Saturday, March 7, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก

อินเดียกำลังมุ่งหน้าไปสู่ “New India” ภายใน ค.ศ. 2022

29/01/2019
in ทันโลก, เอเชีย
0
22
SHARES
329
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

          เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 นายนเรนทรา โมดี เคยประกาศในคำปราศรัยโอกาสวันครบรอบเอกราช (Independence Day) ว่าจะสร้างอินเดียใหม่ หรือ New India ภายใน ค.ศ. 2022 ซึ่งเป็นปีที่อินเดียจะครบรอบ 75 ปีแห่งการประกาศเอกราช [su_spacer size=”20″]

          เวลาผ่านไป 1 ปี รัฐบาลได้มอบหมายให้สถาบัน National Institution for Transforming India – NITI Aayog (เทียบได้กับ สศช. ของไทย) เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ตามวิสัยทัศน์ ดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 สถาบัน NITI Aayog ได้เผยแพร่รายละเอียด Strategy for New India@75 ซึ่งศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทย – อินเดีย ขอนำมาสรุปและวิเคราะห์ให้ทุกท่านได้รับทราบพัฒนาการที่น่าจับตามองของอินเดียในครั้งนี้ ดังนี้ [su_spacer size=”20″]

 แนวคิดและเป้าหมายที่สำคัญของ Strategy for New India@75 [su_spacer size=”20″]

          – ทำให้อินเดียกลายเป็น “อินเดียใหม่” ภายในปี ค.ศ. 2022 และส่งเสริมให้อินเดียมีขนาดเศรษฐกิจ 5 ล้านล้านดอลลาราสหรัฐ ภายในปี ค.ศ. 2030 (อินเดียมีขนาดเศรษฐกิจ 2.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี ค.ศ. 2018) [su_spacer size=”20″]

          – เน้นการพัฒนาแบบองค์รวม ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนพร้อมกับส่งเสริมความเจริญทางเศรษฐกิจ และเน้นใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการพัฒนา [su_spacer size=”20″]

          – เน้นการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการวางแผนยุทธศาสตร์ โดย NITI Aayog ได้ประชุมร่วมกับผู้แทนกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญในสังคม 7 กลุ่มคือ นักวิทยาศาสตร์และผู้คิดค้นนวัตกรรม เกษตรกร องค์กรภาคประชาสังคม think tanks ผู้แทนภาคแรงงาน ผู้แทนสหภาพการค้า และผู้แทนภาคอุตสาหกรรม และได้หารือร่วมกับทั้งหน่วยงานในรัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่น  [su_spacer size=”20″]

สาระสำคัญของ Strategy for New India @ 75

          ด้วยรายละเอียดกว่า 290 หน้า Strategy for New India @ 75 ได้กำหนดสาขาที่อินเดียต้องได้รับการพัฒนาไว้ 41 สาขา แบ่งเป็น 4 กลุ่มคือ [su_spacer size=”20″]

          (1) ปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (drivers)

          (2) โครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure)

          (3) การพัฒนาแบบองค์รวม (inclusion) และ

          (4) ธรรมาภิบาล (governance) [su_spacer size=”20″]

โดยสามารถแจกแจงสาขาการพัฒนาและยกตัวอย่างโครงการที่น่าสนใจได้ ดังนี้ [su_spacer size=”20″]

          (1) กลุ่มปัจจัยที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประกอบด้วยสาขาการพัฒนา 11 สาขา คือ (1) การกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ (2) การจ้างงานและปฏิรูประบบแรงงาน (3) การพัฒนาความสามารถทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (4) การพัฒนาอุตสาหกรรม (5-7) การเพิ่มรายได้เกษตรกรด้วยเทคโนโลยี/ ปรับปรุงนโยบายด้านการเกษตร/ สร้างโครงสร้างพื้นฐานและ value chain รองรับสินค้าเกษตร (8-9) การผนวกรวมประชาชนให้เข้ามาร่วมได้รับประโยชน์จากบริการทางการเงิน (financial inclusion) และที่อยู่อาศัย (housing for all) (10) การส่งเสริมธุรกิจด้านการท่องเที่ยว และ (11) การส่งเสริมการทำเหมืองแร่ [su_spacer size=”20″]

          แผนงานที่น่าสนใจ อาทิ (1) รักษาให้ GDP เติบโตร้อยละ 8 ในระหว่างปี ค.ศ. 2018-2023 และเพิ่มมูลค่าการลงทุนให้มีสัดส่วนร้อยละ 36 ของ GDP (จากเดิมคือร้อยละ 29 ในปี ค.ศ. 2018) (2) เปลี่ยนเกษตรกรให้กลายเป็นผู้ประกอบการ ด้วยการปรับปรุงเทคนิคการทำการเกษตร และขยายตลาดทั้งการค้าออนไลน์และการส่งเสริมการส่งออก (3) การสร้างงานให้มากที่สุดผ่านการปรับปรุงกฎหมายและการพัฒนาฝีมือแรงงาน และ (4) การประกาศนโยบาย “Explore in India” ส่งเสริมการทำเหมืองแร่ด้วยการปรับปรุงกฎหมายให้ง่ายเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งจะช่วยสร้างงานจำนวนมาก (ปัจจุบันมีการทำเหมืองแร่เพียงร้อยละ 1.5 ของทรัพยากรที่มีทั้งหมด) เป็นต้น [su_spacer size=”20″]

          (2) กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทุกด้านที่ช่วยส่งเสริมการทำธุรกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ประกอบด้วยสาขาการพัฒนา 11 สาขา คือ (1) พลังงาน (2) ถนน (3) การรถไฟ (4) การบิน (5) การเดินเรือ/ ท่าเรือ (6) โลจิกติกส์ (7) ความเชื่อมโยงทางดิจิตอล (8) โครงการ Smart City เพื่อพัฒนาไปสู่ชุมชนเมือง (9) ความสะอาด (10) ทรัพยากรน้ำ และ (11) การสร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน [su_spacer size=”20″]

          แผนงานที่น่าสนใจ อาทิ (1) เร่งจัดตั้งหน่วยงาน Rail Development Authority ที่จะช่วยพัฒนากลไกการยกระดับมาตรฐานการขนส่งทางราง (2) เพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางน้ำทั้งทางทะเลและการขนส่งทางน้ำภายในประเทศด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง และ (3) ส่งเสริมเครือข่ายอินเทอร์เนต Bharat Net ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในปี ค.ศ. 2022 เพื่อให้ภาครัฐทุกหน่วยงานสามารถให้บริการแบบดิจิตัลได้เท่าเทียมกันแม้ในพื้นที่ห่างไกล เป็นต้น [su_spacer size=”20″]

          (3) กลุ่มการพัฒนาแบบองค์รวม เน้นแก้ปัญหาที่บั่นทอนการพัฒนาศักยภาพประชาชนโดยแบ่งเป็น 12 สาขาภายใต้ 3 ประเด็นหลักคือ (1.1) การศึกษา – (1) เน้นพัฒนาการศึกษาในโรงเรียน (2) การศึกษาขั้นสูง (3) การฝึกอบรมครู (4) การพัฒนาทักษะการทำงาน (1.2) สุขภาพ – (5) เน้นพัฒนาการจัดการสาธารณสุข (6) การให้บริการทางสุขภาพขั้นพื้นฐาน (7) ทรัพยากรบุคคลในการให้บริการด้านสุขภาพ (8) การประกันสุขภาพถ้วนหน้า (9) การโภชนาการ และ (1.3) การช่วยเหลือผู้ถูกแบ่งชนชั้นสังคม โดยให้ความสำคัญกับ (10) การสร้างความเท่าเทียมทางเพศ (11) การสร้างศักดิ์ศรีให้กลุ่มคนสูงอายุ/ คนพิการ/ คนข้ามเพศ และ (12) สร้างศักยภาพให้กลุ่มคนวรรณะชั้นต่ำ/ ชนเผ่า/ ชนกลุ่มน้อย [su_spacer size=”20″]

          แผนงานที่น่าสนใจ อาทิ (1) การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาฝีมือแรงงานด้วยการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมผ่านการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ Atal Tinkering Laboratories ในโรงเรียนต่าง ๆ 10,000 แห่งทั่วประเทศภายในปี ค.ศ. 2020 (2) การสร้างศูนย์ประสานงานเพื่อการสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกลให้ครอบคลุม และความสำเร็จของอินเดียในการประกาศนโยบายประกันสุขภาพประชาชนของนายกรัฐมนตรี – Pradhan Mantri Jan Arogya Abhiyaan (หรือที่รู้จักในนาม Modicare) และ (3) การให้ความสำคัญกับคนชายขอบด้วยการให้การศึกษา ปรับเปลี่ยนกฎระเบียบให้คนชายขอบได้รับการยอมรับและมีส่วนร่วม และส่งเสริมความตระหนักรู้ในสังคม เป็นต้น [su_spacer size=”20″]

          (4) กลุ่มธรรมาภิบาล ประกอบด้วยการพัฒนา 7 สาขาหลักคือ (1) การรักษาสมดุลการพัฒนาในระดับภูมิภาค (2) การพัฒนาภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย (3) การปฏิรูปกฎหมายและการพิพากษาคดี (4) การปฏิรูประบบราชการ (5) การยกระดับการบริหารงานในชุมชนเมือง (6) การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน และ (7) การกำหนดนโยบายและการบริหารราชการบนพื้นฐานของข้อมูลจริง [su_spacer size=”20″]

          แผนงานที่น่าสนใจ อาทิ (1) การเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากพื้นที่ห่างไกลเพื่อให้ผู้มีอำนาจในระดับนโยบายสามารถอนุมัติงบประมาณแก้ปัญหาได้ตามข้อเท็จจริงที่มีฐานข้อมูลรองรับ (2) เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น (3) เร่งกระบวนการการพิจารณาทางกฎหมายโดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจที่จะส่งผลกระทบต่อ Ease of Doing Business เป็นต้น [su_spacer size=”20″]

 ความเป็นไปได้ที่จะเห็นอินเดียใหม่ภายในปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) [su_spacer size=”20″]

          ยุทธศาสตร์อินเดียใหม่นี้ได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาอย่างครอบคลุมและชัดเจน เน้นสานต่อนโยบายเดิมโดยระบุข้อบกพร่องและเสนอแนวทางแก้ไข และรัฐบาลได้ดำเนินงานตามทิศทางที่ระบุในยุทธศาสตร์จริง โดยเฉพาะด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเกษตร และการปฏิรูประบบธรรมาภิบาลที่ช่วยส่งเสริมการทำธุรกิจ [su_spacer size=”20″]

          หากพรรค Bharatiya Janata Party (BJP) ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้รับเลือกตั้งกลับมา[1] และมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ก็คาดการณ์ได้ว่าอินเดียจะสามารถพัฒนาและเข้าใกล้ความเป็น New India ได้จริงตามกรอบเวลาที่กำหนด หรือมีการพัฒนาคืบหน้าอย่างชัดเจนภายในกรอบเวลาดังกล่าว [su_spacer size=”20″]

อินเดียใหม่ ส่งผลดีผลร้ายอย่างไรต่อประเทศไทย [su_spacer size=”20″]

          (1) ไทยต้องเตรียมการรับมือด้านการเกษตร อินเดียตั้งเป้าหมายที่จะเติบโตขึ้นเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของโลก ซึ่งไทยควรศึกษา ติดตาม และเตรียมการรับมือ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://thaiindia.net/information/in-focus/item/3509-agriculture-export-policy_india.html) [su_spacer size=”20″]

          (2) ไทยมีโอกาสในการมาลงทุนบริการด้านการท่องเที่ยวและการสาธารณสุข อินเดียยังคงขาดความเชี่ยวชาญในภาคบริการทั้งสองดังดล่าว ฉะนั้น การมีนโยบายมุ่งพัฒนาการให้บริการด้านการท่องเที่ยวและการสาธารณสุขของอินเดียอาจเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยได้     ทั้งนี้ ปัจจุบัน IHH Healthcare Berhad ซึ่งเป็นธุรกิจด้านสุขภาพของมาเลเซีย ได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีอำนาจควบคุม (Controlling Shareholders) ใน Fortis Healthcare Limited ซึ่งเป็นธุรกิจโรงพยาบาลรายใหญ่ของอินเดียแล้ว นอกจากนั้น ฝ่ายอินเดียยังเคยเสนอให้ธุรกิจโรงแรมไทยเข้ามาพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวของอินเดียในหลายโอกาสอีกด้วย [su_spacer size=”20″]

          (3) การพัฒนาภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (North Eastern Region – NER) ของอินเดีย หรือ อีสานอินเดีย อาจเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย อินเดียกำหนดให้ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอีสานอินเดีย (ประกอบด้วย 8 รัฐ โดยรัฐมณีปุระมีเขตแดนติดกับประเทศเมียนมาและเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางถนนสามฝ่ายไทย – อินเดีย – เมียนมา) และตั้งเป้าหมายจะเปิดเส้นทางการบินจากเมืองกูวาฮาติ รัฐอัสสัม ไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ประเมินว่า ในระยะยาวเมื่อโครงสร้างพื้นฐานภายในภูมิภาคดังกล่าวได้รับการพัฒนา อีสานอินเดียจะกลายเป็นตลาดการค้าชายแดนและพื้นที่ทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ธุรกิจการบินของไทยจึงอาจพิจารณาติดตามและประเมินศักยภาพเส้นทางการบินดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนั้น ยังอาจพิจารณาประโยชน์ในด้านการค้าชายแดนผ่านถนนสามฝ่าย ไทย-อินเดีย-เมียนมา และโครงการความเชื่อมโยงอื่น ๆ เช่น Kaladan Multi-Modal Transit Transport Project การส่งเสริมความเชื่อมโยงในกรอบความร่วมมือ BIMSTEC และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับอินเดียโดยเฉพาะในด้านความเชื่อมโยง [su_spacer size=”20″]

          (4) อินเดียจะเป็นประเทศที่เหมาะสมต่อการลงทุนมากขึ้น หากดำเนินตามยุทธศาสตร์ New India ได้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง อินเดียก็จะกลายเป็นประเทศที่มีตลาดขนาดใหญ่ และมีกำลังบริโภคของชนชั้นกลาง ชุมชนเมือง และประชาชนที่มีอายุเฉลี่ยต่ำมาก เพิ่มมากขึ้นอย่างมหาศาล มีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการทำธุรกิจ มีแรงงานฝีมือราคาต่ำ มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีในราคาประหยัด และมีกระบวนการทางกฎหมายที่ช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตามสัญญาและคาดเดาได้ ซึ่งจะช่วยให้อินเดียมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น [su_spacer size=”20″]

          (5) ไทย อินเดีย และ APEC Strategy for New India@75 มีเป้าหมายในการบรรลุภายในปี ค.ศ. 2022 หรือ 2565 ซึ่งเป็นปีที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APEC 2022 Thailand ตลอดปีด้วย ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายสามารถประสานงานและสานต่อเจตนารมณ์ของอินเดียที่จะเข้าเป็นสมาชิกเอเปคให้สำเร็จในปีดังกล่าว  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความภูมิใจในชาติของอินเดียจะถึงจุดสูงสุดวาระหนึ่ง โดยมีไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในภาพนั้นด้วย ก็จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศให้ดียิ่งขึ้นไปอีก [su_spacer size=”20″]

          อินเดียกำลังเดินหน้าไปสู่ความเป็นอินเดียใหม่อย่างเป็นรูปธรรม คนไทยจึงควรมองอินเดียใหม่ และเห็นศักยภาพและโอกาสที่แท้จริงในประเทศแห่งอนาคตนี้ ก่อนที่จะถูกธุรกิจชาติอื่น ๆ แซงไปจนไทยตามไม่ทัน [su_spacer size=”20″]

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี

Tags: อินเดียแผนเศรษฐกิจ
Previous Post

สหภาพยุโรปปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์จากประเทศที่สามที่ปลอดสารตกค้างและได้รับอนุญาตให้นำเข้า

Next Post

จีนอนุมัติ Qingdao West Coast Comprehensive Bonded Zone ดันให้เป็นเขตการค้าเสรีในอนาคต

Tanakorn

Tanakorn

Glob Thailand Administrator

Next Post

จีนอนุมัติ Qingdao West Coast Comprehensive Bonded Zone ดันให้เป็นเขตการค้าเสรีในอนาคต

Post Views: 1,780

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X