โมซัมบิกโอกาสทองของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ – globthailand.com

โมซัมบิกโอกาสทองของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

Dec 13 2017

โมซัมบิกโอกาสทองของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

           โมซัมบิก เป็นหนึ่งประเทศที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก เนื่องจากมีที่ตั้งไกลจากประเทศไทย และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับโมซัมบิกยังไม่แพร่หลายมากนัก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต เมืองหลวงของโมซัมบิกอย่างเป็นทางการตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ส่งผลให้ไทยและโมซัมบิกมีความร่วมมือระหว่างกันอย่างเป็นทางการ การค้าขายดำเนินธุรกิจ และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันมากขึ้น  ซึ่งหมายความว่า คนไทยสามารถรับทราบถึงการพัฒนาของโมซัมบิกและโอกาสของไทยในโมซัมบิกได้มากขึ้นด้วย  

           โมซัมบิก เป็นประเทศในแถบภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ มีพื้นที่ประมาณ 799,380 ตร.กม. มีประชากรราว 28 ล้านคน ที่ผ่านมาแม้โมซัมบิกจะถือว่าเป็นประเทศเล็กแต่ก็ค่อนข้างน่าสนใจ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จากความมีเสถียรภาพทางการเมือง นำโดยรัฐบาลนาย Filipe Jacinto Nyusi ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ซึ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2557 และได้ดำเนินนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นด้านการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาการศึกษา การเสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ การส่งเสริมการพัฒนาชุมชนในชนบท การส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ รวมถึงการส่งเสริมบทบาทของสตรีในการเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น

           หนึ่งในนโยบายการส่งเสริมที่สำคัญของโมซัมบิก คือ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศ ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลโมซัมบิกให้ความสำคัญอย่างมาก ทั้งในแง่ของการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและการสร้างอาชีพให้กับประชาชนโมซัมบิก รวมถึงการส่งเสริมการค้าการลงทุนด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากต่างประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดที่ศึกษาโดยมหาวิทยาลัย Eduardo Mondlane พบว่า โมซัมบิกมีพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดทั้งสิ้น 250,000 เฮกเตอร์ แต่มีพื้นที่เพียงแค่ร้อยละ 1 เท่านั้น ที่ถูกใช้ประโยชน์สำหรับการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด และทำรายได้เพียงแค่ร้อยละ 2 ของ GDP ทั้งหมดของโมซัมบิกในปี 2559 ซึ่งมีเหตุผลมาจากการที่โมซัมบิกไม่สามารถสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เอื้อต่อการพัฒนาการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด การผลิตลูกปลา และการส่งเสริมการค้าและการลงทุนผลิตภัณฑ์ที่มาจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดได้อย่างเพียงพอ ทำให้รัฐบาลโมซัมบิกต้องเปิดรับความร่วมมือด้านการพัฒนาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจากต่างประเทศ ซึ่งไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าไปสนับสนุนด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด โดยการจัดตั้งศูนย์เพาะเลี้ยงปลานิลไทย-โมซัมบิก โดยฝ่ายโมซัมบิกให้ความสำคัญและถือว่าไทยเป็นแบบอย่างในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลานิล

           ปัจจุบัน โมซัมบิกมีความต้องการให้นานาประเทศเข้าไปลงทุนด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในเชิงเศรษฐกิจการค้า และการลงทุนเป็นอย่างมาก ทั้งในพื้นที่อำเภอบิเลน (Bilene) จังหวัดกาซา (GAZA) ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีความก้าวหน้าในการพัฒนาและการลงทุนด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมากที่สุดในโมซัมบิก รวมทั้งธุรกิจประมงทางทะเลในโมซัมบิก ซึ่งยังขาดความเชี่ยวชาญในการผลิตเพื่อตอบสนองต่อระบบเศรษฐกิจ และถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ยังมีขนาดเล็ก จึงถือเป็นโอกาสทองของภาคเอกชนและผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในก้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการลงทุนในธุรกิจประมงทางทะเลในโมซัมบิกให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว

           อย่างไรก็ดี ในขั้นเริ่มต้นภาคเอกชนของไทยควรต้องศึกษาหาข้อมูลในตลาดการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับคู่ค้า รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์และภาพลักษณ์ที่ดีระหว่างภาคเอกชนของไทยต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นในโมซักบิก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน เนื่องจากโมซัมบิกใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคในการสื่อสารระหว่างเอกชนไทยและผู้ประกอบการท้องถิ่นของโมซัมบิกได้ ทั้งนี้ การสร้างความคุ้นเคยและทำประโยชน์ในพื้นที่ก็จะทำให้ชาวท้องถิ่นมองเห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับร่วมกัน อาทิ การเข้าไปจัดหลักสูตรอบรมการดำเนินธุรกิจด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำซึ่งไทยมีศักยภาพและความเชี่ยวชาญในกลุ่มอุตสาหกรรม

           หลายท่านคงไม่เคยทราบมาก่อนว่า ไทยมีมูลค่าการลงทุนในโมซัมบิกสูงถึงกว่า 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท) โดยส่วนมากเป็นธุรกิจพลังงาน ซึ่งทำให้โมซัมบิกเป็นประเทศที่ไทยลงทุนสูงสุดในภูมิภาคแอฟริกา ในขณะที่ด้านการค้า ในปี 2559 มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 159.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 148.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากโมซัมบิก 11.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ ข้าว เม็ดพลาสติก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผ้าผืน น้ำตาลทราย อาหารกระป๋องและแปรรูป ด้านสินค้านำเข้าสำคัญจากโมซัมบิก ได้แก่ สินแร่โลหะ สัตว์น้ำสดแช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป และกึ่งสำเร็จรูป เครื่องเพชรพลอย อัญมณี และทองคำ

 

 

ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต

 

Share Post