Saturday, March 7, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก

จับเทรนด์บริโภค “สับปะรด” ชาวจีน อะไรที่เป็นโอกาสของ “สับปะรดไทย” ได้บ้าง!: ตอนที่ 2

19/01/2024
in ทันโลก
0
จับเทรนด์บริโภค “สับปะรด” ชาวจีน อะไรที่เป็นโอกาสของ “สับปะรดไทย” ได้บ้าง!: ตอนที่ 2
0
SHARES
548
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

…จากตอนที่ 1 ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ได้กล่าวถึงเทรนด์บริโภคสับปะรดของชาวจีนไปแล้ว และในตอนที่ 2 นี้จะพาผู้อ่านมาเจาะลึกพฤติกรรมการบริโภคสับปะรดของชาวจีนกันค่ะ…

ในรายงานผลการสำรวจความพึงพอใจของตลาดสับปะรดในพื้นที่เขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง ฮ่องกง มาเก๊า หรือ GBA ระบุปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสับปะรดว่า ผู้บริโภคร้อยละ 44.4 ชอบความหวาน ร้อยละ 39.1 ชอบความเปรี้ยวอมหวาน และร้อยละ 37.1 ชอบกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของสับปะรด และมีเพียงร้อยละ 9.3 ที่คำนึงถึงเรื่องราคา สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยร่วมที่ใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อ

หากจำแนกตามเพศพบว่า ผู้บริโภคเพศหญิงร้อยละ 50 ตัดสินใจซื้อสับปะรดที่มีรสชาติหวาน และผู้บริโภคเพศหญิงให้ความสำคัญกับแบรนด์/แหล่งกำเนิดของสับปะรดค่อนข้างมาก ขณะที่ผู้บริโภคเพศชายร้อยละ 47.3 ตัดสินใจซื้อสับปะรดเพราะกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของสับปะรดเป็นหลัก

หากจำแนกตามอายุพบว่า ผู้บริโภคที่อายุต่ำกว่า 45 ปี ตัดสินใจซื้อสับปะรดเพราะนำไปประกอบอาหารคาวหวานได้หลากหลายชนิด ราคาเอื้อมถึงได้ รวมถึงคุณสมบัติช่วยย่อยของสับปะรด ขณะที่ผู้บริโภคที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปตัดสินใจซื้อเพราะความหวาน

“ผู้บริโภคในช่วงอายุ 31-45 ปี และอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของการขายสับปะรด ขณะที่ผู้บริโภคใน 2 ช่วงอายุ (อายุไม่เกิน 30 ปี และอายุตั้งแต่ 46-60 ปี) มีความ ‘เรื่องมาก’ ในการตัดสินใจซื้อสับปะรดมากกว่า ด้วยเหตุผลทั้งในเรื่องรสชาติและราคา”

ที่น่าสนใจคือ นอกจากเหตุผลที่สับปะรดมีรสชาติเปรี้ยวกินแล้วคันปาก พบว่า “เปลือกปอกยาก” เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคไม่ซื้อสับปะรด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคเพศชาย และน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้สับปะรดสดตัดแต่งพร้อมทานได้ ‘แจ้งเกิด’ ในหมู่ผู้บริโภคชาวจีน โดยเฉพาะสับปะรดสดขนาดกลาง-เล็ก

สับปะรด ‘ไทย’ ตอบโจทย์ ‘ตลาดจีน’ มากน้อยแค่ไหน ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรปถือเป็นตลาดหลักของสับปะรดไทย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจในประเทศเหล่านี้ส่งผลให้การนำเข้าสับปะรดไทยไปยังตลาดดังกล่าวมีแนวโน้มชะลอตัวลง ขณะที่ตลาดจีนมีแนวโน้มความต้องการบริโภคสับปะรดเพิ่มมากขึ้น ในสายตาของผู้บริโภคชาวจีนมองว่า สับปะรดทานสดของไทยมีขนาดผลที่ใหญ่และรสชาติหวานกรอบ โดยเฉพาะ “สับปะรดภูแล” ที่เริ่มดังขึ้นจากเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวจีนที่เคยเดินทางมาท่องเที่ยวไทย

ต้องบอกว่า ก่อนการระบาดของโควิด-19 ที่กระแสท่องเที่ยวไทยกำลัง ‘บูม’ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมเส้นทางสับปะรดไทยที่กำลังไปได้สวยในตลาดจีน ระหว่างปี 2559-2562 ภาพรวมการนำเข้าสับปะรดไทยของจีนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตลาดที่มีศักยภาพส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันตกและภาคกลางตอนล่างของจีน

นับตั้งแต่ปี 2561 “มณฑลยูนนาน” นั่งเก้าอี้ผู้นำเข้าสับปะรดไทยเบอร์ 1 มาโดยตลอด แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ปริมาณการนำเข้าต่อทั้งประเทศมีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ 85.86 ในปี 2562 เหลือร้อยละ 62.81 ในปี 2565 โดยตลาดรองที่มีศักยภาพในการนำเข้าสับปะรดไทย ได้แก่ มณฑลหูหนาน นครฉงชิ่ง มณฑลเจ้อเจียง และมณฑลซานตง

สำหรับปี 2566 ที่รัฐบาลจีนได้ปลดล็อคมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าสับปะรดไทยระหว่างเดือนมกราคม – กันยายน 2566 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 1.66 (YoY) ปริมาณการนำเข้า 5.445 ตัน คิดเป็นมูลค่านำเข้า 53.39 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.76 (YoY) เนื่องจากราคานำเข้าเฉลี่ยต่อกิโลกรัมปรับตัวสูงขึ้น (จากเดิมกิโลกรัมละ 8.05 หยวน ในไตรมาส 3/2565 เป็นกิโลกรัมละ 9.81 หยวน ในไตรมาส 3/2566) โดยมณฑลยูนนานครองสัดส่วนร้อยละ 69.22 ของปริมาณนำเข้าจากไทย ตามด้วยมณฑลหูหนานร้อยละ 16.18 และมณฑลเจ้อเจียงร้อยละ 9.44

เมื่อพูดถึง “สับปะรดภูแล” แล้ว BIC ขอถือโอกาสหยิบยกประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมาสักเล็กน้อย จากกรณีที่สมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทยได้แจ้งข่าวช็อกวงการผลไม้ส่งออกว่า “สับปะรดภูแล” ถูกทางการจีนห้ามนำเข้า

ในเวลาต่อมา ได้มีคำชี้แจงข้อเท็จจริงจากอธิบดีกรมวิชาการเกษตรเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวให้ทราบว่า ปัจจุบัน จีนยังไม่อนุญาตให้นำเข้า “ผลไม้ตัดแต่ง” ทุกชนิดจากไทย ซึ่งหมายความว่า “สับปะรดภูแลตัดแต่ง” (ปอกเปลือกแล้ว) ยังไม่สามารถส่งออกไปจีนได้ (สับปะรดตัดแต่งไม่ได้จัดอยู่ในประเภท “ผลไม้สด” จึงไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อผลไม้สดในการนำเข้าไปในประเทศจีน) แต่หากเป็นการส่งออกสับปะรดสดทั้งผล (ไม่ตัดแต่ง) สามารถทำได้ตามปกติเช่นเดียวกับผลไม้สดอีก 21 ชนิด ที่จีนอนุญาตให้กับผลไม้สดจากไทย

ตามรายงาน กรมวิชาการเกษตรได้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานศุลกากรของประเทศจีนหรือ GACC (General Administration of Customs of the People’s Republic of China) เพื่อขอให้จีนเปิดตลาดส่งออกผลไม้สดตัดแต่งและผลไม้แช่แข็งของไทย เช่น สัปปะรด และทุเรียนสดตัดแต่ง เพื่อเป็นทางเลือกใหม่และเพิ่มมูลค่าการส่งออกผลไม้ให้แก่ผู้ส่งออกไทย

คุณ Wu Jianlian (吴建连) ประธานสมาคมสับปะรดอำเภอสวีเหวิน (เมืองจ้านเจียง มณฑลกวางตุ้ง) ให้ข้อมูลว่า วัยรุ่นยุค 90’s เป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักที่ชื่นชอบสับปะรดจิ๋วของไทย (น่าจะหมายถึงสับปะรดภูแล) โดยสับปะรดจิ๋วของไทยน้ำหนักลังละ 8 กิโลกรัม ขายอยู่ที่ 300-400 หยวน แถมยังขาดตลาดเป็นบางช่วง

ทั้งนี้ คุณ Wu เห็นว่า เมื่อเปรียบเทียบกับสับปะรดภูแลแล้ว สับปะรดจิ๋วของอำเภอสวีเหวินแข่งขันได้ เพราะมีความได้เปรียบเรื่องห่วงโซ่โลจิสติกส์ (ระยะทางการขนส่งจากแหล่งผลิตถึงมือผู้บริโภค) ไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนการรักษาความสดมากจนเกินไป ต้นทุนต่ำ สับปะรดยังคงรสชาติความสดใหม่แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่ในจีน คือ สายการผลิตและแปรรูปสับปะรดด้วยเครื่องจักรที่มีความทันสมัย

จากรายงานข่าวจีน BIC พบว่า ชาวจีนบางส่วนยังมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับ “สับปะรดจิ๋ว” กล่าวคือ ในความเข้าใจของชาวจีน “สับปะรดจิ๋ว” เป็น ‘สับปะรดตกเกรด’ ที่ขายไม่ได้ราคา ซึ่งหลังจากที่ “สับปะรดตัดแต่ง” ติดลมบนช่วยให้ราคารับซื้อหน้าสวนได้ราคาดีกว่าสับปะรดผลโต โดยราคาถีบตัวสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 0.8 หยวน เป็น 2.4-3.4 หยวน

ด้วยเหตุนี้ จึงยังมี “ช่องว่าง” ที่ประเทศไทยจะสามารถประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจและสร้าง ‘ความต่าง’ ระหว่างสับปะรดจิ๋วของจีนกับนามบัตร “สับปะรดภูแลไทย” ขณะเดียวกัน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องของไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาและเพิ่มมูลค่าการส่งออกอาหารและผลไม้ไทยด้วย “นวัตกรรม” โดยใช้จุดแข็งที่ไทยเป็นหนึ่งใน ‘ครัวโลก’ โดยมุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์การบริโภคที่หลากหลายของชาวจีน เช่น การเพิ่มจุดขายด้วยเรื่องราว (story telling) หรือประสบการณ์แปลกใหม่ การใช้นวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่าแต่ยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้ โดยเฉพาะนวัตกรรมด้านการขนส่งโลจิสติกส์ และบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยให้ผลไม้สดของไทยยังคงมาตรฐานและคุณภาพที่ยอดเยี่ยม รวมถึงการหาช่องทางสื่อสารหรือบอกเล่านานาสาระเพื่อสร้างการรับรู้เพิ่มเติมไปสู่ผู้บริโภคชาวจีนถึงเสน่ห์ของ “ผลไม้ไทย” ผ่านการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย

ทั้งนี้ นอกจากสับปะรดผลสดแล้ว สับปะรดแปรรูปอย่าง “สับปะรดกระป๋อง” ถือเป็นสินค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการทำตลาดรองอย่างประเทศจีน (ตลาดส่งออกหลักของไทย ได้แก่ สหรัฐฯ รัสเซีย และเยอรมนี) ในปี 2565 ประเทศไทย ‘ยืนหนึ่ง’ ในวงการส่งออกสับปะรดกระป๋องด้วยสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 36.4 ของโลก ในประเทศที่มีฐานประชากรและเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกอย่างจีนน่าจะเป็นตลาดเป้าหมาย(ใหม่) สำหรับธุรกิจส่งออก “สับปะรดกระป๋อง” ของไทยได้ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มชาแนวใหม่ในจีนที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC)/ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง

เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

Tags: #globthailand#globทันโลก2024slideshowสับปะรดเศรษฐกิจ/ธุรกิจ/การค้า
Previous Post

International Quantum Computing Calls 

Next Post

เกาหลีใต้ประกาศทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ ปี 2567 

Globthailand

Globthailand

Next Post
เกาหลีใต้ประกาศทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ ปี 2567 

เกาหลีใต้ประกาศทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ ปี 2567 

Post Views: 1,912

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X