ลิเทียม ขุมพลังทางเศรษฐกิจของอาร์เจนติน่าสู่พลังงานทดแทนและยานยนต์โลก – globthailand.com

ลิเทียม ขุมพลังทางเศรษฐกิจของอาร์เจนติน่าสู่พลังงานทดแทนและยานยนต์โลก

Sep 14 2017

ลิเทียม ขุมพลังทางเศรษฐกิจของอาร์เจนติน่าสู่พลังงานทดแทนและยานยนต์โลก

           โลกรู้จัก “ลิเทียม” (Lithium) ในฐานะวัตถุดิบสำคัญในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการใช้ผลิตอุปกรณ์กักเก็บพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเรามักคุ้นเคยกันดีในรูปแบบแบตเตอรี่สำหรับโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ลิเทียมยังใช้ผลิตท่อนาโนคาร์บอนและเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ อีกมากมาย 

           แนวคิดพลังงานสะอาดและการประหยัดพลังงาน ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน ต่างตื่นตัวและมองหาพลังงานทดแทนที่มีคุณภาพและราคาที่ย่อมเยาว์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งบริษัทด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่ต่างประกาศเดินหน้าผลิต รถยนต์พลังงานผสมชนิดพลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Vehicle) ออกสู่ตลาด พร้อมเปิดรับการใช้พลังงานทดแทนอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดการใช้พลังงานจากน้ำมันอันเป็นเชื้อเพลิงต้นทุนสูงและไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้นับวันความต้องการแร่ลิเทียมทั่วโลกยิ่งเพิ่มสูงขึ้น  เห็นได้จากการร่วมทุนระหว่างประเทศขนาดใหญ่ เพื่อนำแร่ลิเทียมจากประเทศผู้ผลิตกระจายสู่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ และปริมาณการนำเข้า-ส่งออกแร่ลิเธียมระหว่างประเทศแหล่งทรัพยากรไปยังประเทศต่าง ๆ ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

           อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการ “ลิเทียมคลอไรด์ (LiCl)” มาแปรรูปสู่การใช้งาน ซึ่งลิเทียมคลอไรด์พบได้มากตามแหล่งธรรมชาติประเภท “ทะเลทรายเกลือ” (Salar) ที่เกิดขึ้นจากการระเหยและการเผาของแสงแดดของทะเลสาบน้ำเค็ม จนเกิดทะเลทรายเกลือโดยน้ำใต้ดินที่อยู่ด้านล่างทะเลทรายเกลือจะเป็นน้ำเค็มที่มีส่วนผสมของลิเทียมคลอไรด์จำนวนมาก ซึ่งน้ำเค็มใต้ดินนี้จะถูกนำมาใช้ผลิตลิเทียมคลอไรด์ และถูกนำมาทำปฏิกิริยากับโซดาแอช (Na2CO3) เพื่อให้ได้ลิเทียมคาร์บอเนต (Li2CO3) ก่อนจะแปรรูปเป็นโลหะลิเทียม เพื่อนำมาทำเป็นขั้วคาโทดของแบตเตอรี่ต่อไป

           ประเทศอาร์เจนตินา เป็นประเทศแหล่งแร่ลิเทียมและมีปริมาณการสำรองแร่ลิเทียมติดอันดับต้น ๆ ของโลก เช่นเดียวกับ ประเทศโบลิเวีย และ ประเทศชิลี ซึ่งปริมาณการผลิตแร่ลิเทียมของทั้งสามประเทศถือเป็นสัดส่วนการผลิตเกือบครึ่งของการผลิตทั้งโลก อย่างไรก็ดี แม้ประเทศโบลิเวียจะมีปริมาณแร่ลิเทียมมากที่สุดในโลก (พบบนพื้นที่กว่า 10,582 ตารางกิโลเมตรของที่ราบ Salar de Uyuni) แต่ด้วยความไม่สมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบกับความยากลำบากในการเข้าถึงแหล่งแร่ ส่งผลให้การผลิตแร่ในเชิงพาณิชย์ประสบปัญหา ในขณะที่ประเทศชิลียังคงมีข้อจำกัดและมาตรการยุติการให้สัมปทานเพิ่มเติมแก่เอกชนบางราย ทำให้ประเทศอาร์เจนตินาเข้ามามีบทบาทและครองตลาดการส่งออกลิเทียมอย่างน่าจับตามอง

           นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา รัฐบาลอาร์เจนตินาได้ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน โดยประกาศยกเลิกการจัดเก็บภาษีส่งออกแร่ธาตุทั้งประเภทโลหะและอโลหะของประเทศอาร์เจนติน่า รวมถึงยกเลิกข้อจำกัดอื่น ๆ เกี่ยวกับการค้าการลงทุนกับต่างประเทศ อาทิ ยกเลิกการจำกัดการส่งเงินกำไรจากการลงทุนโดยต่างประเทศกลับประเทศต้นทาง รวมถึงการยกเลิกการควบคุมเงินตราต่างประเทศ และมาตรการอื่น ๆ ที่เอื้อต่อนักลงทุน ส่งผลให้โครงการเหมืองแร่ต่างสามารถเดินหน้าได้จริงจังและขยายตัวจนถึงปัจจุบัน และด้วยบทบาทของอาร์เจนติน่าที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของ G-20 และ Mersosur ยิ่งทำให้เมืองที่เต็มไปด้วยทรัพยากรแห่งนี้กลายเป็นประตูการค้าแห่งลาตินอเมริกาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ผู้ประกอบการด้านพลังงานของไทยอย่าง “บมจ. บางจากคอร์ปอเรชั่น” ได้มองเห็นศักยภาพดังกล่าวและเข้ามาลงทุนเหมืองแร่ลิเทียม ท่ามกลางการยอมรับและยินดีจากรัฐบาลอาร์เจนติน่าเป็นอย่างมาก

           ข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า รัฐบาลอาร์เจนตินาได้ให้ความสำคัญต่อการนำแร่ลิเทียมมาเป็นพระเอกในการส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ตอบโจทย์โลกในยุคปัจจุบันที่มุ่งสู่ อุตสาหกรรมซึ่งต้องการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความต้องการแหล่งกักเก็บพลังงานไฟฟ้าคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภาคธุรกิจไทยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของประเทศผู้ผลิตแร่ที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยและโลก ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อที่จะได้รับโอกาสจากนโยบายเหล่านั้นต่อไป 

ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบัวโนสไอเรส

Share Post