เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2561 สถาบันเกาหลีศึกษา (The Academy of Korean Studies) ได้จัดการบรรยายพิเศษในหัวข้อ“ Making Money Out of State: The Pseudo-State Enterprises in NorthKorean Economy” โดยมีนาย Andrei Lankov อาจารย์ประจํามหาวิทยาลัย Kookmin ชาวรัสเซีย เป็นผู้บรรยาย ที่ Korea Press Center กรุงโซล โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ดังนี้ [su_spacer size=”20″]
ระบบเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือเป็นแบบสังคมนิยม ซึ่งรัฐเข้าไปควบคุมการดําเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจทรัพย์สินทุกอย่างในประเทศเป็นของรัฐ ทรัพย์สินส่วนบุคคล/วิสาหกิจเอกชนเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและการจัดสรรทรัพยากรใช้ระบบปันส่วน (ration) ทั้งนี้ เศรษฐกิจเกาหลีเหนือในช่วงทศวรรษที่1950 – 1990 คงอยู่ได้ด้วยความช่วยเหลือทางการเงินจากประเทศร่วมอุดมการณ์
อาทิ สหภาพโซเวียต และจีน โดยในช่วงทศวรรษต่อมาได้เกิดหน่วยทางธุรกิจที่ผู้บรรยายเรียกว่า“วิสาหกิจกึ่งรัฐกึ่งเอกชน” (Pseudo-State Enterprise: PSE) ขึ้นในเกาหลีเหนือ [su_spacer size=”20″]
การจดทะเบียนกิจการเป็น PSE ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถดําเนินกิจการ/เปิดร้านค้าได้โดยอิสระโดยมีหน่วยงานภาครัฐให้ความคุ้มกันทางกฎหมาย อย่างไรก็ดีผู้ประกอบการจําเป็นต้องนําส่งรายได้ส่วนหนึ่งให้กับรัฐบาลเกาหลีเหนือเป็นประจําทุกเดือน
เพื่อแลกกับความคุ้มกันดังกล่าว รวมถึงต้องจ่ายสินบนให้กับข้าราชการท้องถิ่นที่มีอํานาจควบคุมดูแล PSE และสามารถสั่งปิดกิจการหรือจับกุมผู้ประกอบการด้วยทั้งนี้ จํานวนเงินรายได้ที่ผู้ประกอบการ PSE ต้องนําส่งให้รัฐบาลเกาหลีเหนือจะถูกกําหนดไว้เป็นอัตราคงที่ไม่คิดตามสัดส่วนของรายรับที่แท้จริงของผู้ประกอบการ เพื่อป้องกันปัญหาผู้ประกอบการแจ้งตัวเลขรายรับต่ำกว่าความเป็นจริง [su_spacer size=”20″]
PSE ในเกาหลีเหนือแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ (1) บริษัทการค้าต่างประเทศ (Foreign Trade Company: FTC) ซึ่งหน่วยงานของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจของเกาหลีเหนือ ก่อตั้งขึ้นเพื่อทําการค้ากับต่างประเทศ (2) วิสาหกิจเอกชนที่จดทะเบียนเป็นกิจการของรัฐและ (3) ฝ่ายผลิตย่อยของรัฐวิสาหกิจเกาหลีเหนือซึ่งทําหน้าที่ผลิตอาหารและสินค้าอุปโภคพื้นฐานเพื่อป้อนให้กับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ ประเภทของ PSE ที่แพร่หลายมากที่สุดในเกาหลีเหนือคือร้านอาหาร [su_spacer size=”20″]
การก้าวขึ้นสู่อํานาจของคิมจองอึนในปี ค.ศ. 2011 ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจแบบตลาดและผู้ประกอบการ PSE โดยคิมจองอึนถือเป็นผู้นําเกาหลีเหนือที่มีนโยบายเปิดกว้างและเป็นมิตรต่อระบบเศรษฐกิจแบบตลาดมากที่สุดในรอบ 80 ปี ภายหลังจากก้าวขึ้นสู่อํานาจ คิมจองอึนได้เริ่มนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและสนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างหน่วยงาน รัฐบาลกับธุรกิจเอกชนมากขึ้น [su_spacer size=”20″]
ในปี ค.ศ. 2015 รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ออกกฎหมายวิสาหกิจสังคมนิยม (Socialist Enterprise Law) ระบุว่ารัฐวิสาหกิจเกาหลีเหนือสามารถรับเอา/ใช้เงินทุนของภาคเอกชนเพื่อนํามาปรับปรุงหรือพัฒนาองค์กรได้ซึ่งทําให้สถานะของ PSE ได้รับการยอมรับมากขึ้น อย่างไรก็ดีผู้บรรยายประเมินว่ารัฐบาล เกาหลีเหนือจะยังไม่ให้การรับรองระบบกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลในระยะเวลาอันใกล้
เนื่องจากการกระทําดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงอุดมการณ์ที่รวดเร็วเกินไปซึ่งอาจนํามาซึ่งความวุ่นวาย/การไร้เสถียรภาพในทางการเมืองและรัฐบาลเกาหลีเหนือสามารถควบคุม PSE ได้ง่ายกว่าภายใต้ระบบปัจจุบัน [su_spacer size=”20″]
ปัจจุบันเศรษฐกิจเกาหลีเหนือภายใต้การปกครองของคิมจองอึนเติบโตอย่างก้าวกระโดดโดยรายได้เฉลี่ยของประชาชนเกาหลีเหนือเพิ่มขึ้นจากเดือนละ 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อครอบครัวในสมัยคิมจองอิลเป็นเดือนละ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อครอบครัว เกาหลีเหนือเข้าใกล้การเป็นประเทศที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในด้านการผลิตอาหาร(food self-sufficiency) ประชาชนเกาหลีเหนือไม่ได้ตกอยู่ในภาวะอดอยาก/แร้นแค้นอย่างที่สื่อตะวันตกหรือคนส่วนใหญ่เข้าใจ [su_spacer size=”20″]
ทั้งนี้อุปสรรคสําคัญของเศรษฐกิจเกาหลีเหนือได้แก่ การขาดการลงทุนจากต่างประเทศอันเป็นผลสืบเนื่องจากมาตรการลงโทษของประชาคมระหว่างประเทศ ดังนั้นเป้าหมายทางการเมืองที่ผู้นําเกาหลีเหนือต้องการบรรลุมากที่สุดในขณะนี้จึงได้แก่การโน้มน้าวให้ประชาคมระหว่างประเทศผ่อนปรนหรือยกเลิกมาตรการลงโทษดังกล่าว [su_spacer size=”20″]
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล