ฮังการีเริ่มทดลองใช้เทคโนโลยีเกษตรอย่างแม่นยำในช่วงปี 2533 โดยได้รับเทคโนโลยีจากอเมริกาและยุโรปตะวันตก และสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างจริงจังได้ในช่วงปี 2543 ในส่วนของการเก็บข้อมูลเพื่อทำแผนที่ผลผลิต (yield map) ซึ่งปัจจุบัน ฮังการีให้ความสนใจกับเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำมากขึ้นอย่างมาก เนื่องจาก (1) ต้องเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางการเกษตรเพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายสีเขียวของสหภาพยุโรป และ (2) ต้องลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งฮังการีประสบภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง
ที่ผ่านมา เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำถูกใช้เฉพาะในพื้นที่การเกษตรขนาดใหญ่ เนื่องจากเทคโนโลยีมีราคาสูง ต้องลงทุนมาก ปัจจุบัน เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำมีราคาที่ลดลง รวมทั้งมีเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบสำหรับพื้นที่การเกษตรที่เล็กลง ทำให้เกษตรกรขนาดเล็กและกลางของฮังการีหันมาใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำมากขึ้น
ในส่วนของการสนับสนุนของภาครัฐ รัฐบาลฮังการีดำเนินโครงการ Videkfejlesztesi (Rural Development) Program ซึ่งอยู่ภายใต้ Common Agricultural Policy (CAP) ของสหภาพยุโรป โดยให้คำแนะนำและฝึกอบรมการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ และเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับรูปแบบเกษตรกรรมของตน โดยเกษตรกรขนาดย่อมสามารถขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ อาทิ เครื่องจักรการเกษตรที่ใช้เทคโนโลยี GPS โดรน และเซนเซอร์ตรวจวัดต่างๆ ซึ่งรัฐบาลฮังการีจะพิจารณาเป็นรายกรณีและสามารถสนับสนุนค่าใช้จัดซื้อได้ร้อยละ 40-50 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีงบประมาณสนับสนุนการนำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ มาใช้ในการเกษตร รวมถึงมีบริษัทจากภาคเอกชนและสหกรณ์ที่ให้บริการเช่าอุปกรณ์เทคโนโลยีแม่นยำ
ฮังการีมีการใช้โดรนเพื่อเก็บข้อมูลพื้นฐานของการดำเนินการทางเกษตรที่แม่นยำอื่นๆ อาทิ การพ่นยา ให้ปุ๋ย และการบริหารจัดการน้ำ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการสำรวจ และทำให้สามารถดำเนินการทางการเกษตรได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งการใช้โดรนง่ายกว่าการใช้เครื่องจักรอื่น ทำให้ไม่มีต้นทุนในการฝึกอบรม และด้านการใช้อุปกรณ์แบบพกพา จะสามารถใช้ในพื้นที่การเกษตรขนาดเล็ก อาทิ เครื่องทดสอบสภาพดินแบบพกพา เซนเซอร์ขนาดเล็ก ฯลฯ ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลของพื้นที่การเกษตรเพื่อนำไปใช้เป็นพื้นฐานในเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำต่อไป
ทั้งนี้โอกาสของประเทศไทย ในการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำอย่างแพร่หลายในฮังการีมากขึ้น อาจเป็นโอกาสสำหรับภาคเอกชนไทยที่พัฒนาและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ โดยเฉพาะโดรน ซึ่งไทยอาจสามารถผลิตได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่า หรืออาจมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เกษตรกรขนาดย่อมมากกว่า นอกจากนี้ ไทยอาจพิจารณาความร่วมมือกับฮังการีระหว่างสถาบันวิจัยและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันพัฒนาเกษตรแม่นยำต่อไป
ข้อมูล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูดาเปสต์
ติดตามข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจอีกมากมาย ได้ที่
Website: www.globthailand.com
Facebook: https://www.facebook.com/Globthailand/
Twitter: https://twitter.com/globthailand
TikTok: https://www.tiktok.com/Globthailand
#globthailand #globissue #ฮังการี #เกษตรแม่นยำ #การเกษตร #เทคโนโลยี #โดรน