มื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2567 จังหวัดกว๋างจิ ร่วมกับบริษัท T&T Group และ CIENCO 4 ได้เริ่มก่อสร้างท่าอากาศยานกว๋างจิ บนพื้นที่กว่า 265 เฮกตาร์ ในอำเภอ Gio Linh โดยจะใช้เงินลงทุนกว่า 228 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรูปแบบของการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) โครงการดังกล่าวได้รับสัมปทานในการดำเนินการเป็นเวลา 50 ปี โดยจะใช้เวลา 2 ปี ในการลงทุนก่อสร้าง และเวลา 47 ปี 2 เดือน สำหรับการเปิดให้บริการ
การก่อสร้างท่าอากาศยานกว๋างจิจะดำเนินการบนพื้นฐานหลักการ 4C ได้แก่ Comfort Conveniences Cleanliness และ Customer Service โดยจะสามารถรองรับเครื่องบินรหัส E และปรับให้เป็นท่าอากาศยานทหารระดับ 2 (Level II Military Airport) ได้ โดยคาดว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถให้บริการผู้โดยสารได้กว่า 5 ล้านคนต่อปี และรองรับการขนส่งสินค้าได้ 25,500 ตันต่อปี

นาย Vo Van Hung ประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดกว๋างจิ กล่าวว่า จังหวัดกว๋างจิ เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ เนื่องจากเป็นสถานที่มีความเชื่อมโยงกับอนุสัญญาเจนีวาฉบับปี 2497 และสนธิสัญญาสันติภาพปารีสปี 2516 โดยการดำเนินโครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการขนส่งทางอากาศที่เพิ่มขึ้น ส่งเสริมการพัฒนาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม อีกทั้งยังบรรเทาภัยพิบัติ และความมั่นคงในพื้นที่ภาคกลางเวียดนาม รวมทั้งจังหวัดกว๋างจิด้วย
จังหวัดกว๋างจิ เป็น ประตูเชื่อมต่อเวียดนามกับ สปป. ลาว และไทย ผ่านแขวงสะหวันนะเขตและจังหวัดมุกดาหาร ดังนั้น จังหวัดกว๋างจิจึงถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการดำเนินยุทธศาสตร์การเชื่อมโยง 3 ด้าน (หรือ Three Connects) เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยและเวียดนามในทุกระดับ โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่น ดังนั้น ท่าอากาศยานประจำจังหวัดฯ พร้อมโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ทางหลวงหมายเลข 15D เส้นทางรถไฟสาย My Thuy – Dong Ha – Lao Bao ทางด่วนเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึก My Thuy จะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้การค้าทวิภาคีไทย-เวียดนามสามารถบรรลุเป้าหมาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ภายในปี 2568
ทั้งนี้ ในห้วงงาน Meet Thailand ครั้งที่ 1 ณ จังหวัดกว๋างจิ เมื่อปี 2566 หอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม (ThaiCham) และสำนักงานต่างประเทศ จังหวัดกว๋างจิ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง ThaiCham และจังหวัดกว๋างจิ ในการอำนวยความสะดวกและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้แก่นักลงทุนไทยอีกด้วย


ข้อมูลและเรียบเรียง: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย