Saturday, March 7, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทวีปยุโรป

สหภาพยุโรปเสนอร่างกฎหมายฟื้นฟูธรรมชาติ มุ่งสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศ

23/08/2022
in ทวีปยุโรป, ทันโลก, พลังงาน I สิ่งแวดล้อม I ความยั่งยืน, ยุโรป
0
สหภาพยุโรปเสนอร่างกฎหมายฟื้นฟูธรรมชาติ มุ่งสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศ
0
SHARES
577
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

แผ่นดินไหว ฝนไม่ตกตามฤดูกาล พายุรุนแรง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภัยพิบัติเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน จากสิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายให้แก่สิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ จากเหตุการณ์ดังกล่าว หลายประเทศทั่วโลกจึงหาแนวทางแบ่งเบาความรุนแรงที่เกิดขึ้นผ่านนโยบายและมาตรการต่าง ๆ รวมถึงสหภาพยุโรปที่ต่างก็ตื่นตัวกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอแผนปฏิรูปกฎหมาย ‘EU Nature Protection Package’ ต่อสภายุโรป และคณะมนตรียุโรป เพื่อกำหนดมาตรการด้านการปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ ตลอดจนการลดใช้ยาปราบศัตรูพืชให้ประเทศสมาชิกอียู 27 ประเทศร่วมกันปฏิบัติอย่างจริงจังให้สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์ EU Biodiversity Strategy เพื่อหยุดยั้งอัตราการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2030 รวมถึงผลักดันให้เกษตรกรเปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้นเพื่อลดผลกระทบจากสารเคมีตกค้างและหลีกเลี่ยงจากการปนเปื้อนของสารเคมีทั้งทางดิน ทางน้ำ และอากาศ กำหนดเป้าหมายฟื้นฟูระบบนิเวศให้ได้ร้อยละ 20 และลดการใช้สารพิษในภาคเกษตรร้อยละ 50 ภายในปี 2030 โดยแผนปฏิรูปประกอบด้วยร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่

1.ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ (Nature Restoration Regulation) ซึ่งเป็น กฎหมายฉบับแรกของโลกที่ได้กำหนดเป้าหมายที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย (binding targets) ให้ทุกประเทศสมาชิกอียูยึดถือปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพทั้งทางบกและทางทะเลอย่างน้อยร้อยละ 20 ของพื้นที่ทั้งหมดภายในภูมิภาคยุโรปให้มีสภาพที่ดีขึ้นภายในปี 2030 รวมถึงปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่ทางธรรมชาติอื่น ๆ ทั้งหมดให้กลับคืนสู่สภาพสมดุลภายในปี 2050 ภายใต้ข้อเสนอสำคัญ ดังนี้

  • หยุดการลดจำนวนลงของผึ้งหรือแมลงผสมเกสร (pollinators) ชนิดต่าง ๆ ที่ช่วยผสมพันธุ์พืชให้ฟื้นสภาพกลับมาใหม่ภายในปี 2030
  • หยุดยั้งการสูญเสียพื้นที่สีเขียวเดิมในเขตชุมชนเมืองให้ได้ภายในปี 2030 รวมถึงเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่าง ยั่งยืนไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของพื้นที่ทั้งหมดของชุมชน (ทั้งในเมืองและชนบท) ภายในปี 2050 โดยร้อยละ 10 ของพื้นที่สีเขียวทั้งหมดควรเป็นพื้นที่ที่มีต้นไม้ปกคลุม (tree canopy)
  • ฟื้นฟูระบบนิเวศเกษตรและป่าไม้ โดยการเพิ่มจำนวนผีเสื้อและนก และส่งเสริมให้มีการสะสมคาร์บอนในดิน
  • อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณหญ้าทะเลและ ตะกอนดิน รวมถึงฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำสายพันธุ์ที่มีความโดดเด่น (lconic Species) อาศัยในแนวปะการังในมหาสมุทร และทะเลภายในที่เป็นน้ำเค็ม
  • ฟื้นฟูสมดุลและความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ เช่น ป่าพรุ จากการดำเนินกิจกรรมการเกษตร การปลูกป่า และการใช้ประโยชน์จากที่ดิน
  • บริหารจัดการแม่น้ำสายหลัก – สาขาทั่วทวีปยุโรปเป็นระยะทาง 25,000 กิโลเมตร ให้น้ำไหลได้สะดวก ภายในปี 2030 เพื่อคืนความสมดุลให้กับระบบนิเวศและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ทั้งนี้ ร่างกฎหมายกำหนดให้ประเทศสมาชิกอียูต้องเร่งดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ (National Restoration Plan) ที่มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับบริบทการพัฒนาประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่กฎหมาย กำหนดไว้ โดยคณะกรรมาธิการยุโรป จะติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของประเทศสมาชิกตามแผนดังกล่าวอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดสรรงบประมาณจากโครงการ Horizon Europe และนโยบายเกษตรร่วม (CAP reform) เพื่อช่วยเหลือด้านการปรับตัวของชาวนาและเกษตรกรของแต่ละประเทศต่อไป

2. ร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชอย่างยั่งยืน (Sustainable Use of Pesticides Regulation) ซึ่งมีข้อเสนอสำคัญ ดังนี้

  • กำหนดเป้าหมายที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย (binding targets) เพื่อลดปริมาณและความเสี่ยงอันตรายจากการใช้สารเคมีในการทำการเกษตรภายในอียูให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 50 ภายในปี 2030 โดยประเทศสมาชิกอียูแต่ละประเทศต้องจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ (national reduction targets) เพื่อควบคุมปริมาณและความเสี่ยงอันตรายจากการใช้สารเคมีให้น้อยลงตามข้อกำหนด โดยอัตราการปรับลดขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 35
  • กำหนดให้เกษตรกรผู้ใช้สารนำกลยุทธ์การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (Integrated PestManagement: IPM) มาใช้ควบคุมศัตรูพืช โดยใช้กลไกการควบคุมโดยศัตรูธรรมชาติ ซึ่งคำนึงถึงผลผลิต ผลตอบแทน และความปลอดภัย มาใช้เป็นหลักปฏิบัติสำคัญ และใช้สารเคมีเกษตรในกรณีที่จำเป็นและเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น
  • ห้ามใช้สารเคมีเกษตรในเขตชุมชนที่มีความอ่อนไหว เช่น สวนสาธารณะหรือสนามเด็กเล่น รวมถึงพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย ทางเท้า และพื้นที่เปราะบางทางระบบนิเวศอื่น ๆ

ด้านกลุ่ม Greens ในสภายุโรป ตลอดจนภาคประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสุขภาพส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้และย้ำความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ แต่กลุ่มเกษตรกรภายในอียู ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อแผนการดังกล่าว เนื่องจากมองว่ามาตรการลดการใช้สารเคมีที่เข้มงวดเกินไปจะทำให้ปริมาณการผลิตและคุณภาพไม่สม่ำเสมอ ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร และ ยังเป็นการซ้ำเติมให้ภาระต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกษตรกรต้องแบกรับจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีกจนอาจทำให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการในภูมิภาคตามมาได้ ด้านประเทศสมาชิกอียูบางประเทศย้ำว่าเป้าหมายในการลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและสารเคมีเกษตรจะต้องมีความยืดหยุ่น เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนานวัตกรรมและการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังได้เรียกร้องให้ภาครัฐให้ความรู้และข้อมูลแก่เกษตรกร รวมถึงชาวประมงพื้นบ้านในเรื่องของแนวทางการปรับตัวจากการเร่งแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติด้านนิเวศเกษตร (น้ำ ป่าไม้ ที่ดิน) และการลดใช้สารเคมีเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในลำดับต่อไป รัฐสภายุโรปจะต้องหารือร่วมกับคณะกรรมาธิการยุโรป (ฝ่ายบริหาร) และคณะมนตรียุโรป (ประเทศสมาชิก) ซึ่งอาจมีการเพิ่มเติมข้อเสนอใหม่ๆ เข้ามาในร่างกฎหมายฯ อีกในอนาคต

ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับไทย         

แม้ว่ามาตรการข้างต้นจะถูกบังคับใช้เฉพาะประเทศสมาชิกอียู แต่ยังมีประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ อย่างมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการย่อยของ European Green Deal จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2569 โดยมาตรการดังกล่าวมีการปรับราคาสินค้านำเข้าบางประเภท เพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเข้ามาในกลุ่มประเทศสมาชิก EU ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องระมัดระวังการส่งออกสินค้าในกลุ่มต่อไปนี้เป็นพิเศษ ได้แก่ (1) บริการไฟฟ้า (2) ซีเมนต์ (3) ปุ๋ย (4) เหล็กและเหล็กกล้า (5) อะลูมิเนียม ด้านรายละเอียดอื่น ๆ ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.setsustainability.com/libraries/1035/item/european-green-deal


สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ / คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป

อ้างอิง:

https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/ip_22_3746

https://pro.politico.eu/news/151259

https://www.euronews.com/my-europe/2022/06/23/european%20commission-wants-to-slash-use-of

Previous Post

แนวโน้มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่น่าสนใจในภาคตะวันออกของอินเดีย

Next Post

สิงคโปร์ออกแผนเพิ่มทักษะดิจิทัลกลุ่มคนทำงานอิสระ (Gig Economy Workers)

Globthailand

Globthailand

Next Post
สิงคโปร์ออกแผนเพิ่มทักษะดิจิทัลกลุ่มคนทำงานอิสระ (Gig Economy Workers)

สิงคโปร์ออกแผนเพิ่มทักษะดิจิทัลกลุ่มคนทำงานอิสระ (Gig Economy Workers)

Post Views: 1,844

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X