Saturday, March 7, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก

ส่องมาตรการเปิดประเทศของอียูและประเทศสมาชิก: แนวปฏิบัติที่น่าสนใจและเรียนรู้

14/05/2020
in ทันโลก, ยุโรป
0
12
SHARES
49
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายประเทศในยุโรป ได้เริ่มการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองไปบ้างแล้ว ภายหลังจากที่ประเทศที่มีการติดเชื้อโควิด-19 สูง เช่น อิตาลี สเปน ฝรั่งเศส และเยอรมนี เริ่มควบคุมสถานการณ์ได้และมีตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ลดลง ประกอบกับความกังวลเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เข้าสู่ภาวะถดถอย โดยประเด็นสําคัญที่เป็นที่ถกเถียงกันในบรรดาเหล่าผู้นําและนักวิชาการต่าง ๆ คือ จะทําการเปิดเมืองอย่างไรให้เศรษฐกิจเริ่มกลับมาเดินเครื่องใหม่อีกครั้งโดยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดไปพร้อมกันด้วย

[su_spacer]

สหภาพยุโรป (อียู) ได้ออก Roadmap to lifting Coronavirus Containment measures เพื่อเป็นแนวทาง สําหรับการออกจากมาตรการปิดเมือง (exit strategy) โดยให้เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป คํานึงถึงตัวชี้วัดที่ สําคัญทางสาธารณสุข และความสามารถด้านสาธารณสุขและการแพทย์ของแต่ละประเทศในการควบคุมโรค ซึ่งการดําเนินการดังกล่าวจะสําเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศสมาชิกทุกประเทศในการ ประสานกันอย่างใกล้ชิด มิเช่นนั้น อาจทําให้เกิดผลในเชิงลบของการแก้ไขปัญหาในภาพรวม ดังเช่นในคราวที่ไวรัสเริ่มระบาดและประเทศสมาชิกต่างออกมาตรการโดยไม่มีการประสานในระดับอียู

[su_spacer]

 มาตรการ exit strategy ของอียูถือได้ว่ามีความสอดคล้องกับข้อเสนอแนะขององค์การอนามัยโลกหรือ WHO ที่เน้นให้ลดความเข้มข้นของมาตรการทีละขั้น ทิ้งระยะห่าง 2 สัปดาห์ และให้การรักษาระยะห่างเป็น “ความปกติรูปแบบใหม่” และควรป้องกันการแพร่เชื้อต่อประเทศที่สามและจากประเทศที่สาม โดยเริ่มจากเปิดชายแดนในอียูกันเองก่อนเปิดให้ประเทศที่สาม และการเปิดพรมแดนภายในระหว่างกันจะต้องมีการประสานกันอย่างใกล้ชิด ส่วนการเปิดพรมแดนภายนอกอียูนั้นจะเป็นมาตรการในขั้นต่อไป โดยต้องคํานึงว่า สถานการณ์ระบาดนอกอียูจะไม่นําเชื้อกลับเข้ามาในภูมิภาคยุโรปอีก โดยอียูจะทําหน้าที่รวบรวมและประสานข้อมูลของการทยอยผ่อนคลายมาตรการของแต่ละประเทศสมาชิกเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกลมเกลียวกันในอียูให้มากที่สุด

[su_spacer]

สําหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกสามารถเริ่มได้ แต่ต้องคํานึงถึงความปลอดภัยควบคู่กันไปด้วย โดยให้ความสําคัญกับการรักษาระยะห่างทางสังคม และการตรวจโรคและวัดไข้เพื่อคัดกรองและแยกตัวผู้ป่วยไปทําการรักษา รวมถึงการสวมหน้ากากตามความเหมาะสม และการใช้แอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือ ติดตาม-แจ้งเตือนผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 ภายใต้ Guidance on Tracing Apps ซึ่งยึดตามกฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลของอียูเพื่อช่วยชะลอการแพร่ระบาด ส่วนการผลิตวัคซีน ยุโรปได้เริ่มในขั้นตอนการวิจัยทาง คลินิก (clinical trials) แล้ว และอาจต้องใช้เวลาอีกระยะ หรือเป็นปีกว่าจะมีวัคซีนใช้ในจํานวนที่เพียงพอ โดยขณะนี้อียูมีโครงการระดมทุนออนไลน์ “Coronavirus Global Response Pledging Marathon” เพื่อ สนับสนุนการผลิตและแจกจ่ายวัคซีน ยารักษาโรค และชุดตรวจเชื้อโควิด-19 โดยตั้งเป้าหมายเบื้องต้นที่ 7.5 พันล้านยูโร

[su_spacer]

นอกจากโรดแมปดังกล่าวข้างต้นแล้ว อียูยังได้ออกข้อแนะนําอีกหลายอย่างเพื่อให้ประเทศสมาชิกนําไปปฏิบัติ อาทิ การออก Guidelines on Coronavirus Testing Methodologies เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของการ ตรวจไวรัส ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญของการออกจากมาตรการควบคุม Guidance for manufacturers on production of essential medical equipment เพื่อให้บริษัทที่ผลิตอุปกรณ์ป้องกันผลิตได้ตามมาตรฐาน ของอียู Guidance on EU mobile workers เพื่อให้ผู้ที่เดินทางข้ามแดนเพื่อไปทํางานโดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์สามารถเดินทางข้ามแดนได้สะดวก

[su_spacer]

ล่าสุดอียูได้ออก Guidance for a safe return to the workplace ซึ่งเป็นข้อแนะนําหรับการลดความเสี่ยง จากการติดเชื้อไวรัสภายในสถานที่ทํางาน โดยมีแนวปฏิบัติสําคัญที่น่าสนใจสําหรับนายจ้าง อาทิ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทํางานและแผนผังที่นั่งเพื่อลดความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงาน โดยจัดให้มีการเว้นระยะห่าง ระหว่างเพื่อนร่วมงานให้ห่างกันราว 2 เมตร การให้พนักงานค่อย ๆ ทยอยกลับมาทํางาน ไม่ต้องกลับมาที่เดียว พร้อมกันหมด การสับหลีกกะในการเข้าออก-งานของพนักงานเพื่อป้องกันความหนาแน่นในสถานที่ทํางาน การจัดระเบียบช่วงพักกลางวันเพื่อไม่ให้พนักงานต้องออกมาทานข้าวพร้อมกัน การหลีกเลี่ยงการประชุมหรือการติดต่อกับบุคคลภายนอกโดยให้ทําผ่านระบบ Video Conference แทน การเฝ้าระวังและสังเกตอาการ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงรวมถึงพนักงานที่อยู่ในภาวะเครียดกดดันหรือภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์โควิด-19 โดยคํานึงถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ประสบภาวะวิกฤตเป็นสําคัญ และการเตรียมเทคโนโลยีหรือความพร้อม ด้านต่าง ๆ ไว้ให้พนักงานสามารถแปลงบ้านให้กลายเป็นสํานักงานเสมือน (Virtual Office) ได้อย่างคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือทําธุรกิจในยุคเปิดๆ ปิดๆ เมือง เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาโรค โควิด-19 เป็นต้น

[su_spacer]

ในขณะนี้ หลายประเทศในอียูเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมกันบ้างแล้ว แต่ยังคงมาตรการเฝ้าระวังไว้ด้วย เริ่มจากประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นชาติแรกที่กลับมาเปิดโรงเรียน และสถานรับเลี้ยงเด็กอีกครั้งหนึ่งตั้งแต่วันที่ 14 เมษายนเป็นต้นไป หลังจากจํานวนผู้ติดเชื้อใหม่ลดลง โดยตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน มีการอนุญาตให้ร้านตัด ผมและธุรกิจประเภท Liberal professions เช่น ร้านนวด ร้านสัก ร้านเสริมสวย รวมทั้งสถานให้บริการทางการแพทย์ เช่น ทันตแพทย์ กายภาพบําบัด ฯลฯ และโรงเรียนสอนขับรถ เปิดบริการอีกครั้ง

[su_spacer]

ออสเตรีย อนุญาตให้ร้านค้าขนาดเล็กที่มีพื้นที่น้อยกว่า 400 ตารางเมตร และร้านขายอุปกรณ์ต่างๆ และร้านทําสวนเปิดให้บริการได้ โดยเปิดทําการได้ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน โดยบังคับให้มีการสวมหน้ากากในที่สาธารณะ ในขณะที่ฝรั่งเศส เตรียมเปิดเมืองอีกครั้งในวันที่ 11 พฤษภาคม รวมถึงการเปิดโรงเรียน และอนุญาตให้บริษัทเปิดดําเนินการอีกครั้ง รวมถึงการเริ่มบริการขนส่งสาธารณะ

[su_spacer]

ส่วนเยอรมนี ก็เริ่มมีการผ่อนปรนมาตรการโดยอนุญาตให้ร้านค้าที่มีพื้นที่น้อยกว่า 800 ตารางเมตรเปิด ให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนเป็นต้นไป แต่ต้องมีการจํากัดจํานวนลูกค้าที่สามารถเข้าร้านได้ในเวลาเดียวกัน ส่วนโชว์รูมรถยนต์ ร้านหนังสือ ห้องสมุด และสวนสาธารณะสามารถเปิดให้บริการได้ โดยไม่มีการจํากัดขนาดของสถานที่แต่อย่างใด ทั้งนี้ ร้านค้าที่มีขนาดใหญ่กว่า 800 ตารางเมตร และร้านตัดผมจะสามารถเปิดให้บริการได้ในวันที่ 4 พฤษภาคม เป็นต้นไป ส่วนสถานที่ทางศาสนา ร้านอาหารและบาร์ ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดบริการ โดยบังคับให้มีการสวมหน้ากากในที่สาธารณะตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน สําหรับเบลเยียมนั้น จะเริ่มผ่อนคลายมาตรการเป็นขั้นๆ ระยะแรก เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม การทํางาน จากบ้านยังคงเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐาน สามารถเริ่มติดต่อระหว่างธุรกิจได้ แนะนําให้ใส่หน้ากากหรืออุปกรณ์ คลุมหน้าในที่สาธารณะ และต้องใส่เมื่อใช้ขนส่งสาธารณะ ระยะที่สอง เริ่มวันที่ 18 พฤษภาคม โรงเรียน ประถมและมัธยมเริ่มเปิดได้ โดยครูและนักเรียนอายุ 12 ปีขึ้นไปต้องสวมหน้ากากทั้งวัน ร้านทําผมและพิพิธภัณฑ์อาจเปิดได้ภายใต้เงื่อนไขและมาตรการ และระยะสาม ประมาณกลางมิถุนายน ร้านอาหาร อาจเริ่มเปิดได้ ตามด้วยร้านกาแฟและบาร์ ส่วนงานเทศกาลงานคอนเสิร์ตใหญ่ๆ ยังไม่อนุญาตให้จัดก่อน 31 สิงหาคม ในขณะที่ลักเซมเบิร์กประเทศเพื่อนบ้าน เริ่มผ่อนปรนให้ร้านค้าบางประเภท เช่นร้านอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ ร้านทําสวน เปิดกิจการได้ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน อนุญาตให้การก่อสร้างต่างๆ เริ่มดําเนินการได้ และบังคับให้ประชาชนต้องสวมอุปกรณ์ปิดหน้าเมื่อออกจากบ้าน

[su_spacer]

ส่วนสเปน อนุญาตให้เด็กอายุต่ํากว่า 14 ปี จํานวนไม่เกิน 3 คน สามารถออกไปเที่ยวเล่นพร้อมกันได้วันละครั้งเป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมผู้ปกครองหนึ่งคน โดยอยู่ในรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตรจากบ้านพัก และมีแผนที่จะ อนุญาตให้ออกกําลังกายและเดินนอกบ้านได้ในวันที่ 2 พฤษภาคม หากอัตราการติดเชื้อมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่ อิตาลี มีแผนการเปิดโรงเรียนอีกครั้งในเดือนกันยายน และจะอนุญาตให้ภาคการผลิตกลับมาเริ่มได้ อีกครั้ง ในวันที่ 4 พฤษภาคม

[su_spacer]

กล่าวโดยสรุป อียูนําปัญหาในการบริหารจัดการมาตรการ “ขาเข้า” เพื่อยับยั้งการระบาดที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว มาเป็นบทเรียนในการจัดการมาตรการ “ขาออก” ที่มีความเป็นระบบมากขึ้น โดยการออกแนวทางที่เป็น มาตรฐานต่างๆ เพื่อให้การควบคุมโรคระบาดในระดับภูมิภาคเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในขณะที่ประเทศสมาชิกก็วางแผนการเปิดประเทศเป็นช่วงๆ อาจมีการเดินหน้าหรือถอยหลังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ยังต้องเฝ้า ระวังอย่างใกล้ชิดจนกระทั่งถึงการค้นพบวัคซีน แม้มาตรการของอียูเป็นสิ่งที่กําหนดจากศักยภาพและสภาพแวดล้อมการระบาดของยุโรป แต่โควิด-19 ทําให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะมีความต่างกันทางภูมิศาสตร์หรือสถานะทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ดังนั้น ไทยเองก็สามารถเรียนรู้ เกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ของยุโรปและสามารถนํามาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์และเหมาะสมกับบริบทของ ประเทศ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับอียูเพื่อนํามาควบคุมโรคระบาดในระดับภูมิภาคของเราเอง เนื่องจากโรคระบาดนี้เป็นปัญหาของโลก ดังนั้นการควบคุมและการแก้ไขปัญหาต้องร่วมมือกันอย่าง ใกล้ชิดทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลกด้วย

[su_spacer]

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์

Tags: การค้าธุรกิจมาตรการเบลเยียมเศรษฐกิจ
Previous Post

Super Energy ลงทุนโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 4 แห่งในจังหวัดบิ่งห์เฟือก

Next Post

ส่านซีจับมือ Alibaba เพิ่มช่องทางกระจายสินค้าเกษตรท้องถิ่น

Tanakorn

Tanakorn

Glob Thailand Administrator

Next Post

ส่านซีจับมือ Alibaba เพิ่มช่องทางกระจายสินค้าเกษตรท้องถิ่น

Post Views: 656

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X