แผนวิสัยทัศน์ 2035 ยกระดับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจของบรูไน ให้พร้อมเปิดรับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่จากทั่วโลก – globthailand.com

แผนวิสัยทัศน์ 2035 ยกระดับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจของบรูไน ให้พร้อมเปิดรับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่จากทั่วโลก

Nov 30 2017

แผนวิสัยทัศน์ 2035 ยกระดับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจของบรูไน ให้พร้อมเปิดรับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่จากทั่วโลก

             บรูไนดารุสซาลาม หรือที่คนไทยเรียกสั้น ๆ ว่า “บรูไน” เป็นประเทศหนึ่งในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน (ASEAN) ปัจจุบันได้รับการจัดอันดับด้านความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ (Ease of Doing Business – EoDB) จาก World Bank Doing Business Report ประจำปี ค.ศ. 2018 ในฐานะประเทศที่มีพัฒนาการด้านความสะดวกในการดำเนินธุรกิจมากที่สุดในโลกสามปีติดต่อกัน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บรูไนได้รับการจัดอันดับด้านความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ จากอันดับที่ 105 ในปี ๒๕๕๗ มาเป็นอันดับที่ 56 ในปีปัจจุบัน (จัดอันดับจาก 190 ประเทศที่เข้าร่วม) และมีคะแนนประสิทธิภาพโดยรวม (Distance to Frontier, DTF) ที่ 70.60 คะแนน ซึ่งพิจารณาจากประสิทธิภาพของตัวชี้วัดในแต่ละด้านของบรูไน เมื่อเทียบกับประเทศที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้ ประเทศไทยมีคะแนน DTF โดยรวมที่ 77.44 คะแนน โดยอยู่ในอันดับที่ 26 ในปีนี้

             ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลมาจากแผนการขับเคลื่อนนโยบายวิสัยทัศน์ 2035 หรือ Wawasan Brunei 2035 ซึ่งตั้งเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศ ที่ปัจจุบันบรูไนยังคงพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซเป็นหลัก ไปสู่อุตสาหกรรมที่เน้นความยั่งยืนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การบริการ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น

             จากกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ที่รัฐบาลบรูไนพยายามผลักดันในข้างต้น จะเห็นได้ว่า รัฐบาลบรูไนเน้นการพัฒนาในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ด้านพลังงาน ซึ่งนับวันมีแนวโน้มจะหมดไป และมีความผันผวนในราคาสูง ทั้งนี้ สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น รัฐบาลบรูไนได้เร่งขยายสนามบินหลักของประเทศ เพื่อรองรับเที่ยวบินระหว่างภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น และได้จัดทำแผนแม่บทสำหรับพัฒนาพื้นที่ย่อยในบันดาร์เสรีเบกาวัน ซึ่งครอบคลุม 5 สาขา ได้แก่ สนามบิน ศูนย์ราชการ การศึกษาและวัฒนธรรม ศูนย์ธุรกิจและการเงิน และการท่องเที่ยว เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป

             สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทย คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการไทยมีความชำนาญในการทำธุรกิจเป็นอย่างมาก เนื่องจากไทยได้ดำเนินการเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในประเทศมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี และยังมีการวิจัย รวมทั้งหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่ดูแลการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างจริงจัง นอกจากนี้ สภาพภูมิประเทศของไทยและบรูไนยังมีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก เพราะเป็นพื้นที่ป่าฝนเขตร้อนเช่นเดียวกัน จึงทำให้สามารถนำองค์ความรู้บางส่วนไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ใหม่ได้ไม่ยาก โดยพื้นที่ที่ฝ่ายสภานิติบัญญัติของบรูไน (Legislative Council – LegCo) กล่าวว่าเหมาะสมแก่การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ คือ เขต Tutong และเขต Temburong ซึ่งเป็นเขตที่อยู่ใกล้เมืองหลวง และสนามบินหลักของประเทศมากที่สุด

             สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้ามาทำธุรกิจการค้าและการลงทุนกับบรูไน ปัจจุบัน บรูไนอนุญาตให้ผู้ประกอบการต่างชาติเข้ามาลงทุนได้เกือบทุกสาขา รวมถึงอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้ถึงร้อยละ 100 ในทุกสาขา ยกเว้นอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรภายในประเทศและอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหารแห่งชาติ ซึ่งยังต้องมีผู้ถือหุ้นภายในประเทศอย่างน้อยร้อยละ 30 ในสาขาการเกษตรประมง และการแปรรูปอาหาร เป็นต้น

             ทั้งนี้ แม้บรูไนจะได้รับการจัดอันดับด้านความสะดวกในการดำเนินธุรกิจให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นอย่างน่าสนใจ แต่ผู้ประกอบไทยที่ต้องการไปลงทุนในบรูไนยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วย โดยบรูไนเป็นประเทศที่มีประชากรประมาณ 400,000 คน ซึ่งถือเป็นตลาดขนาดเล็ก มีระบบการขนส่งที่ยังต้องได้รับการพัฒนาอีกมาก เนื่องจากระบบการขนส่งภายในประเทศส่วนใหญ่ยังมีเพื่อรองรับกิจกรรมทางอุตสาหกรรมมากกว่า ไม่เอื้อต่อระบบขนส่งมวลชนที่เป็นปัจจัยหลักของการท่องเที่ยว นอกจากนี้ บรูไนนับถือศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด โดยอาหารทุกชนิดที่นำเข้าต้องผ่านการตรวจสอบจากกระทรวงศาสนา (Ministry of Religious Affairs) และกระทรวงอุตสาหกรรม (Ministry of Industry and Primary) อย่างเข้มงวด ทำให้มีแต่อาหาร    ฮาลาล ไม่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ซึ่งเป็นไปตามหลักกฎหมายอิสลาม (Sharia Law) ที่บรูไนเพิ่งประกาศใช้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคน ทั้งที่นับถือศาสนาอิสลามและศาสนาอื่น ๆ เมื่อไม่นานมานี้ จึงอาจส่งผลกระทบต่อความน่าสนใจในการทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและภาคบริการในบางส่วน

ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

สถานเอกอัครราชทูต ณ บันดาร์เสรีเบกาวัน

Share Post