การขอรับ “เครื่องหมายรับรองฮาลาล” ก่อนส่งออกสินค้าไปยังมาเลเซีย – globthailand.com

การขอรับ “เครื่องหมายรับรองฮาลาล” ก่อนส่งออกสินค้าไปยังมาเลเซีย

Aug 22 2017

การขอรับ “เครื่องหมายรับรองฮาลาล” ก่อนส่งออกสินค้าไปยังมาเลเซีย

           “ธุรกิจอาหารฮาลาล” เป็นธุรกิจที่ประเทศไทยกำลังได้รับความเชื่อมั่นมากขึ้น นับตั้งแต่ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารฮาลาลลำดับที่ 13 ของโลก ในปี พ.ศ. 2556 ในขณะที่รัฐบาลปัจจุบันยังได้ประกาศส่งเสริมศักยภาพ “อาหารฮาลาลไทย” ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาครัวไทยสู่โลก (พ.ศ. 2559-2564) ตั้งเป้าสู่การเป็น 1 ใน 10 ผู้นำด้านการผลิตอาหารและบริการของโลก ยิ่งทำให้ธุรกิจอาหารฮาลาลเป็นอีกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ประเทศไทย คาดว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินจากการบริโภคของประชากรกลุ่มนี้ในสัดส่วนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบของวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป

           สหพันธรัฐมาเลเซีย เป็นเพื่อนบ้านที่มีตลาดรองรับ “สินค้าฮาลาล” ขนาดใหญ่ แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศทำให้มีข้อจำกัดด้านวัตถุดิบและกำลังการผลิต จำเป็นต้องนำเข้าจากประเทศต่าง ๆ มากขึ้นทุกปี และประเทศไทยเป็นหนึ่งในแหล่งสินค้าที่ชาวมาเลเซียให้การตอบรับอยู่พอสมควร ด้วยความหลากหลายของสินค้ารวมถึงรสชาติและวัตถุดิบที่ใกล้เคียงกันกับชาวมาเลเซีย แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศที่เป็นสัญลักษณ์ของชาวมุสลิมโดยตรง แต่ประเทศไทยมีความโดดเด่นด้านวัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของหน่วยงานด้านอาหารฮาลาลสากล

           หัวใจสำคัญก่อนการส่งออก “อาหารฮาลาล” ไปยังประเทศมาเลเซีย สินค้าทุกชิ้นต้องมีตราประทับ เครื่องหมายรับรองฮาลาล อย่างชัดเจน (Halal Logo)  โดยประเทศไทยจะมี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (Central Islamic Committee of Thailand) หรือ กอท. ในฐานะองค์กรกลางเป็นผู้ควบคุมดูแลสถานะฮาลาลในโรงงานพร้อมกับตรวจสอบข้อกำหนดต่าง ๆ อย่างเคร่งครัดก่อนพิจารณาออกฉลากให้กับผู้ประกอบการไทย

           หลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาเพื่อขอรับ เครื่องหมายรับรองฮาลาล ในประเทศไทยถือเป็นมาตรการและข้อบังคับขึ้นตรงต่อ Department of Islam Development Malaysia (JAKIM) หน่วยงานหลักของมาเลเซียที่เป็นผู้ตรวจสอบสินค้าทุกประเภทก่อนให้การรับรองตราสัญลักษณ์ฮาลาล และมี Halal Industry Development Corporation (HDC) เป็นผู้ให้การสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาล โดยสินค้าที่จะได้รับการรับรองตราสัญลักษณ์ฮาลาล นอกจากจะต้องมีกระบวนการผลิตที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามแล้ว ยังจะต้องมีความสะอาด ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ และผ่านการรับรองมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กล่าวได้ว่า หากสินค้าฮาลาลไม่มีฉลากการันตีจากหน่วยงานของไทยและการรับรองจาก JAKIM แล้ว ย่อมไม่สามารถออกสู่ตลาดในประเทศมาเลเซียได้

           ขั้นตอนโดยทั่วไปสำหรับผู้ประกอบการที่ประสงค์ขอรับการรับรอง เครื่องหมายรับรองฮาลาล จากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยมีดังนี้ เริ่มจาก

  1. ผู้ประกอบการหรือในนามของสถานประกอบการ จัดเตรียมเอกสารเพื่อ ขอยื่นเอกสารการขอรับรอง โดยแนบรายละเอียดหลักฐานต่าง ๆ ตามระบุในระเบียบการ อาทิ หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า หนังสือแสดงรายละเอียดการผลิต ขั้นตอน วัตถุดิบและส่วนผสม ผลิตภัณฑ์ตัวอย่างหรือแผนที่ตั้งโรงงาน เป็นต้น โดยใช้เอกสารที่เหมาะสมกับประเภทกิจการว่าเป็นลักษณะ “บุคคลธรรมดา” หรือ “นิติบุคคล”
  2. ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือคณกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
  3. เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสาร พร้อมกับพิจารณาออกใบแจ้งหนี้ค่าธรรมเนียมการตรวจประเมิน
  4. เมื่อเอกสารถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะประสานไปยังผู้ประกอบการเพื่อนัดอบรมฮาลาล
  5. ตรวจสอบสถานประกอบการ ในชั้นนี้ทางเจ้าหน้าที่จะทำการ ตรวจสอบวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต รวมถึงขั้นตอนการผลิต กระบวนการขนส่งและคลังสินค้า (ใบรับรองพนักงานเชือด กรณีมีการชำแหละเนื้อสัตว์)
  1. เจ้าหน้าส่งผลการตรวจสอบโดยห้องปฎิบัติการ
  2. คณะกรรมการลงมติผลการรับรองการตรวจประเมินและส่งเอกสารให้คณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย (กอท.) ตรวจสอบ
  3. ภายหลังคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยตรวจสอบและลงมติรับรองแล้ว จึงจะออกหนังสือสำคัญให้ใช้เครื่องหมายรับรองฮาลาล โดยมีอายุไม่เกิน 2 ปี ซึ่งหากใกล้ถึงครบกำหนดแล้วผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอก่อนหนังสือรับรองหมดอายุอย่างน้อย 60 วัน

           นอกจากการนำเข้าอาหารและเครื่องดื่มที่มีตรามาตรฐานฮาลาลจากต่างประเทศแล้วนั้น รัฐบาลมาเลเซียยังต้องการมุ่งเน้นให้ผู้ผลิตสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลหรือกลุ่ม SME ในประเทศส่งออกไปยังต่างประเทศทั่วโลก นั่นหมายถึงความจำเป็นของผู้ประกอบการและภาคส่วนต่าง ๆ ที่ต้องให้ความสำคัญต่อมาตรฐานสินค้าฮาลาลตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงมือผู้บริโภคอย่างเคร่งครัด ขณะที่ผู้ประกอบการไทยควรศึกษาช่องทางเพื่อการกระจายสินค้าในประเทศมาเลเซียอย่างถูกต้อง เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีกย่อยหรือการใช้บริการตัวแทนผู้จัดจำหน่าย ซึ่งจำเป็นต้องมีขั้นตอนของการตั้งบริษัทเพื่อเป็นตัวแทนและประสานนโยบายกับทางการมาเลเซียต่อไปด้วย

ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Share Post