Friday, March 6, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ประชาสัมพันธ์ News

สหภาพยุโรปมุ่งผลักดันการพัฒนา AI พร้อมวางกรอบกฎหมายที่เหมาะสม

07/07/2020
in News, ทวีปยุโรป
0
สหภาพยุโรปมุ่งผลักดันการพัฒนา AI พร้อมวางกรอบกฎหมายที่เหมาะสม
28
SHARES
481
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

สหภาพยุโรป (EU) ได้ให้ความสําคัญกับการนําปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence – AI) มาใช้ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตลอดจนเพื่อแก้ไขปัญหาสําคัญต่าง ๆ เช่น การใช้ AI ในโรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล และการใช้โดรนในงานภาคการเกษตร เป็นต้น โดยในปี 2563 EU ได้เพิ่มงบประมาณสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้าน AI & Robotics ขึ้นเป็น 1,500 ล้านยูโร จาก 500 ล้านยูโร เมื่อปี 2560 อย่างไรก็ตาม AI ก็ได้สร้างประเด็นท้าทายใหม่ขึ้นหลายประการ ทั้งในด้านจริยธรรม มาตรฐานความปลอดภัย และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น EU จึงให้ความสําคัญอย่างมากกับการพัฒนา AI ควบคู่ไปกับการสร้างกรอบกฎหมายที่เหมาะสมเพื่อควบคุมการทำงานของ AI ด้วย

[su_spacer]

[su_spacer]

EU ได้เล็งเห็นความสำคัญของการกำกับทิศทางของเทคโนโลยี AI จึงได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้วางกลยุทธ์ด้าน AI ไว้ 3 ด้าน ในเอกสาร “AI Strategy” เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2561 ได้แก่ (1) การเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรป (2) การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงจาก AI ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม และ (3) การจัดทํากรอบจริยธรรมและกฎหมายที่เหมาะสมสําหรับ AI นอกจากนี้ EU ยังได้เผยแพร่เอกสาร “Ethics Guidelines for Trustworthy AI” เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้ภูมิภาคยุโรปมีการพัฒนา AI ให้มีความก้าวหน้า มีจริยธรรม และความปลอดภัย โดยการสร้าง “AI ที่เชื่อถือได้” (Trustworthy AI)

[su_spacer]

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เผยแพร่เอกสาร “White Paper on Artificial Intelligence – A European Approach to Excellence and Trust” ซึ่งเป็นข้อเสนอเกี่ยวกับการดําเนินการของ EU ในด้าน AI โดยมีสาระสําคัญ คือ การส่งเสริมการพัฒนา AI และการสร้างความเชื่อมั่นของสาธารณะต่อ AI โดยคณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอให้ EU ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนด้าน AI มูลค่ารวม 2 หมื่นล้านยูโร ในช่วง 10 ปีข้างหน้า รวมทั้งส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศและศูนย์การทดสอบ AI โดยเน้นการพัฒนา AI ในด้านสาธารณสุข การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริการภาครัฐ

[su_spacer]

นอกจากนี้  เอกสาร “White paper” ยังได้จัดทําข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อนําไปสู่การจัดทํากฎหมายใหม่ในเรื่อง AI โดยมีเนื้อหาครอบคลุมหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน (Fundamental rights) กฎหมายเกี่ยวกับความรับผิด (Liability) กฎหมายเกี่ยวกับการเคารพการรักษาความเป็นส่วนตัว (Privacy and data protection) และยังได้เสนอหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่มีความเสี่ยงสูง (High-risk AI applications) ดังนี้

[su_spacer]

  1. ข้อมูลสําหรับการฝึก (Training data) ในกระบวนการฝึก AI นั้น จะต้องมีการป้อนข้อมูลจํานวนมาก โดยผู้สร้าง AI จะต้องคํานึงว่า AI ที่พัฒนาขึ้นมาจะปลอดภัยสําหรับผู้ใช้ในอนาคต ไม่มีพฤติกรรมที่เลือกปฏิบัติตามเพศหรือเชื้อชาติ และเคารพกฎหมายเกี่ยวกับการรักษาความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  2. การเก็บรักษาข้อมูล (Data and record-keeping) ระบบ AI ต้องมีความโปร่งใสและมีกลไกส่งเสริมการตรวจสอบและความรับผิดชอบระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาตลอดจนการนํามาใช้ และต้องมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ
  3. การให้ข้อมูลแก่สาธารณะ (Information to be provided) ผู้ใช้งาน AI สามารถตรวจสอบข้อมูลที่จําเป็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการใช้งาน ตลอดจนข้อจํากัดต่าง ๆ ของ AI นั้น ๆ และจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่ประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้กับระบบ AI
  4. ความถูกต้อง (Robustness and accuracy) ระบบ AI ต้องได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถในการป้องกันความเสี่ยงและจํากัดผลกระทบจากความผิดพลาดที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย เช่น มีความมั่นคงปลอดภัย มีมาตรการรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
  5. การควบคุมดูแลโดยมนุษย์ (Human Oversight) ซึ่งอาจกระทําได้หลายรูปแบบ เช่น ให้มนุษย์ตรวจสอบผลงานของระบบ AI ก่อนนํามาใช้เพื่อให้มนุษย์ติดตามและตรวจสอบการทํางานของ AI และสามารถควบคุมระบบได้ทันทีหากเกิดปัญหาขึ้น

[su_spacer]

โดยกฎหมายที่ตราขึ้นใหม่นั้นจะมีผลบังคับใช้กับเทคโนโลยี High-risk AI applications เท่านั้น เนื่องจาก EU เห็นว่ากฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบันเพียงพอสําหรับการควบคุมเทคโนโลยี AI ที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งการพิจารณาว่าเทคโนโลยี AI ใดเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงสูงนั้น ให้พิจารณาจากปัจจัย 2 ประการ คือ พิจารณาจาก (1) สาขาอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหว เช่น ด้านการแพทย์ การขนส่ง พลังงาน และกิจการภาครัฐที่สําคัญ และ (2) ระดับของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น ความรุนแรงของผลกระทบต่อสิทธิของบุคคลหรือบริษัท ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เป็นต้น

[su_spacer]

นอกจากนี้ เอกสาร White Paper ยังระบุให้เทคโนโลยี AI ที่เกี่ยวกับการจดจำใบหน้า (Biometric & Face Recognition) ว่าเป็นเทคโนโลยี AI ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงโดยอัตโนมัติ อีกทั้ง กฎหมายที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ EU ที่มีผลใช้บังคับแล้ว ก็ยังกําหนดให้การใช้เทคโนโลยีการจดจําใบหน้าสามารถกระทําได้ก็ต่อเมื่อเป็นการใช้ที่สมเหตุสมผล ได้สัดส่วน และมีกฎระเบียบคุ้มครองที่เหมาะสมเท่านั้น ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปกําลังจัดทําข้อเสนอเกี่ยวกับหลักเกณฑ์สําหรับการใช้เทคโนโลยีการจดจําใบหน้าโดยเฉพาะด้วยเช่นกัน

[su_spacer]

การที่ EU ได้ทำข้อเสนอเกี่ยวกับการดําเนินการด้าน AI นั้น ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อเทคโนโลยี AI อีกทั้งยังเป็นการสร้างประสิทธิภาพและเสถียรภาพในระบบกฎหมายภายใน EU (Legal certainty)  ฉะนั้น การตรากฎหมายเพื่อกำกับและควบคุมเทคโนโลยี AI ของ EU อาจเป็นต้นแบบสำคัญที่จะนำไปสู่การกำหนดกรอบการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของนานาประเทศ เนื่องจากยังไม่มีประเทศใดมีกรอบกฎหมายเกี่ยวกับ AI ที่เข้มงวดและชัดเจน ในขณะเดียวกัน หากไทยต้องการรณรงค์ให้ทั้งภาครัฐและเอกชนหันมาใช้เทคโนโลยี AI เพื่อใช้เป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้สอดคล้องกับการคาดการณ์ รายงานวิจัย เชิงสถิติของ PwC ในปี 2560 ว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดจาก AI จะสูงถึง 15.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 และทำให้มูลค่า GDP ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 26% นั้น ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันผลักดันให้มีการจัดทำข้อเสนอเพื่อการพัฒนาด้าน AI ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้บริโภคและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

[su_spacer]

ที่มารูปภาพ: https://www.fxrobox.com/2019/06/eu-ai.html

ที่มาข้อมูล: https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/649579

[su_spacer]

โดยศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์

Tags: AIกฎหมายนวัตกรรมสหภาพยุโรปเทคโนโลยี
Previous Post

เหลือเวลาอีก 6 เดือน ความสัมพันธ์สหภาพยุโรป – สหราชอาณาจักร ภายหลัง Brexit จะเป็นอย่างไร

Next Post

รัฐบาล สปป. ลาวกําหนด 8 มาตรการ เพื่ออํานวยความสะดวกทางด้านการค้า

Tanakorn

Tanakorn

Glob Thailand Administrator

Next Post
รัฐบาล สปป. ลาวกําหนด 8 มาตรการ เพื่ออํานวยความสะดวกทางด้านการค้า

รัฐบาล สปป. ลาวกําหนด 8 มาตรการ เพื่ออํานวยความสะดวกทางด้านการค้า

Post Views: 2,097

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X