Friday, March 6, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก

 เปิดเกมรีไซเคิลยุโรป บรรจุภัณฑ์ต้องเปลี่ยน ผู้ผลิตต้องปรับ

25/07/2025
in ทันโลก, พลังงาน I สิ่งแวดล้อม I ความยั่งยืน, ยุโรป
0
 เปิดเกมรีไซเคิลยุโรป บรรจุภัณฑ์ต้องเปลี่ยน ผู้ผลิตต้องปรับ
0
SHARES
325
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 สหภาพยุโรป (อียู) ได้ประกาศให้กฎระเบียบใหม่ว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะจากบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulations: PPWR) มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ โดยกฎระเบียบฉบับนี้ส่งผลต่อการดำเนินงานและเพิ่มภาระต้นทุนแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจในประเทศนอกอียู (Non-EU) ที่ต้องการส่งออกบรรจุภัณฑ์เข้าสู่ตลาดอียู

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 คณะกรรมาธิการยุโรปได้มีการเสนอ PPWR เพื่อทดแทนกฎระเบียบเดิม Directive (EU) 2018/852 หรือ Packaging and Packaging Waste Directive (PPWD) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2561 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดปริมาณขยะจากบรรจุภัณฑ์ ส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิล และสร้างความสอดคล้องของกฎระเบียบภายในอียู ทั้งด้านการติดฉลาก การลดพื้นที่ว่างในบรรจุภัณฑ์ การควบคุมสารเคมี เช่น PFAS รวมถึงการส่งเสริมการใช้ไบโอพลาสติก และการลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะในกระบวนการขนส่งสินค้า

นอกจากนี้ PPWR ยังตั้งเป้าให้ประชาชนสามารถนำภาชนะส่วนตัวมาใส่อาหาร take-away ได้ และกำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องบรรลุเป้าหมายการใช้บรรจุภัณฑ์ซ้ำ (re-use target) ภายในปี 2040 ทั้งนี้ กฎระเบียบยังยกระดับความรับผิดชอบของผู้ผลิตตามหลัก Extended Producer Responsibility (EPR) ครอบคลุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ เช่น ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ให้บริการคลังสินค้า โดย PPWR วางมาตรการให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ความยั่งยืนของบรรจุภัณฑ์ (2) ความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) และ (3) ระบบติดตามและควบคุมการปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยจะเริ่มบังคับใช้มาตรการจริงในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 หรือ 18 เดือนหลังจากกฎหมายลำดับรองมีผลบังคับใช้

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 สหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศให้ กฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะจากบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulations: PPWR) มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดขยะจากบรรจุภัณฑ์ ส่งเสริมการรีไซเคิล และสร้างมาตรฐานที่สอดคล้องกันในทุกประเทศสมาชิก ซึ่งกฎระเบียบนี้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออกในประเทศนอกอียู (Non-EU) ที่ต้องการวางจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ในตลาดยุโรป

โดย PPWR ถูกเสนอจากคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2565 เพื่อแทนที่กฎหมายเดิมคือ Directive (EU) 2018/852 หรือ PPWD โดยมีจุดเน้นที่ชัดเจน ได้แก่ 

  1. จำกัดการใช้วัสดุและสารเคมีอันตราย เช่น PFAS
  2. กำหนดมาตรฐาน recyclability และสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์
  3. ส่งเสริมการใช้ bioplastics และ compostable packaging
  4. สนับสนุนระบบ นำกลับมาใช้ซ้ำ (reuse) และ เติมซ้ำ (refill)
  5. เพิ่มการติดฉลากดิจิทัล (QR code) เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลวัสดุและแนวทางการคัดแยกขยะ

PPWR ครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ทุกประเภทที่จำหน่ายในตลาดอียู ไม่ว่าทำจากวัสดุใด และไม่ว่าขยะจะถูกทิ้งที่ใด โดยนิยาม “บรรจุภัณฑ์” ตามมาตรา 3 (1) หมายถึงวัตถุที่ออกแบบมาเพื่อบรรจุ ปกป้อง หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่อผู้ใช้งานในทุกระดับ ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ประเภทหลัก คือ

  1. บรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ชั้นปฐมภูมิ (Primary Production Packaging) 
  2. บรรจุภัณฑ์สำหรับการขาย (Sales Packaging) 
  3. บรรจุภัณฑ์ของบรรจุภัณฑ์สำหรับการขาย (Grouped Packaging) 
  4. บรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่ง (Transport Packaging) 
  5. บรรจุภัณฑ์สำหรับการค้าอิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce Packaging) 
  6. บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่มกลับบ้าน (Take-away Packaging) 

โดยมีข้อยกเว้น ได้แก่ ภาชนะเปล่าที่ตั้งใจจำหน่ายให้ผู้ซื้อ, บรรจุภัณฑ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ตลอดการใช้งาน และวัสดุที่ติดกับผลิตภัณฑ์ เช่น หมึก กาว สี

กฎระเบียบ PPWR ของสหภาพยุโรปมีเป้าหมายหลักเพื่อจัดการกับปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์อย่างเป็นระบบ โดยเน้นการลดปริมาณขยะจากต้นทาง เพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิล และยกระดับคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้ในระดับอุตสาหกรรม โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์ต่อหัวของประชากรในอียู โดยตั้งเป้าลดลงร้อยละ 5 ภายในปี 2030 ร้อยละ 10 ภายในปี 2035 และร้อยละ 15 ภายในปี 2040 รวมถึงการห้ามใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวบางประเภทตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2030 เพื่อชะลอการผลิตขยะที่ไม่จำเป็นตั้งแต่ต้นทางของห่วงโซ่อุปทาน

อีกหนึ่งเป้าหมายหลักคือการส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิลในกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะพลาสติก ซึ่งกำหนดให้บรรจุภัณฑ์ต้องมีสัดส่วนของพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ในระดับที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในปี 2030 และ 2040 ตามประเภทวัสดุและความอ่อนไหวต่อผลิตภัณฑ์ที่สัมผัส โดยมีข้อยกเว้นเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ยาและอาหารที่การใช้วัสดุรีไซเคิลอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

ขณะเดียวกัน PPWR ไม่ได้เน้นการตั้งเป้าหมายเชิงปริมาณใหม่ในด้านการรีไซเคิลโดยตรง แต่เน้นการเสริมความสามารถของประเทศสมาชิกในการจัดเก็บ คัดแยก และจัดการขยะบรรจุภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการเพิ่มความสามารถในการรีไซเคิล (recyclability) และการใช้วัสดุที่สามารถเข้าสู่กระบวนการหมุนเวียนได้ง่ายและในระดับอุตสาหกรรม ในด้านการยกระดับคุณภาพบรรจุภัณฑ์ กฎระเบียบ PPWR กำหนดให้บรรจุภัณฑ์ทุกชิ้นที่วางจำหน่ายในตลาดอียูต้องได้รับการจัดอันดับตามเกณฑ์การรีไซเคิลอย่างชัดเจน โดยต้องได้รับ Grade C ขึ้นไปภายในปี 2030 และ Grade B ขึ้นไปภายในปี 2038 ซึ่งแต่ละระดับสะท้อนถึงสัดส่วนของวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ในแต่ละชิ้นบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ยังได้กำหนดลักษณะของบรรจุภัณฑ์ที่ถือว่ามีคุณสมบัติรีไซเคิลได้ เช่น การออกแบบให้สามารถแยกวัสดุออกจากกันได้ การใช้วัสดุที่มีคุณภาพเทียบเท่าวัสดุขั้นปฐมภูมิ และสามารถผ่านกระบวนการรีไซเคิลในระบบอุตสาหกรรมได้โดยไม่รบกวนขยะประเภทอื่น

ภายใต้ หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ต้องรับผิดชอบต้นทุนในทุกขั้นตอนของการจัดการขยะ ตั้งแต่การเก็บ คัดแยก ขนส่ง และกำจัด โดยมีข้อกำหนดเสริม เช่น ค่าธรรมเนียมติดฉลากถังขยะตามประเภทขยะ รายงานประจำปีผ่านตัวแทนที่ได้รับอนุญาต (ยกเว้นร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก) และได้รับสิทธิประโยชน์ค่าธรรมเนียมลดลงหากใช้วัสดุรีไซเคิล (modulation fee)

ประเทศสมาชิกอียูต้องกำหนดมาตรการสนับสนุน เช่น การตั้งหน่วยงานกลางดูแลการจัดการบรรจุภัณฑ์ (Art. 40) การกำหนดเป้าหมายลดขยะต่อหัว 15% ภายในปี 2040 (Art. 43) การตั้งระบบ Deposit and Return System (DRS) (Art. 50) การส่งเสริมระบบ reuse/refill (Art. 51) และการกำหนด modulation fee และแผนการใช้จ่ายตาม Art. 68

ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกต้องจัดตั้ง ทะเบียนผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ภายใน 18 เดือนหลังจากกฎหมายลำดับรองมีผลบังคับใช้ เช่น LUCID Packaging Register ของเยอรมนี โดยคาดว่า Commission จะออก implementing act ในวันที่ 12 ก.พ. 2026 เพื่อกำหนดรายละเอียดการลงทะเบียน การรายงาน และประเภทวัสดุที่ต้องครอบคลุม

ข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ / คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป

Tags: #globthailand#globทันโลก20252568slideshowสหภาพยุโรป
Previous Post

รู้หรือยัง? ไทยกำลังขึ้นแท่นผู้นำเซมิคอนดักเตอร์โลก!

Next Post

EV Boom!  ปั้นอินเดียสู่ศูนย์กลางรถไฟฟ้า เดินหน้านโยบาย EV ใหม่ ลดภาษี-ฟรีค่าทางด่วน

Globthailand

Globthailand

Next Post
EV Boom!  ปั้นอินเดียสู่ศูนย์กลางรถไฟฟ้า เดินหน้านโยบาย EV ใหม่ ลดภาษี-ฟรีค่าทางด่วน

EV Boom!  ปั้นอินเดียสู่ศูนย์กลางรถไฟฟ้า เดินหน้านโยบาย EV ใหม่ ลดภาษี-ฟรีค่าทางด่วน

Post Views: 1,240

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X