Saturday, March 7, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก กฎ I ระเบียบ I นโยบาย

ทิศทางเศรษฐกิจมาเลเซีย จากการประชุม National Economic Forum (NEF) 2023

08/06/2023
in กฎ I ระเบียบ I นโยบาย, ทันโลก
0
ทิศทางเศรษฐกิจมาเลเซีย จากการประชุม National Economic Forum (NEF) 2023
18
SHARES
1.6k
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

National Chamber of Commerce and Industry of Malaysia (NICCIM) ได้จัดวาระการประชุม National Economic Forum (NEF) 2023 : Setting The Future Economic Roadmap for New Malaysia เพื่อเป็นเวทีหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจของมาเลเซีย โดย Mohamad Rafizi bin Ramli รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจมาเลเซีย ได้กล่าวถึง ‘นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลมาเลเซีย’ ไว้ดังนี้ 

  1. การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัล โดยจะดำเนินการการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความสามารถในการผลิต รวมถึงส่งเสริมการลดความเลื่อมล้ำและความยากจน โดยมาเลเซียจำเป็นต้องลดการพึ่งพาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการผลิตมูลค่าต่ำ (low-valued manufacturing) ตลอดจนการเร่งส่งเสริมการสร้างงานที่มีคุณค่าสูง (high-valued work) เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพการพัฒนาต่อไป ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือน พฤษภาคม พ.ศ.2566 รัฐบาลมาเลเซียได้ประกาศแผนการดำเนินการที่จะยกเลิกสั่งห้ามการส่งออกพลังงานหมุนเวียน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของมาเลเซีย ซึ่งการยกเลิกดังกล่าวจะสนับสนุนเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 70 ของกำลังการผลิตทั้งหมดภายในปี พ.ศ.2593 เพื่อให้มาเลเซียสามารถผลิตพลังงานสะอาดได้เพียงพอต่อความต้องการโดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้า มากไปกว่านั้นคือเพื่อการเป็นผู้นำของภูมิภาคในด้านพลังงานสะอาด 
  2. การส่งเสริมระบบนิเวศน์ทางดิจิทัล (Digital Ecosystem) โดยการเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน แพลตฟอร์ม และกรอบกฎหมายที่สามารถคุ้มครองผู้บริโภคที่เอื้อต่อการทำธุรกิจดิจิทัล รวมถึงการมีศูนย์รวมข้อมูลที่เปิดเผยและสามารถตรวจสอบได้ เพื่อความโปร่งใสและการนำข้อมูลไปใช้ต่ออย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 
  3. การเปลี่ยนผ่านและการพัฒนามาเลเซียไปสู่กลุ่มประเทศรายได้สูง (high-income nation) 
  4. การตระหนักถึงปัญหาแรงงาน ทั้งในแง่การขาดแคลนแรงงานและการทำงานต่ำกว่าระดับ (underemployment) ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาแรงงาน เพื่อยกระดับทักษะที่มีให้ดีกว่าเดิมและการสร้างทักษะที่จำเป็นต้องการทำงาน (Upskill-Reskill) รวมทั้งการผลิตบุคลากรที่สามารถทำงานในสายอาชีพโดยจำเป็นต้องมีทักษะสูง (high-skilleid) 
  5. การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันเรื้อรัง โดย Mohamad Rafizi bin Ramli ได้แสดงถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของ Unity Goverment ซึ่งขั้วการเมืองต่าง ๆ พร้อมจะสละความเห็นต่างเพื่อร่วมกันดำเนินนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจมาเลเซียให้เป็นรูปธรรม

และ นาย Steven Sim รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังมาเลเซีย ได้กล่าวถึง พัฒนาการและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของมาเลเซีย ที่สามารถกลับไปสู่ระดับก่อนเหตุการณ์การแพร่ระบาดโควิต-19 โดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 5.6 ในช่วงไตรมาสแรกของปี พ.ศ.2566 นับว่าสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้จ่ายของภาคเอกชน การลงทุนของภาครัฐในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งตลาดแรงงานที่เริ่มคืนสู่สภาวะปกติ อย่างไรก็ดี นาย Sim ยังกล่าวว่า รัฐบาลมาเลเซียจะยังไม่นำ Goods and Service Tax (GST) กลับมาใช้ในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากยังมีกลุ่มประชาชนและธุรกิจบางส่วนที่ยังไม่ฟื้นตัว ในขณะเดียวกัน รัฐบาลมาเลเซียยังจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญสูงสุดในการผลักดันวาระการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนด้วยการกระตุ้นการลงทุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ หากเมื่อถึงจุดที่ธุรกิจสามารถฟื้นตัวแและเริ่มมีกำไร รัฐบาลจึงจะพิจารณาใช้ระบบการเก็บภาษีแบบก้าวหน้า โดยควบคุมการบริหารงบประมาณอย่างเคร่งครัด รอบคอบ และโปร่งใส เพื่อป้องกันการคอร์รัปชันและการใช้ภาษีของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนาประเทศ 

ในด้านของภาคเอกชนยังคงมีข้อห่วงกังวลและข้อเรียกร้องเกิดขึ้นในวาระการประชุม โดย Tan Sri Dato’ Soh Thain Lai ในฐานะประธาน NICCIM และผู้จัดงาน ได้นำเสนอในส่วนของภาคเอกชนและภาคธุรกิจ ไว้ดังนี้ 1) ขอให้รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของเสถียรภาพทางการเมืองและการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องที่มีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ 2) นอกเหนือจากการ
กระตุ้นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) แล้วนั้น ขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากภายในประเทศ (DDI) และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณานโยบายและมาตรการดึงดูดการลงทุนภายในประเทศ 3) การขาดแคลนผู้มีความสามารถ (shortage of talent) ปัญหาสมองไหล (brain drain) และการพัฒนาระบบการศึกษาและศักยภาพของมนุษย์ 4) ปัญหาค่าเงินริงกิตอ่อน 5) เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณานำระบบการจัดเก็บ Good and Service Tax (GST) กลับมาใช้ ซึ่งภาคธุรกิจมาเลเซียเห็นว่าเป็นระบบการจัดเก็บภาษีที่มีความเป็นธรรม และ 6) ขอให้รัฐบาลมาเลเซียหลีกเลี่ยงการประกาศวันหยุดพิเศษ (Special Holidays) ที่มีการกำหนดอย่างกระทันหัน ซึ่งในแง่ของธุรกิจการประกาศวันหยุดพิเศษกระทันหันดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจขาดทุนถึง 3 พันล้านริงกิตในภาพรวม 

ในด้านข้อคิดเห็นของภาควิชาการ โดย Professor Tan Sri Dr. Noor Azlan Ghazili, Director, University Kebangsaan Malaysia ได้สะท้อนภาพปัญหาเศรษฐกิจมาเลเซียที่แตกต่างออกไปจากการนำเสนอของภาครัฐบาล ในหัวข้อ Malaysia Economic Outlook : Are We on the Right Track? โดยมีประเด็นด้านปัญหาที่รัฐบาลมาเลเซียจำเป็นที่จะต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน ได้แก่ ความไม่พร้อมของอุตสาหกรรมในประเทศที่จะสามารถรองรับการพัฒนาไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วในด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการผลิตมูลค่าสูง (high-valued manufacturing) รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ การขาดบุคลากรที่มีทักษะสูง คุณภาพของระบบ การศึกษา การพึ่งพาแรงงานต่างชาติ ปัญหา งบประมาณ และหนี้สาธารณะ รวมทั้งข้อจํากัดของรายได้และการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลอย่างไม่มีประสิทธิภาพปัญหาความมั่นคงทางอาหาร และการเกษตร ตลอดจนราคาที่อยู่อาศัยและหนี้ครัวเรือน นอกจากนี้ Tan Sri Dr. Azlan ได้ตั้งคําถามถึงความพยายามของรัฐบาลในการเร่งพัฒนาไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง (High-income country) เป็นช่วงเวลาที่พร้อมแล้วหรือยัง โดยได้นําเสนอข้อมูลเชิงสถิติที่สะท้อนถึงพื้นฐานและปัจจัยทางเศรษฐกิจของมาเลเซียที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนามาเลเซียไปสู่ประเทศรายได้สูง 

อย่างไรก็ดี การประชุม NEF 2023 ได้รับความสนใจอย่างมากจากภาคธุรกิจมาเลเซียและนอกเหนือจากการบรรยายโดยภาครัฐ ภาคเอกชนและภาควิชาการข้างต้นแล้ว ยังมีการจัด Panel Discussion : Setting the Scene – Revitalising Malaysia’s Economy as Investing for the Future: the Role of Environmental, Social, and Governance (ESG) for Business Sustainability อีกด้วย 

ที่มารูปภาพ : https://www.fmm.org.my/FMM-@-NCCIM_National_Economic_Forum_2023_on_May_18,_2023_at_KL_Convention_Centre.aspx

ข้อมูล : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
เรียบเรียงโดย : ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ 
Tags: #2023#EconomicForum#globthailand#globทันโลก#malaysia#กระทรวงการต่างประเทศ#การพัฒนาประเทศ#การลงทุน#นโยบายเศรษฐกิจ#นโยบายเศรษฐกิจมาเลซีย#ประเด็นเศรษฐกิจ#มาเลเซีย#สถานการณ์เศรษฐกิจโลก#สรุปการประชุม#เศรษฐกิจ#เศรษฐกิจมาเลเซีย#เศรษฐกิจระหว่างประเทศ#เศรษฐกิจโลก#แรงานslideshow
Previous Post

งานแสดงอาหารและเครื่องดื่ม – HCMC FOODEX 2023 !

Next Post

Foodex Saudi Expo 2023 Riyadh

Globthailand

Globthailand

Next Post
Foodex Saudi Expo 2023 Riyadh

Foodex Saudi Expo 2023 Riyadh

Post Views: 3,553

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X