Saturday, March 7, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก

ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และราคาน้ำมันโลกตกต่ำที่มีต่อเศรษฐกิจไนจีเรีย

21/05/2020
in ทันโลก, แอฟริกา
0
8
SHARES
162
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

หลังจากเศรษฐกิจไนจีเรียประสบภาวะถดถอย (recession) จากปัญหาราคาน้ํามันในตลาดโลกตกต่ําในปี 2557 เศรษฐกิจไนจีเรียเริ่มฟื้นตัวขึ้นตามลําดับ โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า ในปี 2562 ไนจีเรียมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) อยู่ที่ร้อยละ 2.3 อย่างไรก็ดี การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ตั้งแต่ ธ.ค. 2562 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไนจีเรียอย่างรุนแรงจากการ lockdown ประเทศและการหยุดชะงักของการดําเนินธุรกิจ รวมทั้ง ราคาน้ํามันในตลาดโลกตกต่ําเหลือน้อยกว่า 30 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 บาร์เรล จากเดิมที่เคยมีรายได้จากราคา 57 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 บาร์เรล ซึ่งเป็นรายได้หลักถึงร้อยละ 90 ของประเทศ IMF จึงประเมินได้ว่า GDP ในปี 2563 ของไนจีเรียจะมีอัตราขยายตัวติดลบร้อยละ 3.4

[su_spacer]

  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจาก COVID-19 และราคาน้ำมันตกต่่ำ

[su_spacer]

รัฐบาลต้องปรับลดงบประมาณแผ่นดินประจําปี2563 จากจํานวน 35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากงบประมาณดังกล่าวอ้างอิงรายได้จากราคาน้ํามันที่ 57 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 บาร์เรล สําหรับการผลิตมากกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ไนจีเรียขาดดุลงบประมาณจํานวน 86.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กรณีการระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้อุปสงค์(demand) ภายในประเทศทั้งหมดลดลง ทําให้รัฐบาลตัดสินใจลดค่าใช้จ่ายบางส่วนออกจากแผนงบประมาณเดิม โดยเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2563 นาง Zainab Ahmed รมว. คลัง ได้ประกาศตัดเงินงบประมาณจํานวน 4.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทําให้คงเหลือ 29.42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงการด้านสังคมและความช่วยเหลือทางการเงินสําหรับกลุ่มคนยากจนและกลุ่มเสี่ยงจากการจ้างงาน ซึ่งจากสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติ(National Bureau of Statistics – NBS) เผยว่า ปัจจุบันอัตราการว่างงานสูงถึงร้อยละ 23.1 และประชากรที่จะมีรายได้น้อยกว่า 2 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อวัน มีจํานวนถึง 87 ล้านคน ซึ่งเท่ากับร้อยละ 40 ของจํานวนประชากรทั้งหมด

[su_spacer]

อีกทั้งการบริโภคในครัวเรือนลดลง จากนโยบาย lockdown ทําให้รายได้ลดลงจากการประกอบอาชีพหาเช้ากินค่ําและจากภาคธุรกิจที่ไม่ใช่ทางการ/นอกระบบ ซึ่งมีสัดส่วนถึงร้อยละ 65 ของเศรษฐกิจ ด้านภาคเอกชนก็ลังเลที่จะลงทุน เพราะขาดความเชื่อมันในศักยภาพการแก้ปัญหาและความไม่แน่นอนต่อนโยบายของรัฐบาล ส่งผลต่อหุ้นในตลาดนั้น ตกลงต่ําสุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2551 (ค.ศ. 2008)

[su_spacer]

รายได้จากการส่งออกลดลง เนื่องจากการจํากัดการเคลื่อนไหว การปิดพรมแดนและการส่งออกน้ํามันของไนจีเรีย ซึ่งเป็นสินค้าโภคภัณฑ์(commodity) ที่ราคาได้รับผลกระทบโดยตรงจาก COVID-19 ที่ทําให้อุปสงค์ในตลาดโลกที่หดตัวลง

[su_spacer]

  • การดําเนินการของรัฐบาล

[su_spacer]

1. การกู้เงิน

[su_spacer]

รัฐบาลกลางกู้เงินจาก IMF จํานวน 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากธนาคารโลก จํานวน 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจาก African Development Bank จํานวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งกู้เงินจากสถาบันการเงินภายในประเทศอีกจํานวน 800 ล้านไนร่า ขณะที่ยังคงแสวงหาแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินระหว่างประเทศอื่น ๆ เพื่อเป็นงบประมาณค่าใช้จ่ายทั้งในระดับประเทศและระดับรัฐ โดยเงินกู้จะใช้สําหรับการทดแทนการสูญเสียรายได้จากราคาน้ํามันตกต่ําและค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อป้องกัน COVID-19 รวมทั้งให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้

[su_spacer]

2. การกระตุ้นสภาวะการคลัง

[su_spacer]

  • ธนาคารกลางไนจีเรีย (CBN) อัดฉีดเงินเครดิตจํานวน 138.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้ครัวเรือนและ SMEs ที่ได้รับผลกระทบ โดยแจกเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 20,000 ไนร่า (หรือประมาณ 1,600 บาท) และรัฐบาลแจกจ่ายอาหารให้ครอบครัวยากจนในช่วง lockdown และการจํากัดการเคลื่อนไหวในประเทศ
  • เสนอแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ จํานวน 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยให้ความสําคัญกับสาขาสุขภาพ และอุตสาหกรรมเพื่อกระตุ้นการผลิตภายในประเทศและลดการนําเข้า ทั้งนี้ รัฐบาลได้ยกเว้นภาษีนําเข้าสําหรับบริษัทยา พร้อมทั้งการอํานวยความสะดวกให้เข้าถึงการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
  • ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยจากร้อยละ 9 เหลือร้อยละ 5 และมาตรการช่วงเวลาผ่อนปรนการใช้หนี้ให้ธนาคารกลาง ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2563 และประกาศยกเว้นการเรียกเก็บภาษีรายได้จากบริษัทขนาดเล็กและเรียกภาษีจากบริษัทขนาดกลางลดลงจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 20
  • ปรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลท้องถิ่น (ไนร่า) ซึ่งไนจีเรียใช้หลายอัตรา โดยลดค่าเงินไนร่าเป็น 360 ไนร่า ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 306 ไนร่า ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราสําหรับผู้ลงทุนและส่งออก(Investment and Exports) จาก 360 เป็น 380 ไนร่า ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

[su_spacer]

ข้อมูลเพิ่มเติม

[su_spacer]

เศรษฐกิจไนจีเรียมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดสภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ (recession) โดย นาย Bismarck Rewane หนึ่งในคณะผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดี Muhammadu Buhari เห็นว่า ไนจีเรียคงต้องเผชิญกับสภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจเป็นระยะเวลาประมาณ 12 -18 เดือน เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถที่จะหารายได้เพื่อนํามาชดเชยการขาดรายได้จากราคาน้ํามันที่ตกต่ําและผันผวนได้ในระยะเวลาอันใกล้ ในขณะที่จะต้องชําระเงินกู้คืนให้แก่ IMF ภายในระยะเวลา 5 ปีและอาจจะต้องหากู้เงินเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งก็จะเป็นอันตรายต่อการล้มละลายของประเทศ ทั้งนี้ Debt Management Organization – DMO รายงานว่า ไนจีเรียเป็นหนี้อยู่แล้วจนถึงไตรมาสสุดท้าย ของปี 2562 จํานวน 84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเท่ากับร้อยละ 30 ของ GDP และมีอัตราหนี้ต่อรายได้ถึงร้อยละ 60 ขณะที่ธนาคารโลกแนะนําให้ไนจีเรียมีอัตราหนี้ต่อรายได้เพียงร้อยละ 20-25

[su_spacer]

ดังนั้น ไนจีเรียต้องเร่งปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่หลังจาก COVID-19 คลายปัญหาลง โดยเฉพาะการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจอย่างจริงจังเพื่อสร้างรายได้ เพิ่มการจ้างงาน และลดการพึ่งพารายได้หลักจากน้ํามันเพียงอย่างเดียว รวมทั้ง เร่งการปฏิรูปการดําเนินงานภาครัฐเพื่อลดค่าใช้จ่ายของประเทศ อาทิ การยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ํามันภายในประเทศ การปฏิรูประบบราชการที่เอื้อต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ระบบการเงินและการธนาคาร เป็นต้น รวมทั้งต้องยกเลิกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดําเนิน ธุรกิจ(deregulation) ทั้งหลายทั้งปวง ปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษี ทั้งนี้ หลายฝ่ายประสงค์ให้ธนาคารกลางพิจารณายกเลิกรายการสินค้าภายใต้ข้อจํากัดห้ามซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อการนําเข้า (จํานวน 41 รายการ อาทิข้าว ยา ปุ๋ย นม เป็นต้น) เพื่อสร้างโอกาสให้มีการค้าเสรี การสร้างงาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมและการบริการภายในประเทศในระยะยาว

[su_spacer]

ไนจีเรียเป็นประเทศที่นําเข้าสินค้าอุปโภคและบริโภคถึงร้อยละ 95 ซึ่งหากไนจีเรียจําเป็นจะต้องยกเลิกกฎระเบียบเกี่ยวกับการนําเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคก็จะเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายตลาดเข้ามาในไนจีเรียและแอฟริกาตะวันตกได้

[su_spacer]

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา

Tags: covid-19เศรษฐกิจไนจีเรีย
Previous Post

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจและสังคมของอินเดียหลังการแพร่ระบาด COVID-19

Next Post

เปิดตัว “เทศกาลช้อปปิ้ง 5.5” ในเซี่ยงไฮ้.. กระตุ้นการใช้จ่ายจากผลกระทบ COVID-19

Tanakorn

Tanakorn

Glob Thailand Administrator

Next Post
เปิดตัว “เทศกาลช้อปปิ้ง 5.5” ในเซี่ยงไฮ้.. กระตุ้นการใช้จ่ายจากผลกระทบ COVID-19

เปิดตัว “เทศกาลช้อปปิ้ง 5.5” ในเซี่ยงไฮ้.. กระตุ้นการใช้จ่ายจากผลกระทบ COVID-19

Post Views: 1,142

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X