Sunday, March 8, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก

EU บรรลุความตกลงทางการค้าหลัง Brexit

30/12/2020
in ทันโลก, ยุโรป
0
EU บรรลุความตกลงทางการค้าหลัง Brexit
0
SHARES
111
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line


ในภาพรวมของความตกลงระหว่างสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรนั้น ได้คลี่คลายประเด็นข้อเรียกร้องของทั้งสองฝ่ายใน 3 ประเด็น ได้แก่ การรักษาการแข่งขันที่เป็นธรรม กลไกการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่อิงตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยไม่ผ่าน European Court of Justice และสิทธิการประมงในน่านน้ำสหราชอาณาจักร รวมถึงความร่วมมือระหว่างกันต่อไปในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม การบิน ระหว่างประเทศ การขนส่ง และความมั่นคง โดยความตกลงนี้ถือเป็นความตกลงการค้าที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาสำหรับทั้งสองฝ่าย และเป็นพื้นฐานที่มั่นคงในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรป หลังสิ้นสุด transition period ในวันที่ 31 ธ.ค. 2563 ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้แก้ไขในทุกปัญหาระหว่างกัน แต่ถือเป็นความสำเร็จในการรักษาความมั่นคงซึ่งกันและกัน โดยฝ่าย สหภาพยุโรป มองว่า สามารถปกป้องความมั่นคง ของ Single Market และรักษาประโยชน์ในการทำประมงในน่านน้ำสหราชอาณาจักรได้อีกอย่างน้อย 5 ปีข้างหน้า ในขณะที่ฝ่ายสหราชอาณาจักร มองว่าประสบความสำเร็จในการได้รับอิสรภาพทางกฎระเบียบจากสหภาพยุโรป และได้สิทธิการเข้าตลาดสหภาพยุโรปในฐานะประเทศที่สามแบบไม่มีภาษีและโควตา ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับภาคธุรกิจสหราชอาณาจักรในทุกระดับ
.
ซึ่งนายกรัฐมนตรี Boris Johnson เห็นว่าเป็นความตกลงที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่ายแล้ว และได้พยายามโน้มน้าว สมาชิกรัฐสภาสหราชอาณาจักรให้เห็นชอบกับร่างความตกลงดังกล่าวโดยมีหนังสือเวียนถึงสมาชิกรัฐสภาสหราชอาณาจักร โดยย้ำประเด็นสำคัญ อาทิ ความตกลงดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่ กฎหมายสหภาพยุโรป การรักษามาตรฐานด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสิทธิในการปรับเปลี่ยนมาตรฐานของสหราชอาณาจักรต่อไป ความสามารถในการมีระบบการช่วยเหลือภาคเกษตรกรรมของตนเองโดยไม่อยู่ภายใต้ EU State Aid Regime การเข้าถึงตลาดการค้าและการบริการในสหภาพยุโรปอย่างเสรี รวมถึงการสร้างความแน่นอนในภาคการขนส่งและความร่วมมือด้านความมั่นคงด้วย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี Johnson ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในบ่ายวันนี้เกี่ยวกับข่าวดังกล่าวโดยได้ย้ำสาระสำคัญตามหนังสือเวียนข้างต้น และกล่าวว่าเป็นข่าวดีของสหราชอาณาจักรสำหรับคริสต์มาสในปีที่ยากลำบากนี้
.

สำหรับบุคคลในคณะรัฐมนตรีและพรรครัฐบาลสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน โดยมองว่า ความตกลงดังกล่าวเป็นความสำเร็จของรัฐบาลในการทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในการลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป เมื่อปี 2559 และในการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปลายปี 2562 ซึ่งนายกรัฐมนตรี Johnson มีบทบาทนำในกระบวนการดังกล่าว รวมทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี Theresa May และนาย David Cameron ได้แสดงความยินดีกับการบรรลุความตกลง และเห็นว่าผลสำเร็จดังกล่าวย่อมดีกว่าการไม่มีความตกลง นอกจากนี้ นาย Nigel Farage หัวหน้าพรรค Brexit Party ที่มีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการมีความตกลงมาตั้งแต่ต้น ได้ตอบรับผลสำเร็จดังกล่าวโดยการโพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “The war is over” ในขณะที่  ส.ส. กลุ่ม European Research Group (ERG – กลุ่ม Pro Brexit หรือ hard Brexiteer) ภายในพรรคอนุรักษ์นิยม จำนวนประมาณ 50 คน ยังรอตรวจสอบเนื้อความของ ความตกลง เพื่อกำหนดท่าทีต่อไป ในขณะที่พรรคฝ่ายค้านนำโดยพรรคแรงงานยังไม่มีท่าทีอะไร แต่ไม่ได้มีความเห็นคัดค้าน โดยจะรอตรวจสอบเนื้อความของความตกลงในรายละเอียดก่อน ในขณะที่พรรค Scottish National Party (SNP) โดยนาง Nicola  Stugeon ผู้นำรัฐบาลแคว้นสกอตแลนด์ประกาศว่า Brexit ไม่ใช่ความประสงค์ของสกอตแลนด์แต่แรก ดังนั้นความตกลงไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ไม่สามารถชดเชยสิ่งที่สูญเสียจากการออกจากสหภาพยุโรปได้ ทั้งนี้ สกอตแลนด์จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้า โดยพรรค SNP ซึ่งมีฐานคะแนนเสียงมากที่สุดในสกอตแลนด์ปัจจุบัน ได้ชูประเด็นที่จะขอทำประชามติเป็นอิสระจากสหราชอาณาจักรอีกครั้งในการหาเสียงด้วย จึงพยายามขยายผลประเด็น Brexit และน่าจะเป็นประเด็นการเมืองภายในสหราชอาณาจักรต่อไป
.

สำหรับภาคธุรกิจ องค์กรและสมาคมภาคธุรกิจส่วนใหญ่ เช่น British Retail Consortium, Trade  Union Congress, Food and Drink Federation และ Confederation of British Industry รวมถึงบริษัทเอกชนบางกลุ่ม เช่น ADS ในภาคอุตสาหกรรมกลาโหม และ SMMT ในอุตสาหกรรมรถยนต์ แสดงความยินดีกับความสำเร็จ ของการบรรลุความตกลงกับสหภาพยุโรป ซึ่งจะช่วยสร้างความชัดเจนและแน่นอนมากขึ้นให้กับภาคธุรกิจและลดความโกลาหลในกระบวนการตรวจสอบสินค้าที่ด่านผ่านเข้าออก อีกทั้งจะช่วยให้พิธีการคัดกรองสินค้าและบุคคลที่บริเวณอ่าวไอริช ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันในหลักการเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2563 สามารถปฏิบัติได้ง่ายขึ้นด้วย นอกจากนี้ ตลาดการเงินในสหราชอาณาจักรในวันนี้ก่อนปิดเทศกาลคริสต์มาสมีความคึกคักทันทีโดยปิดตลาดด้วยค่าเงินปอนด์ที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 10 เดือน ที่ผ่านมา (ประมาณ 1 ปอนด์ต่อ 1.36 ดอลลาร์สหรัฐ) และดัชนีตลาดหุ้น FTSE 100 และ FTSE 250 ปรับตัวขึ้นสูงสุด ในรอบปีนี้
.

โดยรัฐบาลสหราชอาณาจักรจะเผยแพร่ร่างเอกสารความตกลงภายในสัปดาห์หน้า (29 ธ.ค. – 3 ม.ค.) และคาดว่าจะมีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นกรณีฉุกเฉินเพื่ออภิปรายและลงคะแนนเสียงในวันที่ 29 – 30 ธ.ค. 2563 ซึ่งหากนายกรัฐมนตรี Johnson สามารถโน้มน้าว ส.ส. พรรคอนุรักษ์นิยมส่วนใหญ่ไว้ได้ ร่างความตกลงดังกล่าวน่าจะสามารถผ่านการพิจารณาของรัฐสภาสหราชอาณาจักรได้ไม่ยาก เนื่องจากรัฐบาลมีเสียงข้างมากที่เพียงพออยู่แล้ว และน่าจะมีผลใช้บังคับได้ทันในวันที่ 1 ม.ค. 2564
.

ซึ่งการที่สหภาพยุโรปบรรลุความตกลงกับสหราชอาณาจักรในกรณี Brexit นี้นั้นจะส่งผลกระทบให้มีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนและปริมาณการนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างสหราชอาณาจักรกับประเทศอื่น ๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย เนื่องจากสหภาพยุโรปจะเป็นตลาดหลักของสหราชอาณาจักรโดยไม่มีภาษีและโควตา ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่เกี่ยวข้องควรติดตามการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและประเมินโอกาสอีกครั้ง นอกจากนี้ประเทศไทยยังควรเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงเปิดเสรีการค้าทวิภาคีกับสหราชอาณาจักร เพื่อเพิ่มตลาดส่งออกให้กับไทยอีกด้วย
.

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน

Previous Post

นครฉงชิ่งคว้าโอกาส RCEP เพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับอาเซียน

Next Post

ศุลกากรนครฉงชิ่งเริ่มใช้มาตรการใหม่เพื่อลดขั้นตอนพิธีการศุลกากร

Tanakorn

Tanakorn

Glob Thailand Administrator

Next Post

ศุลกากรนครฉงชิ่งเริ่มใช้มาตรการใหม่เพื่อลดขั้นตอนพิธีการศุลกากร

Post Views: 548

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X