สำรวจเทรนด์ยานยนต์แห่งอนาคตกับการประชุม Future of the Automobile Conference – globthailand.com

สำรวจเทรนด์ยานยนต์แห่งอนาคตกับการประชุม Future of the Automobile Conference

May 16 2018

สำรวจเทรนด์ยานยนต์แห่งอนาคตกับการประชุม Future of the Automobile Conference

            Los Angeles World Affairs Council และ the Petersen Automotive Museum จัดเวทีการประชุมว่าด้วยอนาคตของยานยนต์ (Future of the Automobile Conference) ณ Petersen Automotive Museum ลอสแอนเจลิส ในวันที่ 3 พ.ค. 2561 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 300 คน และมีวิทยากรกว่า 25 คน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์และธุรกิจเข้าร่วม
            ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ในอีก 10 – 20 ปีข้างหน้า รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (autonomous vehicle – AV) จะเข้ามามีบทบาทสําคัญจนถึงขั้นแทนที่รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง (combustion engine) เนื่องจากมีประสิทธิภาพกว่า ปลอดภัยกว่า และทําให้ต้นทุนการขนส่งเคลื่อนที่ลดลงโดยเปรียบเทียบ โดยเฉพาะในประเทศที่มีปัจจัยพื้นฐานและกฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า (electric vehicle – EV) ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนา AV โดย AV จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล ทั้งในด้านวิถีการดํารงชีวิต และด้านการจ้างงาน โดย Cloud Computing/Big Data เป็นเทคโนโลยีที่เป็นหัวใจหลักของการนํา AV มาใช้ได้จริงในชีวิตประจําวัน โดยผู้ที่จะเป็นผู้นํากําหนดตลาดคือ ผู้ที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีประมวลผลการทํางานของ ระบบต่าง ๆ ในรถ AV แต่ละคันได้แบบ real-time และเชื่อมต่อกับข้อมูลจราจรของภาครัฐได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด และปัจจัยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง “Forced adoption” จะเป็นสิ่งที่ทําให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศหนึ่ง ๆ โดย forced adoption สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยหลายปัจจัย เช่น การก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ นโยบายของรัฐบาล ความจําเป็นบังคับเฉพาะในพื้นที่นั้น ๆ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และค่านิยมของคนในประเทศ เป็นต้น
            การเติบโตของรถยนต์ AV จะส่งผลกระทบในด้านต่าง ๆ ดังนี้
            1. ผลกระทบต่อประเทศกําลังพัฒนา ประเทศพัฒนาแล้วที่มีความพร้อมก่อนจะเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคม AV ก่อน โดยประเทศแรกคือจีน สําหรับประเทศกำลังพัฒนา ในช่วงต้น ๆ จะยังคงใช้รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงต่อไป และจะเป็นตลาดของรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงมือสองที่ประเทศพัฒนาไม่ใช้แล้วด้วย อย่างไรก็ดี ในท้ายที่สุดประเทศกําลังพัฒนาก็ไม่อาจหลีกหนีความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ โดยจะเริ่มจากการใช้ EV ก่อน
            2. แนวโน้มสังคมแห่งคนไม่ต้องการครอบครองรถ โดย AV จะส่งผลให้คนไม่เห็นความจําเป็นที่จะมีรถเป็นของตนเองอีก เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าและไม่สะดวก
            3. การสูญเสียอาชีพ เช่นเดียวกับ disruptive technology อื่น ๆ การก้าวขึ้นมาของ AV จะมีทั้งผู้ได้ประโยชน์และผู้เสียประโยชน์ เช่น บริษัทประกันภัยรถยนต์ ผู้ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง ธุรกิจล้างรถ ฯลฯ ทั้งนี้ ในเรื่องอาชีพที่จะถูกทําลายลงโดย AV นั้น มีการโต้แย้งว่า หากพิจารณาถึงโอกาสต่าง ๆ ที่เกิดจาก AV อย่างถี่ถ้วน อาชีพที่เกิดใหม่จะมีมากกว่าอาชีพที่ถูกทําลายไป แต่ต้องมีการเตรียมพร้อมบุคลากรเหล่านั้นไว้
            4. การเปลี่ยนแปลงของที่มารายได้รัฐ ในปัจจุบัน ภาครัฐของหลายประเทศพึ่งพารายได้หลักจากการเก็บภาษีที่ได้จากอุตสาหกรรมรถยนต์และที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จากการครอบครองรถยนต์ส่วนบุคคล แต่ในอนาคต AV จะทําให้รายได้ภาครัฐส่วนนี้ลดลง ซึ่งรัฐบาลของประเทศที่สามารถกําหนดนโยบายรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ก็จะไม่เกิดปัญหาการขาดแคลนรายได้ภาครัฐที่ต้องใช้ในการให้บริการสาธารณะด้านอื่น ๆ
            5. การปรับเปลี่ยนบทบาทของภาครัฐ นอกจากการมีบทบาทเพื่อช่วยสร้าง ecosystem การพัฒนานวัตกรรม และ AV แล้ว บทบาทที่สําคัญอีกประการหนึ่งของภาครัฐคือ การปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการนํา AV มาใช้จริง ซึ่งมีประเด็นท้าทายคือต้องสร้างกฎที่มีสมดุลระหว่างความปลอดภัย ความสงบสุขของคนใน สังคม และการไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนานวัตกรรม
            6. การใช้เชื้อเพลิงจะค่อย ๆ ลดความสําคัญลงไป โดยเฉพาะน้ำมัน อย่างไรก็ดีในช่วงนี้ จนถึงยุคแห่ง EV และ AV อย่างแท้จริง ก๊าซธรรมชาติจะมีบทบาทสําคัญเพิ่มมากขึ้น
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส
Share Post