Saturday, March 7, 2026
  • Login
  • Register
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
Glob Thailand
No Result
View All Result
Home ทันโลก

ยอดนำเข้าน้ำมันปาล์มในอิตาลีลดลงต่อเนื่อง ผลกระทบจากกระแสต่อต้านน้ำมันปาล์มในยุโรป

30/07/2019
in ทันโลก, ยุโรป
0
ยอดนำเข้าน้ำมันปาล์มในอิตาลีลดลงต่อเนื่อง ผลกระทบจากกระแสต่อต้านน้ำมันปาล์มในยุโรป
0
SHARES
285
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

การเสวนาเรื่อง “Fake News, Hoaxes, and Food Labeling, How “free from” Mislead Consumers” เกี่ยวกับกระแสต่อต้านน้ำมันปาล์มในอิตาลี จัดโดยสถาบัน For Free Choice Instituteณ ที่ทําการสภาผู้แทนราษฎร ณ ประเทศอิตาลี กรุงโรม โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิได้ลงความเห็นไว้  โดยศาตราจารย์ Pietro Paganini อาจารย์ประจํามหาวิทยาลัย John Cabot University กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ติดฉลาก “ปราศจาก…” มีปริมาณประมาณร้อยละ 18.6 ของผลิตภัณฑ์อาหารทั้งหมดหรือประมาณ 11,345 ผลิตภัณฑ์ คิดเป็นมูลค่า 6.8 พันล้านยูโรในตลาด EU โดยในปี 2560 สินค้าที่ติดฉลาก “ปราศจาก…” ในEU สามารถทํายอดขายได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11.7 คาดว่าเป็นผลมาจากการประชาสัมพันธ์ว่าสินค้าที่มีฉลาก “ปราศจาก…” ดีต่อสุขภาพ ในแง่การตลาด Label is the king เนื่องจากสามารถดึงดูดความสนใจผู้บริโภคและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ[su_spacer]

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีฉลาก “ปราศจาก…” มีนัยว่าดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมซึ่งในกรณีนี้รวมถึงผลิตภัณฑ์ปราศจากน้ำมันมันปาล์มด้วย ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ตลาด EU มีกระแสเกี่ยวกับอาหารและสุขภาพเพิ่มขึ้น มีการเผยแพร่ข่าวด้านลบเกี่ยวกับน้ำมันปาล์มทั้งในสื่อประเภทต่าง ๆ แต่ทว่าการเผยแพร่ข่าวนั่น ไม่มีมูลหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยันส่งผล ให้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมันปาล์มทํายอดขายสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อกระแสจางลงอัตราการเพิ่มของยอดขายก็ลดลงตาม  โดยในปี 2558 ถึง 2559 ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5 ในปี 2559 และ2560 ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9  และในขณะที่ปี 2560 และ2561 ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 ซึ่งจะเห็นได้ว่าข่าวข้ออ้างเกี่ยวกับโทษของน้ำมันปาล์มอาจไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องหรือในระยะยาว[su_spacer]

อีกทั้ง ในช่วงเวลาดังกล่าว การนําเข้าน้ำมันปาล์มของอิตาลีได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 การนําเข้าน้ำมันปาล์ม สําหรับการบริโภคลดลงร้อยละ 18 ทั้งนี้ การนําเข้าน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคจากอินโดนีเซียในช่วงปี 2557 ถึง 2561 ลดลงร้อยละ 60 ในขณะที่ช่วงปี 2560 ถึง 2561 การนำเข้าน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคจากมาเลเซียลดลงประมาณร้อยละ 40  ทั้งนี้ จากการสํารวจการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐประมาณ 180 โครงการ ในเทศบาลท้องถิ่น 100 แห่งและใน โรงแรม 100 แห่งพบว่า มีการระบุในเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างว่าต้องการสารทดแทนของสารบางประเภท เช่น ถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม เนื่องจากต้องการให้มีปริมาณไขมันอิ่มตัวน้อยลง ดังนั้น ในช่วงเวลานั่นอิตาลีจึงลดหรืองดปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มไปโดยปริยาย มากกว่านั่น เมื่อมีการสํารวจความเห็นเกี่ยวกับเรื่องน้ำมันปาล์มพบว่า ในปี 2560 ถึง 2561 ประชาชนอิตาลีให้ความเห็นว่าน้ำมันปาล์มไม่ดี นอกเหนือจากการตกเป็นเป้าหมายของสงครามการค้าระหว่างประเทศ  น้ำมันปาล์มยังทำให้เกิดการถกเถียงทางวิชาการ โดยมีการอ้างว่า น้ำมันปาล์มมีส่วนทำให้ก่อมะเร็ง มีไขมันอิ่มตัวมากกว่าน้ำมันอื่น ๆ แต่เมื่อมีผลการศึกษาวิจัยออกมาพบว่าไขมันอิ่มตัวไม่ได้ต่างกับน้ำมันประเภทอื่น ๆ มาก ข้ออ้างต่อมาที่นํามาใช้โจมตีน้ำมันปาล์มจึงเกี่ยวข้องกับการทําลายสิ่งแวดล้อมมากขึ้น[su_spacer]

นาย Giacomo Bandini ผู้อำนวยการสถาบัน Competere ได้นําเสนอผลการศึกษาวิจัยหัวข้อ “ปราศจากน้ำมันปาล์มแต่ไขมันอิ่มตัวสูงขึ้นและยั่งยืนน้อยลง” โดยต้องการหาคำตอบว่า น้ำมันปาล์มมีไขมันอิ่มตัวมากกว่าและยั่งยืนน้อยกว่าน้ำมันประเภทอื่น ๆ จริงหรือไม่ จึงได้ทําการศึกษาเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ปราศจากน้ำมันปาล์มจํานวน 96 ชนิด 10 ประเภท และผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ด้าน Sustainabilityจาก IUCN WWF FAOและ UN จํานวน 25 ฉบับ โดยผลการวิจัยสรุปได้ว่า ข้อสมมุติฐานที่ใช้โจมตีน้ำมันปาล์มไม่เป็นความจริงทั้ง 2 ประการ จึงแสดงให้เห็นว่าการติดฉลากผลิตภัณฑ์ว่า “ปราศจากน้ำมันปาล์ม”เป็นการหลอกลวงผู้บริโภค และการใช้น้ำมันอื่นทดแทนน้ำมันปาล์มอาจส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า นอกจากนี้ น้ำมันปาล์มยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจในประเทศผู้ส่งออก เนื่องจาก ช่วยกระจายรายได้ให้ผู้ที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมันซึ่งเป็นผู้ประกอบการระดับเล็กและระดับกลาง จึงถือว่าเข้าข่ายในเป้าหมาย Sustainable Development Goals ของ UN ถึง 5 ข้อ ได้แก่ ข้อที่ 1 2 4 8 และ 13 อีกด้วย[su_spacer]

ในด้านของ นาง Maria Vincenza Chiriacd สถาบัน Euro-Mediterranean on Climate Change ได้นําเสนอผลการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของทางเลือกโภชนาการ โดยได้สนับสนุนให้มีการทําเกษตรกรรมแบบยั่งยืนและลดอัตราการสิ้นเปลืองอาหาร  และในเรื่องของฉลากประเภท “ปราศจาก…” ถือเป็นข้อมูลที่ผิดเพราะส่วนใหญ่แล้วผลิตภัณฑ์ “ปราศจาก” ย่อมหมายถึงการทดแทนส่วนประกอบบางอย่างด้วยส่วนประกอบอีกอย่าง แต่สิ่งที่มาทดแทนนั้นย่อมมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ หากปลูกปาล์มน้ำมันด้วยวิธีดั้งเดิมจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาก แต่หากปลูกด้วยวิธีแบบยั่งยืนจะไม่ต้องตัดไม้ทําลายป่าและลดการใช้ปุ๋ยและเคมี[su_spacer]

นาง Margot Logman เลขาธิการ European Palm Oil Alliance (EPOA) ได้นําเสนอหัวข้อ “Empower consumers, not confuse” โดยแนะนํา European Palm Oil Alliance ซึ่งเป็นองค์กรที่มีประเทศสมาชิกผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันปาล์มต่าง ๆ ทั้งในทวีปยุโรปและเอเชีย โดย EPOA เชื่อว่าน้ำมันปาล์ม แบบยั่งยืนเป็นส่วนประกอบสําคัญที่จะป้อนอาหารให้แก่ประชากรโลก สนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจรวมถึงเป็นปัจจัยร่วมในการเข้าถึงเป้าหมาย Sustainable Development Goats ด้วย โดย EPOA จะช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในตลาดน้ำมันปาล์มให้เป็นแบบยั่งยืนในยุโรปและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของน้ำมันปาล์มในฐานะส่วนประกอบอาหาร[su_spacer]

โดยประเทศสมาชิก EPOA มีหลักการที่จะส่งเสริมน้ำมันปาล์มชนิด certified sustainable palm oil (RSPO) และสนับสนุน Supply Chain ที่สามารถสืบย้อนได้ อย่างครบถ้วน (fully traceable) ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้ต้องได้รับ คณะรัฐมนตรีจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ในอิตาลีมีทัศนคติด้านลบต่อน้ำมันปาล์มอันเป็นผลมาจากข้อมูลที่ผิด EPOA จึงทําสื่อให้ความรู้ประเภทต่าง ๆ ผ่านสื่อออนไลน์และช่องทางอื่น ๆ เพื่อรณรงค์ให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับน้ำมันมันปาล์ม  โดยในปี 2560 น้ำมันปาล์มสําหรับอาหารร้อยละ 74 ได้รับ RSPO โดย EPOA แล้ว และได้ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2563 จะมีการใช้น้ำมันปาล์มแบบยั่งยืนร้อยละ 100 ในยุโรป รวมถึงน้ำมันปาล์มที่นําเข้ามาในยุโรปร้อยละ 99 ต้องสามารถสืบย้อนกลับไปหาแหล่งผู้ผลิตได้ และร้อยละ 84 จะต้องผลิตภายใต้นโยบาย NDPE (No Deforestation, No Peat, No Exploitation) ด้วย ในประเด็นการคว่ำบาตรเลิกใช้น้ำมันปาล์มอาจทําให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากการติดฉลาก “Palm Oil Free”น่าจะเปลี่ยนเป็นฉลาก “Sustainable Palm Oil”มากกว่า[su_spacer]

ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม เผยว่า มาเลเซียและอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีส่วนได้ส่วนเสียสูงเช่นเดียวกับในหลาย ๆ เมืองหลวงของยุโรป  เนื่องจากมาเลเซียเป็นตัวตั้งตัวตีในการรวมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มเพื่อผลักดันการรักษาผลประโยชน์ในอิตาลี โดยล่าสุดเอกอัครราชทูตของมาเลเซียได้มีหนังสือเชิญเอกอัครราชทูตไทยเข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของเอกอัครราชทูต ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มเพื่อหารือท่าที่ร่วมกัน[su_spacer]

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม

Tags: การค้าอิตาลี
Previous Post

มณฑลส่านซีประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกแอปเปิ้ลบนทะเลทราย

Next Post

เฉิงตูติดอันดับ 5 เมืองดิจิทัลของจีน

Admin Admin

Admin Admin

Next Post
เฉิงตูติดอันดับ 5 เมืองดิจิทัลของจีน

เฉิงตูติดอันดับ 5 เมืองดิจิทัลของจีน

Post Views: 1,330

NEW EVENT

FOLLOW US

Glob Thailand

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวออกไปขยายธุรกิจ ทั้งในด้านการค้าเเละการลงทุนกับต่างประเทศ

OFFICE HOURS

วันทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
TEL : 02-203-5000 ต่อ 14239 – 14245
EMAIL : IN**@**********ND.COM

FOLLOW US

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • เศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจ
    • การค้า / การลงทุน / การเงิน
    • อาหาร I การเกษตร
    • E-commerce
    • กฎ I ระเบียบ I นโยบาย
    • อื่นๆ
    • INFOGRAPHICS
    • รู้กฎก่อนรุก
  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • Health and Wellness
    • การท่องเที่ยว I การบริการ
    • การแพทย์ I สุขภาพ
  • คมนาคม
    • ยานยนต์ / โลจิสติกส์
  • ประชาสัมพันธ์
    • Events
    • News
    • Glob Issue
    • Glob Insight
    • Thai Festival
  • INTER ECON
  • About us
    • เกี่ยวกับเรา
    • GT Network
    • ลิงค์ที่น่าสนใจ
    • ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศ
    • คตล.เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
    • ติดต่อเรา

© 2016-2022 Globthailand.com Business Information Centers (BICs) Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.

X
X