สเปนถือเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับว่ามีศักยภาพและมีจุดเด่นในด้านการวิจัยรักษาโรคมะเร็งเป็นอย่างมาก โดยจากการศึกษาเรื่อง “Comprometidos con la investigación en cancer หรือ ความมุ่งมั่นในการวิจัยโรคมะเร็ง” ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิวิทยาศาสตร์ของสมาคมต่อต้านโรคมะเร็งสเปน (Fundación Científica de la Asociación Española Contra el Cáncer) และมูลนิธิ La Caixa (Fundación “La Caixa”) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การวิจัยและนวัตกรรมโรคมะเร็งของสเปนในช่วงปี ค.ศ.2016-2020 ใน 5 ด้าน ไว้ดังนี้


1.ด้านการสนับสนุนทางการเงิน – สเปนได้รับเงินสนับสนุนด้านวิจัยเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปี ค.ศ. 2015-2020 โดยเฉพาะจากหน่วยงานการกุศล คิดเป็น 140 ล้านยูโร ขณะที่ภาครัฐได้ให้การสนับสนุนทางการเงิน จำนวน 347 ล้านยูโร ในช่วงเวลา 5 ปีดังกล่าว ทั้งนี้ สเปนได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนยุโรปสำหรับการวิจัยมะเร็งเป็นจำนวน 205 ล้านยูโร โดยสเปนเป็นประเทศที่สามารถดึงดูดการสนับสนุนจากกองทุนยุโรปด้านการวิจัยมะเร็งได้มากที่สุดในยุโรป ทั้งในด้านจำนวนโครงการและจำนวนงบประมาณต่อหัวประชากร
2. ด้านความเป็นเลิศและความสามารถในการแข่งขัน – สเปนมีศักยภาพและจุดเด่นด้านเนื้องอกวิทยา (oncology) และถือเป็นหนึ่งในประเทศแนวหน้าด้านนี้ในยุโรป โดยมีศูนย์วิจัยและคลีนิกรักษาเนื้องอกในเมืองหลักๆ ของสเปนที่คิดค้นเทคโนโลยีและนำกระบวนการที่มีนวัตกรรมมาใช้เพื่อรักษาเนื้องอก เช่น การผ่าตัดโดยหุ่นยนต์ การรักษาบำบัดโดยใช้โปรตอน (proton therapy) และการคิดค้นยาต้านมะเร็ง นอกจากนี้ สเปนยังมีแพทย์ที่รักษามะเร็งจำนวนมากที่มีประสบการณ์และชื่อเสียงระดับโลก มีการวินิจฉัยโรคที่รวดเร็ว โดยเฉลี่ยภายใน 48 ชั่วโมง และมีการประยุกต์การรักษาบำบัดโรคให้เข้ากับผู้ป่วย เช่น proton therapy และ CAR T-Cell Therapy ทั้งนี้ สเปนยังเป็นหนึ่งในสามประเทศลำดับต้นของยุโรปที่มีโครงการเกี่ยวกับการรักษาและวิจัยมะเร็งมากที่สุดในยุโรป ผ่านโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรม Horizon 2020 ของสหภาพยุโรป และยังมีศูนย์ Centre for the Development of Industrial Technology (CDTI) ที่เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณหลักในด้านนวัตกรรมจากภาครัฐด้วย
3. ด้านประเภทงานวิจัย – สเปนมีนักวิจัยด้านมะเร็งที่มีคุณภาพ โดยร้อยละ 3 ของงานวิจัยด้านมะเร็ง ที่ได้รับการตีพิมพ์ระดับโลกเป็นผลงานของนักวิจัยสเปน นอกจากนี้ สเปนยังติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่มีผลงานวิจัยด้านมะเร็งที่ได้รับการตีพิมพ์มากที่สุดในโลก โดยการศึกษาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งผิวหนังเมลาโนมา และมะเร็งโรคเลือด
4. ด้านการวิจัยคลีนิก – ความท้าทายของสเปนคือการเข้าถึงวิธีการรักษาชนิดใหม่ ๆ ซึ่งการทดลองทางคลีนิกนับว่ามีบทบาทสำคัญมากในประเด็นนี้ ซึ่งในช่วง 5 ปีของรายงานฯ สเปนมีจำนวนของ การทดลองทางคลีนิกเพิ่มขึ้นมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในยุโรป (มากกว่าร้อยละ 35 ในช่วงปี 2015-2019 เมื่อเปรียบเทียบปี 2010-2014) อย่างไรก็ดี สเปนก็ยังมีการทดลองคลีนิกต่อจำนวนประชากรน้อยกว่าเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศส
5. ด้านทักษะนักวิจัย – เป็นอีกหนึ่งประเด็นท้าทายของสเปน เนื่องจากปัจจุบัน นักวิจัยสเปนที่มี ความเชี่ยวชาญด้านมะเร็งส่วนใหญ่จะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 50 ปี จึงมีความจำเป็นที่สเปนจะต้องเร่งผลิตนักวิจัยรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อให้ระบบการวิจัยมะเร็งในสเปนมีความยั่งยืนต่อไป รวมถึงการส่งเสริมโอกาสของนักวิจัยสตรีและนักวิจัยรุ่นใหม่ให้สามารถเติบโตสู่ตำแหน่งหัวหน้าหรือผู้บริหารโครงการวิจัยให้มากขึ้นด้วย
นอกจากนี้ รัฐบาลสเปนยังผลักดันการส่งเสริมการแพทย์ที่แม่นยำ (precision medicine) ผ่านโครงการต่างๆ ของรัฐบาล เช่น โครงการ PERTE for Cutting-edge Health ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพของประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยนำการแพทย์แม่นยำและการวิจัยเกี่ยวกับการรักษาและบำบัดขั้นสูงมาใช้ สำหรับการรักษาโรคต่าง ๆ อาทิ มะเร็ง เบาหวาน และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณสนับสนุนจำนวนกว่า 1.5 พันล้านยูโรจากกองทุนฟื้นฟูของสหภาพยุโรปด้วย