Saturday, March 7, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก

มุมมองภาคเอกชนในสิงคโปร์ต่อผลกระทบของ COVID-19 และการเตรียมการเข้าสู่ช่วงหลัง COVID-19

29/04/2020
in ทันโลก, เอเชีย
0
20
SHARES
127
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2563 เอกอัครราชทูตได้หารือทางโทรศัพท์กับนาย Alessandro Perrotta CEO ของ บจก. Interplex Holdings ซึ่งดําเนินธุรกิจด้านอุปกรณ์การแพทย์ เวชภัณฑ์และอิเล็กทรอนิกส์ และมีฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันตก และมีบริษัทคู่ค้าทั่วโลก โดยได้หารือในประเด็นเกี่ยวกับมุมมองของภาคเอกชนในสิงคโปร์เกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และการเตรียมการเข้าสู่ช่วงหลัง COVID-19 ว่า การปรับตัวของภาคเอกชนภายใต้สถานการณ์ใหม่จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดย บ. Interplex Holdings ในฐานะภาคเอกชนผู้ดําเนินธุรกิจด้านอุปกรณ์การแพทย์และอิเล็กทรอนิกส์กับหลายประเทศทั่วโลก เห็นว่าสถานการณ์การระบาดฯ ทั่วโลก น่าจะดําเนินไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. 2563 ซึ่งปัจจุบันภาคเอกชนในหลายประเทศสูญเสียความเชื่อมั่นในรัฐบาลและนโยบายการแก้ไขปัญหาและการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยภาคเอกชนเริ่มวางแผนการ renegotiation และแสวงหาทรัพยากรและเงินทุนสํารองเพื่อความอยู่รอดของตนเอง ทั้งนี้ ในปี 2564 ตลอดทั้งปีจะเป็นปีแห่งการฟื้นฟูและปรับตัวเข้ากับระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศใหม่ ซึ่งรวมถึงการกระจายฐานการผลิตตลาด และห่วงโซ่อุปทานไม่ให้ผูกยึดกับประเทศใดประเทศหนึ่งมากจนเกินไป และในปี 2565 ภาคธุรกิจเริ่มกลับสู่ภาวะปกติในบรรทัดฐานใหม่ (Post COVID-19 Standards)

[su_spacer]

ในเวลานี้ ความท้าทายที่สําคัญที่สุดของมนุษยชาติ คือ “ความหวาดกลัว” ตราบใดที่ประชาคมโลก ยังไม่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันเชื้อ COVID-19 ได้ ผู้คนก็จะยังคงกลัวการใช้ชีวิตตามปกติและการเดินทาง CEO Perrotta เห็นว่า การฟื้นตัวของภาคการบินจะเป็นตัวชี้วัดหนึ่งว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวหรือไม่ ไม่มีนักธุรกิจต่างชาติที่สามารถเดินทางไปเจรจาธุรกิจที่สหรัฐฯ ได้ในช่วงนี้ ขณะที่ในยุโรปที่ประเทศส่วนใหญ่ยังคง lockdown และปิดพรมแดน และถึงแม้ว่าในช่วง 2 – 3 เดือน ต่อจากนี้ หลายประเทศจะเริ่มควบคุมสถานการณ์ได้บ้างแล้ว แต่การสัญจรข้ามชาติอย่างเสรีตามปกติจะเป็นไปได้ยาก คําถามจึงไม่ใช่แค่ว่าเศรษฐกิจโลกและการดําเนินธุรกิจระหว่างประเทศจะกลับมาเป็นปกติเมื่อใด แต่จะทําอย่างไรให้คนไม่หวาดกลัวในการเดินทางและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติด้วย

[su_spacer]

สำหรับมุมมองในประเด็นโลกาภิวัตน์ถูกท้าทายและการปรับนโยบายห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) การกระจายความเสี่ยงและไม่พึ่งพา Supply Chain ประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกอย่างมากในช่วง Post COVID-19 ตัวอย่างเช่น ธุรกิจยานยนต์ระดับสูงที่มีห่วงโซ่อุปทานที่ยาวและหลากหลายมาก เนื่องจากรถยนต์ 1 คันมีส่วนประกอบมากถึง 69,000 ชิ้น แต่เมื่อประเทศ ทั้งในยุโรป จีน อินเดีย เม็กซิโก ปิดประเทศ ในปีนี้การผลิตรถยนต์ย่อมหยุดชะงักตามไปด้วย ประเทศที่ทั่วโลกให้ความสนใจ คือ จีน และอินเดีย ซึ่งเป็นฐานการผลิตและตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะตลาดยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ยา และเวชภัณฑ์ ทั้งนี้ โลกาภิวัตน์กําลังถูกท้าทายอย่างยิ่ง โดยเริ่มเห็นกระแส Localization ของภาคอุปทานในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับอาหาร การแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ โดยบริษัทอาหารและอุปกรณ์การแพทย์ส่วนใหญ่ถูกรัฐบาลสั่งการให้ระงับการส่งออกไปต่างประเทศ ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งห้าม 3M ขายหน้ากากอนามัยให้ต่างประเทศ

[su_spacer]

CEO Perrotta เน้นย้ำถึงปัญหาที่รัฐบาลมักไม่ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายดําเนินธุรกิจแก่ภาคเอกชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ โดยเฉพาะความช่วยเหลือในการขยาย Supply Chain สิ่งที่รัฐบาลต่าง ๆ สั่งการคือขอให้ภาคเอกชนหยุดดําเนินกิจการชั่วคราวหรือให้พนักงานหยุดงานแต่ได้รับเงินเดือน และรักษาการจ้างงานไว้ ซึ่งทําให้ภาคเอกชนต้องรับภาระและความเสี่ยงอย่างยิ่ง และต้องเริ่มพัฒนาแหล่งเงินทุนทรัพยากรและช่องทางการค้าขายของตนเอง ทั้งนี้ CEO Perrotta เห็นพ้องกับเอกอัครราชทูต ว่า ไทยและประเทศในอาเซียนจะต้องรู้ว่าจะวางตัวอย่างไร และน่าจะได้ประโยชน์จากการปรับแผนห่วงโซ่อุปทานของภาคเอกชนทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วง Post COVID-19 เนื่องจาก (1) ภาคธุรกิจในอาเซียนน่าจะหันมาใช้ ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงใน Supply Chain มากขึ้น จากเดิมที่พึ่งพาแต่จีนหรืออินเดีย และ (2) ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยุโรป และประเทศมหาอํานาจในภูมิภาคอื่น ๆ ก็น่าจะหาทางเลือกในการเป็นฐานการผลิตเพิ่มเติมจากจีนและอินเดียเพื่อกระจายความเสียง ซึ่งประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันตกก็มีจุดแข็งและมีความพร้อมในการดึงดูดการค้า การลงทุนจากต่างประเทศได้ และต้องอาศัยจังหวะนี้ในการสร้างคน (talent) ในขณะที่จีนเองก็ไม่สามารถผูกขาดห่วงโซ่อุปทาน และต้องร่วมมือกับประเทศอื่น เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงการระบาดของ COVID-19 นี้ ทุกประเทศอยู่ในสภาวะต้องดูแลตัวเอง ไม่มีประเทศใดออกมาเป็นผู้นําในการแก้ไขปัญหาสําคัญของโลกเหมือนวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินในอดีตที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน ความเป็นหนึ่งเดียวของภูมิภาคต่าง ๆ (Regional Integrity) รวมทั้งบทบาทขององค์การระหว่างประเทศก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ากําลังเลือนหายไปในช่วงการระบาดของโลก โดย CEO Perrotta มองว่า แม้แต่ในอาเซียนเองความเชื่อมโยง และปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็เบาบางลงจากกระแสโลกาภิวัตน์หวนกลับและ localization ในทุกประเทศด้วย

[su_spacer]

นอกจากนี้ ในประเด็นแรงงานต่างชาติและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในสิงคโปร์ เอกอัครราชทูตไทยกล่าวถึงเป้าหมายของรัฐบาลสิงคโปร์ในการลดจํานวนแรงงานต่างชาติจากร้อยละ 40 เหลือร้อยละ 30 ของแรงงานทั้งหมดในสิงคโปร์ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) และขอทราบความเห็นของภาคเอกชนว่า แรงงานต่างชาติยังคงเป็นประโยชน์หรือเป็นภาระต่อสิงคโปร์ รวมทั้งจะมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจของสิงคโปร์ สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างแรงงานหรือไม่ ซึ่ง CEO Perrotta เห็นว่า แรงงานต่างชาติเป็นปัจจัยสําคัญต่อการเจริญติบโตทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ ไม่ใช่เฉพาะแรงงาน blue collar แต่ยังรวมถึงแรงงานระดับ white collar เช่น นักธุรกิจ อาจารย์ และวิศวกรด้วย ซึ่งมีจํานวนกว่า 1.4 ล้านคน โดยที่ผ่านมา อุตสาหกรรม labour intensive ของสิงคโปร์ได้รับประโยชน์อย่างยิ่งจากการใช้แรงงานต่างชาติค่าแรงถูก 3.2 เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในสิงคโปร์นั้น CEO Perrotta เห็นว่า รัฐบาลสิงคโปร์จะลงทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรม ระบบ automation และเทคโนโลยี เพื่อลดการพึ่งพาแรงงานต่างชาติ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสิงคโปร์จะต้องหาทางแก้ไขปัญหาสังคมผู้สูงอายุ โดยการสร้างงานให้กับผู้สูงอายุมากขึ้นด้วย ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลสิงคโปร์กําหนดให้คนสิงคโปร์เกษียณอายุราชการเมื่ออายุ 62 ปี แต่สามารถขอต่อขยายเวลาการทํางานได้ถึงอายุ 67 ปี หากมีคุณสมบัติครบถ้วน

[su_spacer]

อนึ่ง ทัศนะเกี่ยวกับประเทศไทยในความเห็นของ CEO Perotta ประเทศไทยยังคงมีความสําคัญในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศและเป็นส่วนสําคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยมีทรัพยากรที่สมบูรณ์และข้อได้เปรียบในอุตสาหกรรมพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ปัญหาของประเทศไทยคือขาดความชัดเจนในด้านนโยบาย เศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่มีความต่อเนื่อง

[su_spacer]

สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์

Tags: covid-19นโยบายสิงคโปร์
Previous Post

ติดตามสถานการณ์จัดงานแสดงสินค้าที่สำคัญในมณฑลกว้างตุ้ง

Next Post

ด่านชายแดนเตินแท็งห์ ของเวียดนาม กลับมาเปิดให้นำเข้า-ส่งออกสินค้าตามปกติ

Tanakorn

Tanakorn

Glob Thailand Administrator

Next Post

ด่านชายแดนเตินแท็งห์ ของเวียดนาม กลับมาเปิดให้นำเข้า-ส่งออกสินค้าตามปกติ

Post Views: 732

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X