รัฐบาลดูไบ/ยูเออีอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนนอกเขต Free Zone และสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจในสัดส่วน 100% ได้แล้วในประเภทอุตสาหกรรม 13 ด้าน
โดยครอบคลุมธุรกิจ 122 แขนงตามกฎหมายใหม่ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจการค้าขายออนไลน์ โลจิสติกส์ และธุรกิจบันเทิงจะเติบโตขึ้นอีกมาก
[su_spacer]
โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลดูไบ/ยูเออีได้ยกเลิกกรณีที่บริษัทต่างชาติต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจในเขตเศรษฐกิจเสรีลง ส่งผลให้นักธุรกิจต่างชาติในด้านต่าง ๆ เช่น การค้าขายออนไลน์ และการให้บริการ web TV streaming เป็นต้น สามารถทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น ซึ่งผู้ได้รับประโยชน์ในครั้งนี้ยังรวมไปถึงผู้ประกอบการในระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม เช่น การผลิต สินค้า การก่อสร้าง รวมทั้งธุรกิจค้าขาย (trading) ซึ่งเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจยูเออีในยุคก่อน
[su_spacer]
การดำเนินนโยบายดังกล่าวของรัฐบาลดูไบ/ยูเออี ยังสอดคล้องกับนโยบายในการปฏิรูปเรื่องวีซ่า ซึ่งไม่จำกัดเพียงวีซ่าของผู้เข้าเมืองใหม่ แต่ยังรวมถึงผู้ที่พำนักและทำงานอยู่ในดูไบ/ยูเออีอยู่ก่อนแล้ว และจะทำให้นักธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติในปัจจุบันต่างได้รับผลประโยชน์ไปด้วย สิ่งที่น่าสนใจ คือ รัฐบาลยูเออีได้นำธุรกิจบันเทิง เช่น ธีมพาร์ค และอื่น ๆ เข้ามาอยู่ในสิทธิประโยชน์เหล่านี้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะทำให้สามารถลดต้นทุนการทำธุรกิจใหม่ ๆ ในยูเออีได้อีกมาก ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์เห็นว่าธุรกิจก่อสร้างในดูไบ/ยูเออียังสามารถดึงดูดความสนใจจากต่างชาติได้เสมอ โดยเฉพาะหากนักลงทุนต่างชาติมองเห็นโอกาสในการเป็นเจ้าของธุรกิจได้ 100% นอกจากนี้ เรื่องนี้จะดึงดูด FDI และการลงทุนเข้ามาในดูไบ/ยูเออีได้อีกด้วย รวมทั้งการเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนักธุรกิจท้องถิ่นที่กำลังต่อสู้กับความท้าทายทางเศรษฐกิจในช่วงนี้ และจะดึงให้ธุรกิจปรับปรุงไปสู่การแข่งขันได้มากขึ้น ซึ่งการลงทุนจากต่างประเทศจะทำให้ดึงผู้เล่นรายใหม่ ๆ มาสู่ตลาด
[su_spacer]
อนึ่ง เป็นที่สังเกตว่ารัฐบาลดูไบ/ยูเออีปัจจุบันมีเป้าหมายในการปฏิรูปกฎหมาย ระเบียบ และลดหรือยกเลิกค่าธรรมเนียมในการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ รวมทั้งปรับปรุงกลไกทางเศรษฐกิจให้ทันสมัยมากขึ้นและสอดรับการเป็นเมืองที่ทันสมัยที่สุดของโลกอาหรับหรือ MENA ในอนาคต ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งเสริมธุรกิจ Startups และการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยี และการปรับปรุงภาคราชการให้สอดคล้องกับสังคมยุค disruption รวมไปถึงการปรับปรุงอันดับ ease of doing business และดัชนีต่าง ๆ ในระดับโลกให้สูงขึ้น