Saturday, March 7, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก

ศูนย์ปฏิบัติการภาพถ่ายโรคหัวใจด้วย AI แห่งแรกของสิงคโปร์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

28/04/2022
in ทันโลก
0
ศูนย์ปฏิบัติการภาพถ่ายโรคหัวใจด้วย AI แห่งแรกของสิงคโปร์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
0
SHARES
313
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2565 ศูนย์โรคหัวใจแห่งชาติ (National Heart Disease Centre – NHCS) สิงคโปร์ ก่อตั้งศูนย์วิจัยภาพถ่ายระบบหัวใจและหลอดเลือดด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Cardiovascular Systems Imaging and Artificial Intelligence – CVS.AI) อย่างเป็นทางการ และเป็นศูนย์วิจัยภาพถ่ายระบบหัวใจแบบมีบูรณาการแห่งแรกของสิงคโปร์และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งการถ่ายภาพด้วยคลื่นสนามแม่เหล็ก (MRI) การใช้เครื่องเอกซเรย์ CT scan และการวิธีสร้างภาพทางนิวเคลียร์ (nuclear image) เพื่อตรวจจับและวินิจฉัยแนวโน้มของโรคหัวใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ วิธีการดังกล่าวยังช่วยวิเคราะห์และตรวจจับโครงสร้างการทำงานของหัวใจ เช่น ตรวจจับคราบไขมันบนผนังหลอดเลือดแดงและกล้ามเนื้อหัวใจ

หัวหน้าศูนย์ CVS.AI ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า AI สามารถตรวจจับและเข้าใจข้อมูลที่ซับซ้อนได้หลายมิติมากกว่าการวิเคราะห์โดยมนุษย์ และช่วยเพิ่มความสามารถในการวินิจฉัยโรค รวมทั้งลดจำนวนบุคลากรและเวลาที่ใช้ในการวิเคราะห์ภาพแสกนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายหัวใจความละเอียดระดับสูงสุด และระบุการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถวัดได้ด้วยสายตามนุษย์อย่างละเอียดอ่อนภายในไม่กี่นาที
ซึ่งดีกว่าระบบปฏิบัติการแบบเก่าที่ต้องใช้เวลา 2 – 4 ชั่วโมง

ผู้อำนวยการด้านการแพทย์แห่ง NHCS คาดหวังว่า เทคโนโลยี AI กับการพัฒนาการถ่ายภาพระบบหัวใจนี้จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มการเข้าถึงของผู้ป่วย และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน ซึ่งในปัจจุบัน ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีการประยุกต์ใช้ AI ในการวินิจฉัยและทำนายโรคหัวใจในหลายประเทศ อาทิ 1) Omron Healthcare และมหาวิทยาลัยเกียวโตในญี่ปุ่นร่วมมือกันศึกษาการใช้ AI ในการวินิจฉัยและทำนายโรคหัวใจเบื้องต้น และ 2) บริษัท Artrya ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีการแพทย์ของออสเตรเลียเปิดตัว Salix โดยใช้ AI กับการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยพัฒนาร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย ทั้งนี้ เครื่องมือวินิจฉัยตรวจจับและประเมินคราบไขมันจากหลอดเลือดจาก CT scan ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายเชิงพาณิชย์ในออสเตรเลียแล้ว

จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขไทย เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2561 ระบุว่า ปัจจุบันมีคนไทยที่ป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด 432,943 คน มีอัตราการเสียชีวิตถึง 20,855 คนต่อปี หรือชั่วโมงละ 2 คน จากสถิติปี 2559 พบว่า ในไทยมีสถิติผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินจำนวน 458 คนต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งสูงกว่าสหรัฐอเมริกา (ผู้ป่วย 421 คนต่อประชากร 100,000 คน) ออสเตรเลีย (ผู้ป่วย 331 คนต่อประชากร 100,000 คน) และอังกฤษ (ผู้ป่วย 412 คนต่อประชากร 100,000 คน) ทั้งนี้ ไทยมีผู้ป่วยเข้ารับบริการในห้องฉุกเฉินเป็นจำนวนมากถึง 35 ล้านครั้งต่อปี และร้อยละ 60 เป็นผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน ดังนั้น เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน การพิจารณาคัดแยกผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

โดยสรุป ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการแพทย์และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical tourism) การมีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยและมีความแม่นยำจะส่งเสริมความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้บริการทางการแพทย์ในไทย ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยอาจจะศึกษาการจัดตั้งสถาบันวิจัยที่มีความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชนเช่นสิงคโปร์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมสู่การแพทย์ที่ทันสมัย โดยเฉพาะโรคหัวใจ เพื่อช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของประชาชนได้ต่อไปในอนาคต


ข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์

เรียบเรียง: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.straitstimes.com/singapore/singapore-team-invents-new-ai-tool-which-could-speed-up-diagnosis-of-heart-disease
https://www.straitstimes.com/singapore/health/detecting-monitoring-heart-disease-gets-an-edge-from-ai-with-new-lab-at-national-heart-centre
https://www.straitstimes.com/tech/tech-news/new-supercomputer-to-speed-up-heart-disease-future-pandemic-research
Previous Post

เกาะติดสถานการณ์ที่น่าสนใจในมณฑลเจ้อเจียง

Next Post

งานสัมมนา National Center for APEC และการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจระหว่างไทย-สหรัฐฯ

Tanakorn

Tanakorn

Glob Thailand Administrator

Next Post
งานสัมมนา National Center for APEC และการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจระหว่างไทย-สหรัฐฯ

งานสัมมนา National Center for APEC และการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจระหว่างไทย-สหรัฐฯ

Post Views: 1,017

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X