Saturday, March 7, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก

เปิดข้อมูลศักยภาพเศรษฐกิจจีน มหาอำนาจเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน

30/01/2019
in ทันโลก, ยุโรป, เอเชีย
0
8
SHARES
242
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

                เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 ศูนย์วิจัย SAFE (Sustainable Architecture for Finance in Europe) และ The Interdisciplinary Centre for East Asian Studies (Interdisziplinäre Zentrum für Ostasienstudien – IZO) มหาวิทยาลัยเกอเธ่ ได้จัดการบรรยายในหัวข้อ “The Economics of China’s New Era” ขึ้นที่มหาวิทยาลัยเกอเธ่ โดยเชิญ Prof. Dr. Justin Yifu Lin อาจารย์ประจํามหาวิทยาลัยปักกิ่ง และอดีต Chief Economist ประจํา World Bank มาบรรยาย โดยมีสาระสําคัญ ดังนี้ [su_spacer size=”20″]

                จีนได้ปฏิรูปเศรษฐกิจมากว่า 40 ปี โดยในปี ค.ศ. 1970 จีนมีรายได้ต่อประชากร (GDP per capita) ประมาณ 147 ดอลลาร์สหรัฐฯ และเพิ่มเป็นประมาณ 495 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 1978 มีมูลค่าการส่งออกเพียงประมาณร้อยละ 1 ของ GDP และมีมูลค่าการนําเข้าประมาณร้อยละ 6 ของ GDP โดยมีอัตราการบริโภคภายในประเทศประมาณร้อยละ 90 ของ GDP ในขณะที่ปี ค.ศ. 2018 GDP per capita ของจีนได้เพิ่มเป็น 9,740 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง (High Middle Income) โดยมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลําดับที่ 2 ของโลก และคาดว่าจะกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกภายในปี ค.ศ. 2030 [su_spacer size=”20″]

                จีนเป็นประเทศเดียวในโลกที่ไม่เคยประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา และสามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกประสบภาวะวิกฤติ เนื่องจากจีนได้ดําเนินนโยบายปฏิรูปทางเศรษฐกิจมาโดยตลอด และจะยังคงดําเนินต่อไป ที่ผ่านมารัฐบาลได้ริเริ่มการจัดตั้ง special economic zones การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการให้บริการในลักษณะ one stop service ให้กับภาคเอกชน รวมทั้งการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าที่ใช้แรงงานในการผลิต (labour intensive goods) อย่างไรก็ดี ต้นทุนที่จีนต้องแบกรับจากการดําเนินนโยบายการปฏิรูปที่ผ่านมา คือ (1) การฉ้อราษฎร์บังหลวงที่ขยายตัวเป็นวงกว้าง และ (2) ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชาชนระหว่างภูมิภาค[su_spacer size=”20″]

                ขณะนี้จีนมีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ซึ่งเป็นผลจากการปฏิรูปทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดการสะสมของทุน (รวมถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ ๆ) เพิ่มขึ้นเป็นจํานวนมาก ส่งผลให้แรงงานสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าได้มาก อย่างไรก็ดี สิ่งที่จีนยังขาดอยู่ คือ การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศกําลังพัฒนาประสบปัญหา ดังนั้น หากจะเปรียบเทียบระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกําลังพัฒนาว่ามีระดับการพัฒนาต่างกันมากน้อยเท่าไร จะต้องพิจารณาที่ช่องว่างของ GDP per capita โดยในปี ค.ศ. 2008 GDP per capita ของจีนคิดเป็นเพียงร้อยละ 21 ของ GDP per capita ของสหรัฐฯ ซึ่งเทียบเท่ากับญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1951 สิงคโปร์ ในปี ค.ศ. 1969 และเกาหลีใต้ในปี ค.ศ. 1977 ทั้งนี้ หากจีนสามารถมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ร้อยละ 8-9 ต่อปี ไปได้อีก 10 ปี ก็น่าจะสามารถแซงสหรัฐฯ ขึ้นเป็นมหาอํานาจทางเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลกได้ในปี ค.ศ. 2028 เนื่องจากปัจจุบันสหรัฐฯ มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงร้อยละ 2.5 (ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ มีอัตราการเติบโตทาง เศรษฐกิจเพียงร้อยละ 1.4) ซึ่งต่ำกว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยของประเทศพัฒนาแล้วที่ร้อยละ 3-3.5 [su_spacer size=”20″]

                นอกจากนี้ ญี่ปุ่นและประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศกําลังประสบปัญหาด้านโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ จึงควรต้องปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยการลดสิทธิประโยชน์ทางด้านสวัสดิการ และลดการตั้งงบประมาณแบบขาดดุลของรัฐ เพื่อให้ประชาชนลดรายจ่าย อย่างไรก็ดี รัฐบาลอาจไม่สามารถทําได้ในทางปฏิบัติเนื่องจากจะส่งผลกระทบกับฐานเสียงทางการเมืองจํานวนมาก ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจกัประเทศกําลังพัฒนา IMF มักจะแนะนําให้ประเทศเหล่านั้นลดค่าเงิน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก แต่ประเทศพัฒนาแล้วกลับเลือกใช้วิธีผ่อนปรนทางการเงินและลดอัตราดอกเบี้ยลงให้อยู่ในระดับที่ต่ำมาก (บางแห่งติดลบ) เพื่อเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียนในตลาดแทน ส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่ต่ำและฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจได้ช้า จึงส่งผลเสียต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้มีรายได้น้อย และส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ระหว่างคนรวยและคนจนขยายตัวสูงขึ้นจนอาจก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา [su_spacer size=”20″]

                สิ่งที่จีนต้องดําเนินการต่อไป คือ การลดการปกป้อง (protectionism) ในสินค้า labour intensive ซึ่งขณะนี้มีการจ้างงานถึง 124 ล้านคน เพื่อโยกย้ายฐานการผลิตสินค้าเหล่านี้บางส่วนไปยังประเทศกําลังพัฒนาอื่น ๆ และใช้นโยบายการคลังส่งเสริมให้มีการขยายการลงทุน เพื่อเพิ่มการจ้างงานและรายได้ให้กับประชาชน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของการบริโภคภายในประเทศ และการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป โดยคาดการณ์ว่า จีนจะกลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูง (High Income)ภายในปี ค.ศ. 2025 และขณะนี้มีประชากรจีนประมาณ 700 ล้านคนที่หลุดพ้นออกจากสถานะความยากจน ทั้งนี้ ในการพัฒนาประเทศจําเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ส่งเสริมให้ประชาชนมีการศึกษาที่ดี และสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างทั่วถึง [su_spacer size=”20″]

                ปัจจุบัน จีนได้เปลี่ยนสถานะของประเทศไปสู่การเป็นผู้ให้ในสังคมโลกมากขึ้น โดยมองว่า การช่วยเหลือประเทศกําลังพัฒนา จําเป็นต้องเริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นสําคัญ โดยจีนมีความพร้อมทั้งในด้าน (1) เงินทุน ซึ่งมีเงินทุนสํารองระหว่างประเทศสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (2) ทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะด้านวิศวกรโยธา และ (3) วัตถุดิบ ได้แก่ เหล็กและซีเมนต์ จึงได้จัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank – AIB) ขึ้นมา เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนกู้ยืมให้กับประเทศกําลังพัฒนา ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วย [su_spacer size=”20″]

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต

Tags: เศรษฐกิจจีน
Previous Post

จีนอนุมัติ Qingdao West Coast Comprehensive Bonded Zone ดันให้เป็นเขตการค้าเสรีในอนาคต

Next Post

ชิลีประกาศเส้นทางสู่พลังงานหมุนเวียน โอกาสการลงทุนด้านพลังงานของเอกชนไทย

Tanakorn

Tanakorn

Glob Thailand Administrator

Next Post

ชิลีประกาศเส้นทางสู่พลังงานหมุนเวียน โอกาสการลงทุนด้านพลังงานของเอกชนไทย

Post Views: 1,053

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X