนโลยี อีกทั้งจะเป็นก้าวสําคัญของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในการก้าวไปสู่เศรษฐกิจใหม่
การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีร่วมกัน
หนึ่งในการดําเนินการหลักภายใต้โครงการ Northern Metropolis คือการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเขต San Tin Technopole ให้สอดคล้องกับเขตความร่วมมือด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเหอเถา (Hetao) เซินเจิ้น – เขตบริหารพิเศษฮ่องกง (Hong Kong – Shenzhen Innovation and Technology: HSITP) ซึ่งตั้งอยู่ที่จุดตัดระหว่างโครงการ Northern Metropolis และพื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีของนครกว่างโจว – เมืองเซินเจิ้น โดยเขตเหอเถาได้ถูกวางแผนให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่หลากหลาย อาทิ เทคโนโลยีชีวิตและสุขภาพ ปัญญาประดิษฐ์ การผลิตขั้นสูง ศูนย์กลางการวิจัยและวิชาการขั้นสูง โดยความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นการสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการสร้างต้นแบบและการเปิดโอกาสเพื่อการระดมทุนและการเติบโตระยะยาว ดังนั้นเขตความร่วมมือดังกล่าวจึงเป็นโอกาสอันดีสําหรับบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกที่จะใช้ประโยชน์ในการตั้งฐานการวิจัย ใช้ ecosystem ด้านนวัตกรรม และเข้าถึงตลาดของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและจีนซึ่งมีขนาดใหญ่มาก
ภาพคอนเซปต์ของเขต San Tin Technopole
ที่มา: สำนักงานประสานงานโครงการ Northern Metropolis รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง
พัฒนาการล่าสุดของโครงการ และความท้าทายสําคัญ
– จนถึงปัจจุบัน มีบริษัทกว่า 80 แห่งลงนามบันทึกความเข้าใจ (MU) เพื่อสนับสนุนโครงการ Northern Metropolis โดย 35 แห่งทําข้อตกลงการลงทุนรวมมูลค่ารวมประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง ครอบคลุม พื้นที่ที่นําร่อง 3 แห่ง ได้แก่ San Tin Technopole, Hung Shui Kiu/Ha Tsuen และ Fanling North โดยทั้ง 3 พื้นที่มีกําหนดจะเปิดรับข้อเสนอประมูลตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 – 2569
– สําหรับโครงการเขตความร่วมมือด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหอเถา (Hetao) เซินเจิ้น- เขตบริหารพิเศษฮ่องกง หรือ Hong Kong – Shenzhen Innovation and Technology (HSITP) ปัจจุบันอยู่ในระยะการพัฒนา โดยอาคารชุดแรกของโครงการเฟสที่ 1 ได้ดําเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นเมื่อช่วงปลายปี 2567 และสามารถเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่ในปี 2568 โดยมีบริษัทประมาณ 30 แห่งอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อตั้งสํานักงานในโครงการ ทั้งนี้ อาคารส่วนที่เหลือจะเสร็จภายในปี 2569 พร้อมกับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมต่อโครงการ อาทิ ถนนเชื่อมต่อและการเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟใต้ดินและจุดข้ามพรมแดน Lok Ma Chau ทั้งนี้ รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงวางแผนว่าภายในปี 2573 พื้นที่โครงการจะเป็นพื้นที่พัฒนานวัตกรรมสําคัญ และมีความเชื่อมต่อกับ Shenzhen Park ในเมืองเซินเจิ้นอย่างเข้มข้น เพื่อส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรม และเงินทุนอย่างไร้รอยต่อระหว่างกัน อีกทั้งยังวางเป้าหมายให้พื้นที่โครงการกลายเป็นพื้นที่พัฒนานวัตกรรมชั้นนําของโลกภายในปี 2578 ซึ่งจะเป็นส่วนสําคัญในนโยบายของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงที่ต้องการสร้างศูนย์กลางเมืองใหม่เพิ่มเติมจากศูนย์กลางเศรษฐกิจเดิมของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงบริเวณอ่าววิกตอเรีย ลดปัญหาการขาดแคลนพื้นที่อยู่อาศัยบริเวณใจกลางเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง และการพัฒนาสภาพเมืองในท้องถิ่น
ภาพคอนเซปต์ของโครงการเขตความร่วมมือด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหอเถา
ที่มา: สำนักงานประสานงานโครงการ Northern Metropolis รัฐบาลฮ่องกง
บทส่งท้าย
โครงการ Northern Metropolis เป็นโครงการพัฒนาที่ทะเยอทะยานที่สุดในประวัติศาสตร์ของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อพลิกฟื้นพื้นที่บริเวณตอนเหนือของเขต New Territories ที่มักถูกมองข้ามให้เป็นมหานครแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงกับเมืองใหญ่ในเขต Greater Bay Area ของจีน อาทิ เมืองเซินเจิ้น และนครกว่างโจว ผ่านการพัฒนาที่เน้นความสําคัญของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของเมือง สร้างเครื่องยนต์ การเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยเป็นโครงการที่ควบรวมทั้งการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนขนาดใหญ่ การพัฒนาเมืองและพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน การผ่อนคลายกฎระเบียบเพื่อส่งเสริมการบูรณาการระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและจีน และการดึงดูดแรงงานศักยภาพสูงจากจีนและทั่วโลก อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวยังมีความท้าทายสําคัญ โดยเฉพาะในเรื่องสิทธิการใช้ที่ดิน การเชื่อมต่อด้านการขนส่งที่ต้องดําเนินการผ่านพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทําให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาก และการสร้าง innovative ecosystem ที่ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและเมืองอื่นในเขต Greater Bay Area ซึ่งเป็นการดําเนินการที่ซับซ้อน และอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน แต่ความสําเร็จของโครงการนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ และเป็นโครงการระดับ flagship ที่จะช่วยกําหนดทิศทางของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในอนาคตด้วย
ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง
เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

