Saturday, March 7, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก

เปิดยุทธศาสตร์และความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น เตรียมพร้อมก่อนเวทีการประชุม G20

26/06/2019
in ทันโลก, เอเชีย
0
ฝรั่งเศสแซงจีน ขึ้นแท่นจุดหมายที่น่าลงทุนมากที่สุดอันดับ 5 ของโลก
19
SHARES
484
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจากทั้งมุมมองภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนญี่ปุ่น สามารถสรุปประเด็นภาวะเศรษฐกิจโดยรวมได้ว่า เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเติบโตในระดับปานกลางมาตั้งแต่ต้นปี 2562 โดยมีอัตราการเติบโตของ GDP ในช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค. 2562 อยู่ที่ร้อยละ 0.5 (ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 2.1 ต่อปี) ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 2 ไตรมาสก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ (1) การบริโภคของภาคเอกชน (Private consumption) ยังเพิ่มขึ้น (2) สถานการณ์การจ้างงานและอัตราค่าจ้างยังเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงผู้หญิงและผู้สูงวัยก็ได้กลับเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้นด้วย (3) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การส่งออกและผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) รวมถึงการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเครื่องจักรค่อนข้างซบเซาลงตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2562

[su_spacer]
ทั้งนี้ รัฐสภาญี่ปุ่นกําลังหารือกันเกี่ยวกับแนวนโยบายเศรษฐกิจ (Economic Policy 2019) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2562 โดยสาระสำคัญหลัก ๆ จะเน้นที่การส่งเสริมศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลดความเหลื่อมล้ำ และการส่งเสริมสังคมสูงอายุที่ประกอบด้วยประชากรผู้สูงอายุที่มีความกระตือรือร้น (Active Ageing Population) นอกจากนี้ จะครอบคลุมแนวนโยบายเกี่ยวกับ Society 5.0 การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และการพัฒนาบุคลากรด้วย อนึ่ง ประเด็นเหล่านี้ต่างก็เป็นหัวข้อหลัก ๆ ในด้านเศรษฐกิจที่ภาคส่วนต่าง ๆ ของญี่ปุ่นกล่าวถึงกันมากตั้งแต่ต้นปี 2562 และมีความสอดคล้องโดยตรงกับจุดเน้นของการประชุม G20 เช่น ความสําคัญของระบบการค้าพหุภาคี การส่งเสริมและการบริหารจัดการ Digital Trade (สื่อมวลชนญี่ปุ่นเห็นว่าควรมีการจัดเก็บภาษีจากธุรกิจ Digital ให้เป็นกิจลักษณะ) การส่งเสริม Quality Infrastructure และการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อส่งเสริม society 5.0 เพราะด้วยประโยคที่ว่า “Data is the new oil” หรือที่ว่าข้อมูลมีค่าดั่งน้ำมัน คงเป็นคำพูดที่ไม่เกินความจริงไปนัก

[su_spacer]
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นกําลังเตรียมการสําหรับการขึ้นภาษีผู้บริโภค (Consumption Tax) จากร้อยละ 8 เป็นร้อยละ 10 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 โดยชี้แจงว่าจะนํารายได้จากภาษีไปปรับปรุงระบบสวัสดิการต่าง ๆ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเคยให้สัมภาษณ์เมื่อต้นปี 2562 ว่าจะยืนยันเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากต้องติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน สมาพันธ์ภาคธุรกิจของญี่ปุ่น (Keidanren) เห็นด้วยกับการขึ้นภาษีดังกล่าว เพราะแม้ว่าการขึ้นภาษีอาจทําให้เศรษฐกิจผันผวนอยู่บ้าง แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะรับมือได้ เนื่องจากมีมาตรการต่าง ๆ รองรับอยู่แล้ว อาทิ การให้คูปองสําหรับใช้ซื้อของในร้านค้าที่กําหนด และคาดว่าอาจมีการทยอยปรับราคาสินค้าบางประเภทก่อนถึงวันที่ 1 ตุลาคม เพื่อให้ผู้บริโภคเริ่มคุ้นชิน

[su_spacer]
ยุทธศาสตร์ด้าน FTA ของญี่ปุ่น 
ปัจจุบันญี่ปุ่นมีความตกลง FTA / EPA กับต่างประเทศรวม 18 ฉบับ โดยล่าสุด คือความตกลง ญี่ปุ่น – EU ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2562 ส่วนการเจรจาที่ยังอยู่ในช่วงพิจารณา อาทิ (1) FTA 3 ฝ่าย ระหว่างจีน-เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า (2) EPA กับโคลอมเบีย (3) EPA กับตุรกี และ (4) การเจรจาการค้าญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ที่ยังติดขัดในประเด็นหลัก ๆ เรื่องสินค้าเกษตรและรถยนต์ โดยล่าสุดในการพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรีอาเบะกับประธานาธิบดีทรัมป์ที่กรุงโตเกียวเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2562 ทั้งสองเห็นชอบให้นาย Toshimitsu Motegi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ และนาย Robert Lighthizer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ของสำนักงานคณะผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เร่งเจรจาในรายละเอียดต่อไป โดยคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในเดือนสิงหาคม 2562 ภายหลังการเลือกตั้ง สว. ในญี่ปุ่น

[su_spacer]
การลงทุนของญี่ปุ่นในไทย

ในประเด็นการลงทุนของญี่ปุ่นในไทยในระยะหลัง บริษัทญี่ปุ่นที่สนใจจะขยายการลงทุนในไทยจํานวนหนึ่งเป็นบริษัทที่มีโรงงานหรือสำนักงานในไทยอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาสิ่งจูงใจต่าง ๆ ของไทย ก็พบว่ายังมีความซับซ้อนและความไม่ชัดเจนในบางกรณี โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่นก็ยังไม่เข้าใจว่าการลงทุนใน EEC จะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในจังหวัดอื่น ๆ นอก EEC หรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะหากเป็นจังหวัดหรือสาขาที่เข้าข่ายจะได้รับการสนับสนุนระดับสูงสุดจาก BOI อยู่แล้ว นอกจากนี้ นักลงทุนญี่ปุ่นเห็นว่า หากไทยสามารถให้คําแนะนําและข้อมูลด้านการลงทุนในลักษณะ One Stop Service ได้ ก็จะเป็นประโยชน์มาก

[su_spacer]
ผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ – จีนที่มีต่อญี่ปุ่น

สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ผลกระทบของสงครามการค้าที่มีต่อบริษัทญี่ปุ่นในจีนยังถือว่าไม่มากนัก เพราะร้อยละ 70 ของบริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในจีนเป็นธุรกิจการผลิตสินค้าเพื่อการบริโภคภายในประเทศจีน จึงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกําแพงภาษีดังกล่าว สําหรับอีกร้อยละ 30 ที่อยู่ใน Supply Chain ของการผลิตสินค้าที่ส่งออกจากจีน คือส่วนที่ได้รับผลกระทบและอยู่ในข่ายที่อาจพิจารณาย้ายโรงงานจากจีนไปที่อื่น โดยส่วนใหญ่มุ่งไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น บริษัท Sharp ได้ย้ายโรงงานจากจีนไปยังไต้หวันชั่วคราว ก่อนที่จะมีแผนจะย้ายไปเวียดนามในเดือนตุลาคม 2562 และย้ายฐานการผลิตบางส่วนมายังไทย รวมทั้งบริษัทผลิตนาฬิกา Citizen และบริษัทผลิตกล้อง Sony ที่อยู่ในจีน ซึ่งมุ่งส่งออกไปยัง ตลาดสหรัฐฯ ก็อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการลดผลกระทบด้วยเช่นกัน อนึ่ง บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งได้ใช้นโยบาย China+1 อยู่แล้ว คือ มีโรงงานทั้งในจีนและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะเดียวกัน บริษัทในญี่ปุ่นบางแห่งที่ส่งออกชิ้นส่วน/ส่วนประกอบต่าง ๆ ไปยังจีน ก็ส่งออกได้น้อยลง

[su_spacer]
ภายหลังจากที่สหรัฐฯ ขึ้นกําแพงภาษีนําเข้าสินค้าบางประเภทจากจีนเป็นร้อยละ 25 บริษัทของจีนจํานวนมากย้ายฐานการผลิตมาที่ไทย ทําให้ในไตรมาสแรกของปีนี้ จีนครองสัดส่วน FDI ในไทยมากถึงประมาณร้อยละ 40 และเป็นครั้งแรกที่สูงกว่า FDI ของญี่ปุ่นในไทยด้วย (แต่เป็นตัวเลขเฉพาะในไตรมาสดังกล่าว ซึ่งแนวโน้มนี้อาจจะเป็นแค่ระยะสั้นก็เป็นได้) ทั้งนี้ นอกจากไทยแล้ว ประเทศเป้าหมายอื่น ๆ ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ เป็นต้น

[su_spacer]
แม้สาเหตุหลักประการหนึ่งของความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะเริ่มจากการที่สหรัฐฯ เป็นฝ่ายขาดดุลการค้า แต่สมาพันธ์ภาคธุรกิจของญี่ปุ่นก็เห็นว่าความขัดแย้งดังกล่าวได้ขยายไปครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Technologies) อย่างการพัฒนาของเครือข่าย 5G ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงด้วย ในการแถลงข่าวช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2562 ประธานสมาพันธ์ภาคธุรกิจของญี่ปุ่นมีท่าทีในเชิงบวกต่อจีน โดยเห็นว่าจีนมีนโยบายส่งเสริม Free and Open Trade

[su_spacer]
นาย Shujiro Urata นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยวาเซดะ เห็นว่าญี่ปุ่นควรมีบทบาทที่แข็งขันในการคลี่คลายความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน รวมถึงการส่งเสริมบทบาทญี่ปุ่นในความร่วมมือทางเศรษฐกิจรูปแบบพหุภาคี โดยอภิปรายในงาน FPCJ Press Briefing หัวข้อ “Japan’s Role in Multilateral Economic Cooperation – Ahead of the Osaka G20 Summit” เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2562 ณ Foreign Press Center Japan มีสาระสำคัญ ดังนี้

[su_spacer]
1. สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน 

• Rise of Protectionism: เช่น นโยบาย “America First” ของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ค่อนข้างมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก มีการดําเนินการขึ้นภาษีนําเข้าสินค้า การปฏิเสธความร่วมมือแบบพหุภาคีและหันไปให้ความสําคัญกับการค้าแบบทวิภาคีมากขึ้น

• Rise of China: เศรษฐกิจจีนเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ดังจะเห็นได้จากตัวเลข GDP และอุตสาหกรรม

ด้านเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีอิทธิพลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จีนยังมีแนวทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เช่น การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงบังคับ (forced technology transfer) ทุนนิยมโดยรัฐ (state capitalism) อีกทั้งยังเป็นที่จับตาในเรื่องของ Belt and Road Initiative

• Dysfunction of WTO: ผู้บรรยายมองว่า WTO ไม่สามารถทํางานตามอํานาจหน้าที่ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ การเปิดเสรีการค้า การกําหนดกฎเกณฑ์ทางการค้า และการระงับข้อพิพาท ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทําให้สถานการณ์การค้าโลกอยู่ในภาวะวิกฤติ

[su_spacer]
2. ประเด็นที่ญี่ปุ่นอาจหยิบยกเข้าหารือในการประชุม G20 Summit 

ผู้บรรยายได้รวบรวมประเด็นที่ญี่ปุ่นอาจหยิบยกเข้าหารือในการประชุม G20 Summit โดยการรวบรวมข้อมูลจากปาฐกถาของนายกรัฐมนตรี นายชินโซ อาเบะ ในการประชุม World Economic Forum ในเดือนมกราคม และการประชุม The Future of Asia Conference (Nikkei Forum) ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ผู้บรรยายได้กล่าวว่าไม่มีข้อมูลเรื่องของประเด็นการประชุมจากฝ่ายหน่วยงานรัฐของญี่ปุ่นแต่อย่างใด

• การจัดตั้งและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ระบบการค้าเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรม (Free and fair global trading system) โดยมีเนื้อหาใน 2 ประเด็นย่อย ดังนี้

(1) การสรุปผลการเจรจา Regional Comprehensive Economic Partnership หรือ RCEP

– ในปัจจุบันประกอบด้วยประเทศร่วมเจรจา 16 ประเทศ (ประเทศในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) ซึ่งหากสําเร็จ ประชากรในกลุ่มประเทศ RCEP จะมีจํานวน มากถึง 3.4 พันล้านคน หรือกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลก และมีมูลค่า GDP คิดเป็น 30% ของโลก

– เป้าหมายของ RCEP ได้แก่ (1) จัดให้มีการค้าเสรีและกําจัดอุปสรรคทางการค้า (2) กําหนดกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา (3) สร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

– ญี่ปุ่นควรมีบทบาทเป็นผู้นําในการสรุปการเจรจาเพื่อให้มีแผนเริ่มดําเนินการ

– การถอนตัวจาก CPTPP ของสหรัฐฯ ยิ่งเพิ่มความสนใจให้กับการจัดตั้ง RCEP

– สําหรับประเทศอินเดีย ที่ผ่านมาใช้นโยบายการค้าแบบ Protectionism หากมีการตกลงให้เปิดเสรีทางการค้า อินเดียจะต้องเปิดรับการนําเข้าสินค้าจากคู่แข่งอย่างประเทศจีน อย่างไรก็ตาม อินเดียค่อนข้างมีศักยภาพการแข่งขันในด้านการบริการ ดังนั้น การเปิดเสรีการค้านี้จะทําให้อินเดียต้องเปิดรับสภาพการแข่งขันด้านการค้าสินค้า ส่วนประเทศอื่น ๆ ก็จะต้องเปิดรับสภาพการแข่งขันด้านการค้าและบริการเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ สําหรับประเทศในอาเซียนก็อาจต้องเผชิญความท้าทายจากการไหลเข้าของสินค้าและบริการด้านอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีจากอินเดีย

(2) WTO Reform

– ผู้บรรยายเห็นว่าญี่ปุ่นควรใช้บทบาทนําในการหารือกับประเทศผู้เล่นหลัก (Major players) ได้แก่ สหรัฐฯ จีน EU โดยชี้ให้เห็นถึงความสําคัญของการปฏิรูป WTO ในเรื่องของการส่งเสริมความตกลง การค้าเสรี ความตกลงการค้าหลายฝ่าย (Plurilateral agreement) ในเรื่องเฉพาะ เช่น e-Commerce การค้าบริการ การแก้ไขกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ ข้อกังวลของผู้บรรยาย คือ ในปัจจุบันยังไม่มีแผนหรือแนวทางเกี่ยวกับการปฏิรูปกฎเกณฑ์ดังกล่าว

– ควรมีการทบทวนกระบวนการระงับข้อพิพาทและการอุทธรณ์

– ควรมีแนวทางการต่อต้านลัทธิ Protectionism ซึ่งอาจเกิดขึ้นด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจและปัจจัยอื่น เพราะท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลลบในภาพรวมต่อเศรษฐกิจโลก ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลว่าจะมีการพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าวระหว่างการประชุม G20

– ผู้บรรยายคาดหวังว่าการประชุม G20 จะเป็นเวทีให้เกิดแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปฏิรูป WTO

• Digital Economy

– นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ให้ความสําคัญอย่างมากต่อเรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัลที่จะเข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการให้ความสําคัญในเรื่องของข้อมูลและการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างเสรี (Free flow of Data) ซึ่ง นายกรัฐมนตรีเชื่อว่าข้อมูลจะเป็นปัจจัยสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ดังที่ท่านเคยได้กล่าวไว้ว่า “Data is oil” ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุม คาดว่าญี่ปุ่นจะเสนอแนวทางการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เรียกว่า “Data Free Flow with Trust (DFFT): Osaka Track”

– ข้อท้าทายของการเปิดให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างเสรี ประการแรก คือ การหลีกเลี่ยง Digital Protectionism เนื่องจากในปัจจุบัน มักมีข้อจํากัดในเรื่องของการติดตั้ง hardware และ software ต่าง ๆ และในบางประเทศก็ยังมีกฎหมายจํากัดการแลกเปลี่ยนและถ่ายโอนของข้อมูล

– ข้อท้าทายอีกประการหนึ่งเป็นเรื่องของการกํากับดูแลความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Security and Privacy)

– ผู้บรรยายคาดหวังว่าการประชุม G20 จะทําให้เกิดข้อสรุปเนื้อหาของ Osaka Track ประกอบด้วยแผนและมาตรการ ที่ประเทศต่าง ๆ จะสามารถนําไปดําเนินการได้ทันที

• การส่งเสริมด้านนวัตกรรมและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

– ญี่ปุ่นมองว่าการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกประกอบด้วย 2 แนวทางหลัก คือ การกําหนดกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ และการสร้างนวัตกรรม

– การสร้างสรรค์นวัตกรรมจะทําให้เกิดผลกับทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและด้านเศรษฐกิจไปพร้อมกัน นอกจากนี้ นวัตกรรมยังทําให้เกิดข้อมูล และการแลกเปลี่ยนข้อมูลนี้เองจะขยายผลกระทบ (Impact) ของนวัตกรรมได้

[su_spacer]
3. ประเด็นอื่นที่ญี่ปุ่นอาจหยิบยกเข้าหารือในการประชุม G20 Summit (จากมุมมองของผู้บรรยาย) 

• แก้ไขความไม่สมดุลทางการค้า (Correcting global imbalances)

– ความไม่สมดุลทางการค้าในที่นี้หมายถึงความไม่สมดุลของบัญชีดุลการค้า (Trade Account imbalance) ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทําให้บางประเทศตัดสินใจใช้นโยบายการค้าแบบ Protectionism

– ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ สหรัฐฯ ให้ความสนใจกับการขาดดุลการค้า (Trade deficit) กับบางประเทศ เช่น จีน เม็กซิโก ญี่ปุ่น เยอรมนี เป็นต้น สหรัฐฯ มองว่าการนําเข้าสินค้าจากประเทศเหล่านี้ทําให้สหรัฐฯ สูญเสียการจ้างงานและเสียดุลการค้า จึงใช้มาตรการกีดกันทางการค้าเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้บรรยายมองว่าสหรัฐฯ สนใจแต่เรื่องดุลการค้ามากเกินไป ซึ่งการใช้นโยบาย Protectionism ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และไม่ช่วยให้สถานการณ์ในภาพรวมดีขึ้นจากมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์

– การแก้ไขความไม่สมดุลทางการค้าที่ถูกต้องนั้นควรใช้การสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic Cooperation) และการปฏิรูประบบโครงสร้าง (Structural reform)

• สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน

– ในมุมมองของสหรัฐฯ การค้ากับจีนนั้นมีปัญหาหลัก ๆ อยู่ 2 ประการ คือ การที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับจีน (Trade deficit) และการที่จีนดําเนินนโยบายการค้าอย่างไม่เป็นธรรม (Unfair Trade practices)

– ที่ประชุม G20 ควรชี้ให้สหรัฐฯ เห็นว่าความพยายามในการแก้ไขปัญหาโดยออกนโยบายที่คิดถึงแต่ตนเองฝ่ายเดียวนั้นย่อมไม่เกิดผลดี

– การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง สหรัฐฯ ควรสร้างความร่วมมือกับประเทศที่ประสบปัญหาในทํานองเดียวกัน เช่น ญี่ปุ่น EU

– หากเป็นไปได้ ญี่ปุ่นควรหาโอกาสจัดการเจรจา 3 ฝ่าย เพื่อให้ผู้นําสหรัฐฯ และจีน เห็นความสําคัญ ของการหยุดทําสงครามทางการค้าและหันมาใช้นโยบายด้านความร่วมมือแทน หากญี่ปุ่นสามารถทําได้สําเร็จ จะได้รับการสรรเสริญอย่างมากจากประชาคมโลก เนื่องด้วยความพยายามในการช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลกของญี่ปุ่นในฐานะเจ้าภาพ

[su_spacer]

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว

Tags: ญี่ปุ่น
Previous Post

ฝรั่งเศสแซงจีน ขึ้นแท่นจุดหมายที่น่าลงทุนมากที่สุดอันดับ 5 ของโลก

Next Post

ธนาคารกลางไทย-เมียนมาร์ เตรียมเพิ่มสกุลเงินบาทให้สามารถทำธุรกรรมการเงินในเมียนมาร์ได้

admin

admin

Next Post
ธนาคารกลางไทย-เมียนมาร์ เตรียมเพิ่มสกุลเงินบาทให้สามารถทำธุรกรรมการเงินในเมียนมาร์ได้

ธนาคารกลางไทย-เมียนมาร์ เตรียมเพิ่มสกุลเงินบาทให้สามารถทำธุรกรรมการเงินในเมียนมาร์ได้

Post Views: 2,289

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X