เมื่อวันที่ 4 – 5 ก.พ. 2563 ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนาระยะ 5 ปี ครั้งที่ 8 และการกำหนดทิศทางแผนพัฒนา 5 ปี ครั้งที่ 9 ณ หอประชุมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
[su_spacer]
ที่ประชุมรับทราบว่า เมื่อปี 2559 สภาแห่งชาติลาวออกคำสั่งระงับการอนุมัติการดำเนินกิจการเหมืองแร่ เนื่องจากบางโครงการไม่ดำเนินการตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ เมื่อเดือน พ.ค. 2560 รัฐบาล สปป. ลาวระงับการอนุมัติสัมปทานขุดค้นเหมืองแร่ 15 โครงการเนื่องจากไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการ ส่งผลให้การพัฒนาเหมืองแร่ของ สปป. ลาวลดลงร้อยละ 18.69
[su_spacer]
ในช่วงปี 2559 – 2563 กระทรวงพลังงานฯ ได้ออกใบอนุญาตการขุดค้นแร่ธาตุจำนวน 193 โครงการ ประกอบด้วยการขุดค้นและสำรวจ 69 โครงการ การศึกษาความเป็นไปได้ 43 โครงการ และอยู่ระหว่างขุดค้น 81 โครงการ ซึ่งลดลง 44 โครงการ จากช่วงปี 2554 – 2558 การจำหน่ายและส่งออกแร่ธาตุลดลงร้อยละ 13.31 และ 15.8 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเหมืองแร่ยังคงทำรายได้ให้รัฐบาลมูลค่า 734 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
[su_spacer]
ปัจจุบันการสำรวจด้านธรณีวิทยาและการสำรวจแร่ธาตุครอบคลุมพื้นที่ 162,000 ตารางกิโลเมตร
หรือร้อยละ 68.4 ของพื้นที่ประเทศ ขณะที่การสำรวจเหมืองทองครอบคลุมพื้นที่ 234.6 ตารางกิโลเมตร ที่แขวงไซสมบูน ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือระหว่างบริษัท Jo Bounmy Mining Development จำกัด กับกระทรวงป้องกันประเทศ โดยจะใช้เวลาในการศึกษาความเป็นไปได้ 2 ปี และศึกษาความเป็นไปได้ด้านเทคนิคและเศรษฐกิจ 3 ปี
[su_spacer]
รายงานของสถาบันเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนาแห่งชาติระบุว่า สปป. ลาวเป็นประเทศที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติมากที่สุดในเอเชีย มีแหล่งเหมืองแร่มากกว่า 570 แหล่ง รวมทั้งทองแดง สังกะสี และตะกั่ว โดยส่วนใหญ่ สปป. ลาวส่งออกแร่ไปยังจีน เวียดนาม และไทย
[su_spacer]