เคนยา ประตูการค้าและการลงทุนในแอฟริกา – globthailand.com

เคนยา ประตูการค้าและการลงทุนในแอฟริกา

Sep 27 2017

เคนยา ประตูการค้าและการลงทุนในแอฟริกา

          ภาพทุ่งหญ้า ป่าไม้ และการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าน้อยใหญ่ตามรายการสารคดี คงเป็นภาพคุ้นตาที่คนไทยได้เห็นเกี่ยวกับประเทศ เคนยา ประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกา แต่ถ้ามีโอกาสมองลึก ๆ หันมองสังเกตการพัฒนาของเคนยาในด้านอื่น ๆ ก็จะเห็นได้ว่า เคนยาไม่ใช่ประเทศที่จะมีความน่าสนใจเฉพาะด้านทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเท่านั้น เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เคนยาได้พัฒนาประเทศให้มีบทบาททางเศรษฐกิจ สามารถการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศให้เป็นประตูสู่การค้าการลงทุนในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก เห็นได้จากการเติบโตทางเศรษฐกิจของเคนยาในปี 2559 ที่มีการเติบโตสูงถึงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปี 2558 โดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ การเกษตร แร่ธาตุ ก่อสร้าง เทคโนโลยี และธุรกิจ SME

          ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ส่งเสริมการพัฒนาของเคนยา คือ ความมีเสถียรภาพทางการเมืองอันส่งผลให้การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแผนการพัฒนาของรัฐบาลเคนยา ภายใต้การนำของนายอูฮูรู มุยไก เคนยาตา ประธานาธิบดีเคนยา ระหว่างปี 2556 – 2560 มุ่งเน้นการพัฒนาเคนยาให้กลายเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการลงทุนของแอฟริกา ด้วยการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ การอำนวยความสะดวกเพื่อการลงทุนต่างๆ การมีมาตรการคุ้มครองการลงทุนต่างชาติเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน การส่งเสริมความหลากหลายทางเศรษฐกิจ และการให้ความสำคัญในการพัฒนาผู้ประกอบการ SME เพื่อผลักดันให้ตัวเลขจากการค้าการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศมีมูลค่าเป็นร้อยละ 32 ของตัวเลข GDP รวมถึงแผนการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านชลประทานและระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งในประเทศ อาทิ การสร้างท่าเรือที่เมืองลามู (LAMU) และเพิ่มท่าเทียบเรือขนถ่ายตู้สินค้าแห่งที่สองที่เมืองมอมบาซา (Mombasa) ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ทำให้เพิ่มโอกาสให้กรุงไนโรบีเป็นเมืองหลวงที่มีการลงทุนอันดับต้น ๆ จากนักลงทุนต่างชาติสำหรับการเข้ามาลงทุนในแอฟริกา และกรุงไนโรบียังได้รับการพัฒนาให้มีจุดแข็งในฐานะศูนย์กลางการบินในภูมิภาคอีกด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบัน เคนยามีการลงทุนจากต่างชาติแล้วประมาณ 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการลงทุนจากบริษัทชั้นนำทั้งจากเอเชีย ยุโรป รวมถึงจากประเทศไทย อาทิ  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้าไปลงทุนทางด้านพลังงาน  และ บริษัทในเครือดุสิตธานี ลงทุนในกลุ่มโรงแรม

          นอกจากนี้ รัฐบาลเคนยายังได้กำหนดโยบาย Vision 2030 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในสาขาต่างๆ อาทิ การเงิน แร่ธาตุ ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน  เป็นต้น มุ่งส่งเสริมการส่งออกของภาคอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อให้มีสัดส่วนเพิ่มเป็นร้อยละ 7 ของ GDP  และเพิ่มโอกาสการลงทุนในสาขาที่เคนยายังต้องการพัฒนา อาทิ เกษตร สิ่งทอ เคมี เหล็ก ยา ยานยนต์ เพื่อกระตุ้นภาคการค้าระหว่างประเทศ

          อย่างไรก็ดี คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การท่องเที่ยว เป็นสาขาอุตสาหกรรมที่ทำรายได้ให้เคนยาอย่างมหาศาล ซึ่งรัฐบาลเคนยาพยายามจะเพิ่มมิติทางการท่องเที่ยวให้หลากหลายมากยิ่งขึ้นกว่าการท่องเที่ยวซาฟารี โดยมุ่งขยายสร้างที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว รีสอร์ทซิตี้ โรงแรมระดับพรีเมี่ยมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากเอเชียและยุโรป นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนจากเอเชียมาลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยวมากขึ้นอีกด้วย

          เทคโนโลยีเป็นอีกสาขาอุตสาหกรรมหนึ่งที่รัฐบาลเคนยาให้ความสำคัญ โดยได้ร่วมมือกับรัฐบาลเกาหลีใต้อัดฉีดเม็ดเงินมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของเคนยาในสาขาดังกล่าว อีกทั้งยังได้สร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับสาขาเทคโนโลยี ซึ่งคาดว่าจะเกิดการจ้างงานไม่น้อยกว่า 1.7 หมื่นตำแหน่ง

          ปัจจุบัน เคนยาเป็นสมาชิกของเขตการค้าเสรีไตรภาคี (The Tripartite Free Trade Area: TFTA) ที่ครอบคลุมประชากรราว 625 ล้านคน ซึ่งมีข้อตกลงที่ประสานผลประโยชน์ร่วมกันของ 3 กลุ่มในภูมิภาค ได้แก่ ประชาคมแอฟริกาตะวันออก (EAC) ประชาคมการพัฒนาภูมิภาคแอฟริกาภาคใต้ (SADC) และตลาดร่วมแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาใต้ (COMESA) ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศรวมกันมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

          สำหรับโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทยในเคนยานั้นยังเปิดกว้าง โดยเคนยาถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก มีเครือข่ายการเชื่อมโยงคมนาคมที่ดี มีท่าเรือสำคัญ มีเส้นทางรถไฟและการบินเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งใช้เป็นจุดกระจายสินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกได้อย่างดี  เคนยายังมีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูง มีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ แต่ธุรกิจด้านการโรงแรม รีสอร์ทยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนี้ ชาวเคนยานิยมออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น ทำให้ธุรกิจร้านอาหารมีโอกาสเติบโตสูง

          โอกาสทางการค้าการลงทุนในเคนยาเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพที่สามารถขยายตลาดเข้าไปได้ ถือเป็นการเปิดตลาดการค้าการลงทุนแห่งใหม่ที่น่าสนใจในภูมิภาคแอฟริกา ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้านของเคนยาได้ สำหรับการค้าระหว่างไทยและเคนยาในช่วงปี 5 ที่ผ่านมา (2555-2559) มีมูลค่าการค้าเฉลี่ยปีละ 199.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามาตลอดเฉลี่ยปีละ 160.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทยได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์ยาง เหล็ก ผ้า กระดาษ เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญได้แก่ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สินแร่ ผักและผลไม้ เป็นต้น

ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Share Post