บางจากมอบบริษัทในเครือลงนามร่วมกับอาร์เจนตินาต่อยอดธุรกิจเหมืองแร่ลิเทียม – globthailand.com

บางจากมอบบริษัทในเครือลงนามร่วมกับอาร์เจนตินาต่อยอดธุรกิจเหมืองแร่ลิเทียม

Sep 11 2017

บางจากมอบบริษัทในเครือลงนามร่วมกับอาร์เจนตินาต่อยอดธุรกิจเหมืองแร่ลิเทียม

          ด้วยหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น La Tercera ของชิลีได้เสนอข่าวการลงนามสัญญาร่วมทุนระหว่างบริษัท Lithium Americas Corp. (LAC) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในสาเหมืองแร่ในอาร์เจนตินากับบริษัท SQM ของชิลี กับบริษัท BCP Innovation ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบางจากฯ มีแผนร่วมทุนเป็นจำนวนเงิน 113 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,737 ล้านบาท) เพื่อให้บริษัท LAC ดำเนินโครงการเหมืองแร่ลิเทียมในอาร์เจนตินา ซึ่งบริษัทบางจากฯ จะถือหุ้นส่วนร้อยละ 16 ของบริษัท LAC และมีที่นั่งในคณะกรรมการบริหารบริษัทฯ ด้วย ทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่ในอนาคต บริษัทบางจากฯ จะสามารถซื้อหุ้นได้ถึงร้อยละ 20 ของโครงการฯ ในอาร์เจนตินา

          เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2560 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย BCP Innovation Pte. Ltd. (BCPI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท บางจากฯ และ LAC ได้ร่วมลงนามในสัญญาการซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัท LAC อย่างเป็นทางการ เพื่อพัฒนาเหมืองแร่ลิเทียมและก้าวสู่ผู้นำธุรกิจพลังงานสีเขียว รองรับความต้องการใช้ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งยังสอดคล้องกับกระแสการเติบโตของการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) ซึ่งคาดว่าจะผลิตได้ถึง 20 ล้านคันในปี 2583 ด้วย การลงนามดังกล่าวทำให้ขณะนี้ BCPI ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบางจากมีหุ้นเพิ่ม จำนวน 50 ล้านหุ้น ใน LAC เป็น 70,286,757 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนถือหุ้นร้อยละ 16 ตามแผนและพร้อมขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาดในต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสและสร้างรายได้ในธุรกิจแบตเตอรี่จาก “ลิเทียม” คุณภาพสูงต่อไป

          สำหรับบริษัท Sociedad Quimica y Minera de Chile หรือ SQM ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนจากประเทศชิลี นับเป็นผู้ประกอบธุรกิจเคมีภัณฑ์ขนาดใหญ่ และยังเป็นผู้ผลิตแร่ลิเทียมจาก น้ำเกลือ (brine) รายใหญ่ที่สุดในโลกที่มีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุดนั้น ก่อตั้งเมื่อปี 2511 โดยระยะแรกเข้ามาดำเนินการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมไนเตรต เคยร่วมทุนกับรัฐบาลชิลีกับบริษัท Compañía Nitratera  Anglo Lautaro S.A. ก่อนจะถูกแปรรูปเป็นรัฐวิสาหกิจ และกิจการเอกชน ในปี 2526 และ ปี 2531 ตามลำดับ ในชื่อ SQM ปัจจุบัน

          บริษัท SQM เป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในชิลี มีสาขาทั่วโลก และดำเนินกิจการในอุตสาหกรรมหลัก ๆ 5 สาขา ได้แก่ 1) โภชนาการพืชพิเศษ (Specialty Plant Nutrition) 2) ไอโอดีนและอนุพันธ์ 3) ลิเทียมและอนุพันธ์ 4) การผลิตเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม และ 5) โพแทสเซียม โดยบริษัท SQM เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในโลกในสาขาต่าง ๆ ดังกล่าว 5 สาขา มียอดขายรวมกันมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (66,136 ล้านบาท) และมีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศต่าง ๆ กว่า 20 ประเทศ และลูกค้าใน 110 ประเทศ ทั่วยุโรป อเมริกา เอเชียและโอเชเนีย ขณะที่การลงทุนในประเทศไทย SQM ได้ใช้ชื่อในการประกอบธุรกิจว่า บริษัท ชาลีเอสคิวเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด (Charlee SQM (Thailand) Co., LTD) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตปุ๋ยใช้ระบบน้ำ (NPK water soluble fertilizer) ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

          การลงนามฯ ร่วมทุนของบริษัทในเครือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะสามารถขยายฐานการค้าการลงทุนด้านพลังงาน ร่วมกับประเทศผู้นำอุตสาหกรรมด้านดังกล่าวมากขึ้น อันจะนำมาซึ่งการยกระดับคุณภาพความเชื่อมั่น และสามารถดำเนินกิจการด้านพลังงานได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น

Share Post